บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.99
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้คำเช่าพื้นที่หัวชั้นและกองโชว์ซึ่งบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนขาย ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิปรับตัว สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า
โดยรายได้จากการค้าปลีกจำนวน 810.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าจำนวน 39.35 ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 5.10 มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากร้านสาขาเดิมที่เป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภค ที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขยายร้านสาขาใหม่จานวน 2 สาขาในปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) ของปี 2563 เทียบกับปี 2562 เพิ่มขึ้นเท่ากับร้อยละ 2.14
ธุรกิจค้าปลีกเป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคผ่านร้านสาขาชื่อ “เค. แอนด์ เค. ซุปเปอร์ค้าส่ง” จำนวน 26 สาขา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯ มีศูนย์กระจายสินค้าจำนวน 1 แห่งในจังหวัดสงขลา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=12406 out_tok=1800 at=2026-08-14T07:14:54 -->
# KK เผยกำไร Q2/2569 โตเด่น 186.87% YoY รับอานิสงส์บริหารต้นทุนและเงินชดเชยอุทกภัย
## ผลประกอบการฟื้นตัวจากฐานต่ำช่วงฟื้นฟูสาขา พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการสินค้าให้กลับสู่ระดับปกติ
บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 4.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186.87% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพและการได้รับเงินสนับสนุนชดเชยจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายจากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายสินค้าอุปโภคบริโภคจะยังคงปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากการทยอยเปิดให้บริการสาขาที่ได้รับผลกระทบ แต่ปัจจุบันบริษัทได้กลับมาเปิดให้บริการครบทุกสาขาแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจที่ชัดเจนขึ้นในครึ่งปีหลัง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาสนี้ คือ **"การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น"** และ **"รายได้อื่นจากการชดเชยเหตุอุทกภัย"** ซึ่งเข้ามาช่วยชดเชยรายได้จากการขายที่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **การบริหารต้นทุนและส่วนลด:** บริษัทสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของรายการส่งเสริมการขายจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ซึ่งช่วยลดต้นทุนขายโดยรวมลงได้มากกว่าการลดลงของรายได้
2. **รายได้ชดเชยพิเศษ:** ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้อื่นสูงถึง 6.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 357.12% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการได้รับการสนับสนุนชดเชยน้ำท่วมจากคู่ค้าและค่าสินไหมทดแทน ซึ่งเป็นรายการที่เข้ามาหนุนกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
3. **การฟื้นตัวของสาขา:** แม้รายได้จากการขายจะลดลง 2.75% YoY เนื่องจากผลกระทบต่อเนื่องจากการปิดซ่อมแซมสาขาในไตรมาส 1 แต่การที่สาขาทั้งหมดกลับมาเปิดให้บริการได้ครบถ้วนในปัจจุบัน ถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหยุดการไหลออกของรายได้และเริ่มกลับมาสร้างกระแสเงินสดได้อีกครั้ง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
ปัจจัยเรื่อง "รายได้ชดเชยอุทกภัย" ถือเป็น **ลักษณะครั้งคราว** ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถกลับมาเปิดให้บริการสาขาได้ครบ 34 สาขา และการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีโอกาสที่จะส่งผลบวกต่อการดำเนินงานปกติให้มีความมั่นคงมากขึ้นในระยะถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2569:** อยู่ที่ 4.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186.87% YoY และหากดูภาพรวม 6 เดือนแรก กำไรสุทธิอยู่ที่ 11.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211.07% YoY
* **รายได้จากการขาย:** ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 275.05 ล้านบาท ลดลง 2.66% YoY โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคหลักลดลง 2.75% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 13.70% ในไตรมาส 2/2569 (เทียบกับ 13.82% ใน Q2/2568 แต่ดีขึ้นจาก 15.15% ในภาพรวม 6 เดือน)
* **การฟื้นฟูสาขา:** ปัจจุบันร้านสาขาทั้ง 34 แห่งกลับมาเปิดให้บริการครบทุกสาขาแล้ว หลังจากได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในช่วงต้นปี
