บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.02
+0.01 (+0.99%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้คำเช่าพื้นที่หัวชั้นและกองโชว์ซึ่งบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนขาย ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิปรับตัว สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า
โดยรายได้จากการค้าปลีกจำนวน 810.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าจำนวน 39.35 ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 5.10 มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากร้านสาขาเดิมที่เป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภค ที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขยายร้านสาขาใหม่จานวน 2 สาขาในปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) ของปี 2563 เทียบกับปี 2562 เพิ่มขึ้นเท่ากับร้อยละ 2.14
ธุรกิจค้าปลีกเป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคผ่านร้านสาขาชื่อ “เค. แอนด์ เค. ซุปเปอร์ค้าส่ง” จำนวน 26 สาขา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯ มีศูนย์กระจายสินค้าจำนวน 1 แห่งในจังหวัดสงขลา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) (KK) ปี 2567
**ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2567:**
บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK สามารถสร้างการเติบโตที่น่าสนใจในปี 2567 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,140.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.85% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีรายได้ 1,067.84 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้มาจากการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) ที่เพิ่มขึ้น 5.31% และการขยายสาขาใหม่จำนวน 2 สาขา แม้ว่าจะมีการปิดสาขาพัฒนาการที่นครศรีธรรมราชไป 1 สาขา ทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขาทั้งหมด 37 สาขา
บริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2567 ที่ 10.43 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพลิกฟื้นจากปี 2566 ที่ขาดทุน 4.47 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตถึง 333.27% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเป็นหลัก
**สถานการณ์เศรษฐกิจและผลกระทบ:**
ถึงแม้ว่ารายงานจะไม่ได้ระบุถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมแสดงให้เห็นว่า KK สามารถรักษาฐานลูกค้าและดึงดูดลูกค้าใหม่ได้ แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน ปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราเงินเฟ้อ และการเปลี่ยนแปลงในนโยบายการเงิน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่ง KK อาจต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้
**การวิเคราะห์รายได้และกำไร:**
* **รายได้:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 6.85% ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมและการเปิดสาขาใหม่
* **ต้นทุนขาย:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 5.59% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย
* **กำไรขั้นต้น:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 15.92% ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 13.24% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น 2.26% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการขยายสาขาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และสาธารณูปโภค
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 5.27% เนื่องจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่าที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิ:** กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
**สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น:**
* **สินทรัพย์รวม:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 7.74% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
* **หนี้สินรวม:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 9.61% สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน และเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.41% เนื่องจากการจ่ายปันผลและการมีกำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับปี 2567
ถึงแม้ว่าหนี้สินจะเพิ่มขึ้น แต่การที่สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกัน และส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงเติบโต แสดงให้เห็นว่า KK ยังคงมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง
**กระแสเงินสด:**
รายงานไม่ได้ให้ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสด แต่การที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดี และสามารถบริหารจัดการเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาส:**
รายงานไม่ได้ระบุปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสอย่างชัดเจน แต่จากข้อมูลที่เปิดเผย สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:
* **ปัจจัยความเสี่ยง:** การแข่งขันในตลาดค้าปลีกที่สูงขึ้น, ความผันผวนของเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค, การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค
* **โอกาส:** การขยายสาขาไปยังพื้นที่ใหม่, การพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า, การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
**สรุปความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ:**
รายได้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ การมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงและกระแสเงินสดที่ดีช่วยให้ KK สามารถลงทุนในการขยายธุรกิจและรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้
**ภาพรวมและบทสรุป:**
โดยสรุปแล้ว บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปี 2567 โดยสามารถสร้างการเติบโตของรายได้และพลิกฟื้นกลับมามีกำไรสุทธิได้ ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตนี้มาจากการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม การขยายสาขาใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ เช่น การแข่งขันในตลาดค้าปลีกที่สูงขึ้นและความผันผวนของเศรษฐกิจ การบริหารจัดการความเสี่ยงและคว้าโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคต
**หมายเหตุ:** บทวิเคราะห์นี้อิงตามข้อมูลที่ได้รับจากเอกสารที่แนบมาเท่านั้น หากมีข้อมูลเพิ่มเติม อาจมีการปรับปรุงบทวิเคราะห์นี้ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KK ไตรมาส 4/2567
รายได้รวม
424.46
ล้านบาท
↓ 150.5% YoY
กำไรขั้นต้น
52.31
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.32
%
กำไรสุทธิ
26.79
ล้านบาท
↓ 536.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.31
%
D/E Ratio
1.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
424
↓ -150.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
52
↑ + 28.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -536.9%
YoY
D/E Ratio
1.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.80
ROE (%)
17.67
ROA (%)
8.94
Book Value/หุ้น
0.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+14
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
69.78
-200.81%
|
-69.22
-288.41%
|
36.74
+349.69%
|
8.17
-121.82%
|
-37.45
-157.01%
|
65.69
+905.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
14.24
-41.59%
|
24.38
-22.26%
|
31.36
+550.62%
|
4.82
+1,047.62%
|
0.42
-103.35%
|
-12.53
+33.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6.22
-89.76%
|
60.72
-257.51%
|
-38.55
-570.70%
|
8.19
-66.88%
|
24.73
-162.59%
|
-39.51
+615.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
90.26
+468.39%
|
15.88
-46.30%
|
29.57
+39.61%
|
21.18
-272.20%
|
-12.30
-190.11%
|
13.65
-262.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.29
+52.19%
|
0.00
-100.00%
|
25.33
-32.90%
|
37.75
+8.07%
|
34.93
+64.14%
|
21.28
-28.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
109.14
+44.97%
|
0.00
-100.00%
|
49.47
+95.30%
|
25.33
-32.90%
|
0.00
|
0.00
|