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 18.60% YoY สะท้อนถึงการบริหารจัดการภาระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้นที่มีประสิทธิภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 281.93 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.76% YoY อย่างไรก็ตาม ด้วยการควบคุมต้นทุนขายและการได้รับรายได้อื่นเข้ามาสนับสนุน ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ปรับตัวสูงขึ้นถึง 175.29% YoY มาอยู่ที่ 6.16 ล้านบาท
## โอกาส
* การกลับมาเปิดให้บริการครบทุกสาขาจะช่วยให้ยอดขายสาขาเดิม (SSS) มีโอกาสฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติ
* การได้รับเงินชดเชยและสินไหมทดแทนช่วยเสริมสภาพคล่องในการจัดซื้อสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้เต็มที่
## ความเสี่ยง
* การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกที่อาจส่งผลต่อยอดขายสาขาเดิม
* ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสาขาในพื้นที่ภาคใต้
* ภาระหนี้สินระยะสั้นที่ยังคงมีอยู่ แม้ต้นทุนทางการเงินจะลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. **การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS):** หลังจากสาขากลับมาเปิดครบ จะต้องติดตามว่ายอดขายจะฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน
2. **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** บริษัทมีการเพิ่มสินค้าคงเหลือขึ้น 103.71 ล้านบาท เพื่อทดแทนของเดิมที่เสียหาย ต้องติดตามอัตราการหมุนเวียนสินค้า
3. **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากค่าซ่อมแซมและค่าใช้จ่ายพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูสาขา
4. **แผนการขยายสาขา:** ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดสาขาใหม่ ต้องติดตามแผนการลงทุนในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
บริษัทเน้นการจำหน่ายสินค้าผ่าน 34 สาขาในภาคใต้ โดยมีรายได้หลัก 97.47% มาจากการขายสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนรายได้จากบริการเทคโนโลยีและพลังงานทดแทนยังมีสัดส่วนน้อย (0.09% ในไตรมาส 2) การดำเนินงานในไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยที่ทำให้ต้องปิดสาขาชั่วคราว แต่บริษัทได้เร่งฟื้นฟูจนกลับมาเปิดได้ครบถ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานะการเงินกลับมาสู่ภาวะปกติ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 570.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2568 โดยมีการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือเพื่อทดแทนของที่เสียหายจากอุทกภัย ขณะที่หนี้สินรวมลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 359.62 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 210.80 ล้านบาท จากผลกำไรสะสม
## สรุปท้าย
KK ผ่านพ้นช่วงวิกฤตอุทกภัยในช่วงครึ่งปีแรกมาได้ด้วยผลกำไรที่เติบโตจากการบริหารจัดการต้นทุนและเงินชดเชยพิเศษ แม้รายได้จากการขายจะยังคงได้รับผลกระทบจากการปิดสาขาชั่วคราวในช่วงต้นปี แต่การที่สาขาทั้งหมดกลับมาเปิดให้บริการได้ครบถ้วนเป็นสัญญาณบวกสำคัญสำหรับครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาสถัดไปเมื่อไม่มีรายการรายได้พิเศษเข้ามาสนับสนุนแล้ว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KK ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
424.46
ล้านบาท
↓ 150.5% YoY
กำไรขั้นต้น
52.31
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.32
%
กำไรสุทธิ
26.79
ล้านบาท
↓ 536.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.31
%
D/E Ratio
1.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
424
↓ -150.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
52
↑ + 28.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -536.9%
YoY
D/E Ratio
1.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.80
ROE (%)
17.67
ROA (%)
8.94
Book Value/หุ้น
0.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+14
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
69.78
-200.81%
|
-69.22
-288.41%
|
36.74
+349.69%
|
8.17
-121.82%
|
-37.45
-157.01%
|
65.69
+905.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
14.24
-41.59%
|
24.38
-22.26%
|
31.36
+550.62%
|
4.82
+1,047.62%
|
0.42
-103.35%
|
-12.53
+33.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6.22
-89.76%
|
60.72
-257.51%
|
-38.55
-570.70%
|
8.19
-66.88%
|
24.73
-162.59%
|
-39.51
+615.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
90.26
+468.39%
|
15.88
-46.30%
|
29.57
+39.61%
|
21.18
-272.20%
|
-12.30
-190.11%
|
13.65
-262.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.29
+52.19%
|
0.00
-100.00%
|
25.33
-32.90%
|
37.75
+8.07%
|
34.93
+64.14%
|
21.28
-28.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
109.14
+44.97%
|
0.00
-100.00%
|
49.47
+95.30%
|
25.33
-32.90%
|
0.00
|
0.00
|