บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.99
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้คำเช่าพื้นที่หัวชั้นและกองโชว์ซึ่งบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนขาย ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิปรับตัว สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า
โดยรายได้จากการค้าปลีกจำนวน 810.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าจำนวน 39.35 ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 5.10 มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากร้านสาขาเดิมที่เป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภค ที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขยายร้านสาขาใหม่จานวน 2 สาขาในปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) ของปี 2563 เทียบกับปี 2562 เพิ่มขึ้นเท่ากับร้อยละ 2.14
ธุรกิจค้าปลีกเป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคผ่านร้านสาขาชื่อ “เค. แอนด์ เค. ซุปเปอร์ค้าส่ง” จำนวน 26 สาขา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯ มีศูนย์กระจายสินค้าจำนวน 1 แห่งในจังหวัดสงขลา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6140 out_tok=2360 at=2026-07-27T10:25:43 -->
# KK กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 51.9% รับรายได้สาขาเดิมโต-บริหารต้นทุนดี
KK Q2/64 โชว์กำไรสุทธิพุ่ง 51.9% แตะ 7.54 ล้านบาท หลังรายได้จากการขายสาขาเดิม (SSS) เติบโต 6.36% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวจากการบริหารต้นทุนสินค้ามีประสิทธิภาพ
## KK Q2/64 กำไรสุทธิพุ่ง 51.9% รับอานิสงส์มาตรการรัฐหนุนกำลังซื้อ ขณะที่การบริหารต้นทุนสินค้ามีประสิทธิภาพดันอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว
บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 7.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการขายที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะจากสาขาเดิมที่เติบโตได้ดี ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจกำไรของ KK ในไตรมาส 2 ปี 2564 มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การเติบโตของรายได้จากการขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth - SSS) ที่แข็งแกร่ง และการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ทำให้ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นดีขึ้น
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KK ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายสาขาเดิม (SSS) ที่ 6.36%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 และ **การปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** จาก 12.42% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2563 เป็น 13.34% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้นถึง 124.1%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของ SSS** เป็นผลมาจากมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังซื้อและส่งผลให้ภาพรวมรายได้จากการขายของร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ยังเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้โดยรวม
ส่วน **การปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น** มาจากการที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการต่อรองราคาสินค้าและรายการส่งเสริมการขายจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายได้ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของ SSS จากมาตรการภาครัฐยังคงมีอยู่ และบริษัทฯ ยังคงมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพก็เป็นปัจจัยที่บริษัทฯ สามารถควบคุมได้และมีแนวโน้มที่จะรักษาไว้ได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/64 เติบโต 51.9% YoY** อยู่ที่ 7.54 ล้านบาท และ **6 เดือนแรกปี 64 โต 124.1% YoY** อยู่ที่ 15.16 ล้านบาท
* **รายได้จากการขาย 6 เดือนแรกปี 64 เพิ่มขึ้น 6.4% YoY** แตะ 512.95 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากมาตรการภาครัฐและ SSS ที่เติบโต 6.36%
* **อัตรากำไรขั้นต้น 6 เดือนแรกปี 64 ปรับเพิ่มขึ้น** เป็น 13.34% จาก 12.42% ในปีก่อน จากการบริหารต้นทุนสินค้าที่ดีขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 55.6% YoY** ในงวด 6 เดือนแรกปี 64 จากการชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วน
* **จำนวนสาขาเพิ่มขึ้น 1 สาขา** ในครึ่งปีแรกปี 64 เป็น 29 สาขา
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 233.66 ล้านบาท ลดลง 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 7.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.9% YoY
ในส่วนของผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 512.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% YoY โดยมีรายได้จากค้าปลีกเพิ่มขึ้น 7.2% และรายได้จากค้าส่งเพิ่มขึ้น 2.3% กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 14.3% YoY เป็น 68.45 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 124.1% YoY เป็น 15.16 ล้านบาท
## โอกาส
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ:** ช่วยหนุนกำลังซื้อและส่งเสริมการใช้จ่ายของผู้บริโภค
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้
* **การบริหารต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพ:** ช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของกำลังซื้อ:** หากมาตรการภาครัฐสิ้นสุดลง หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อรายได้
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้น:** เช่น ค่าเช่า ค่าแรง หรือต้นทุนสินค้าที่อาจผันผวน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการขายสาขาเดิม (SSS) ในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากการขยายสาขาใหม่ต่อรายได้และต้นทุน
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและอัตรากำไรขั้นต้น
* การเปลี่ยนแปลงของมาตรการภาครัฐที่ส่งผลต่อกำลังซื้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขาย:** ในไตรมาส 2 ปี 2564 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 233.66 ล้านบาท ลดลง 1.5% YoY โดยรายได้จากค้าปลีกปรับลดลง 3.5% เป็น 193.05 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากค้าส่งปรับเพิ่มขึ้น 9.5% เป็น 40.61 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม 6 เดือนแรกปี 2564 รายได้จากการขายรวมเติบโต 6.4% YoY เป็น 512.95 ล้านบาท โดยรายได้จากค้าปลีกเติบโต 7.2% และรายได้จากค้าส่งเติบโต 2.3% ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของ SSS ที่ 6.36%
**อัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 14.77% เพิ่มขึ้นจาก 13.38% ในปีก่อน ส่วน 6 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 13.34% เพิ่มขึ้นจาก 12.42% ในปีก่อน การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพและการต่อรองราคาที่ดีขึ้น
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ในไตรมาส 2 ปี 2564 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 25.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% YoY โดยค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 7.7% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10.9% สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2564 ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นเพียง 0.3%
**ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 50.7% ในไตรมาส 2 ปี 2564 และ 55.6% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 เนื่องจากบริษัทฯ ได้ชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 362.20 ล้านบาท ลดลง 1.29% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ที่ลดลงจากการตัดจำหน่ายค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 199.20 ล้านบาท ลดลง 6.13% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วนและเจ้าหนี้การค้าที่ลดลง
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.34% เป็น 163.00 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสำหรับงวด 6 เดือนปี 2564 และการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
KK โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นถึง 51.9% จากการที่รายได้จากการขายสาขาเดิม (SSS) เติบโตได้ดีภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น การลดลงของต้นทุนทางการเงินยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนกำไร แม้ว่าความเสี่ยงด้านกำลังซื้อและการแข่งขันจะยังคงมีอยู่ แต่แนวโน้มการเติบโตของ SSS และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องได้ในระยะสั้นถึงกลาง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KK ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
424.46
ล้านบาท
↓ 150.5% YoY
กำไรขั้นต้น
52.31
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.32
%
กำไรสุทธิ
26.79
ล้านบาท
↓ 536.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.31
%
D/E Ratio
1.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
424
↓ -150.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
52
↑ + 28.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -536.9%
YoY
D/E Ratio
1.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.80
ROE (%)
17.67
ROA (%)
8.94
Book Value/หุ้น
0.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+14
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
69.78
-200.81%
|
-69.22
-288.41%
|
36.74
+349.69%
|
8.17
-121.82%
|
-37.45
-157.01%
|
65.69
+905.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
14.24
-41.59%
|
24.38
-22.26%
|
31.36
+550.62%
|
4.82
+1,047.62%
|
0.42
-103.35%
|
-12.53
+33.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6.22
-89.76%
|
60.72
-257.51%
|
-38.55
-570.70%
|
8.19
-66.88%
|
24.73
-162.59%
|
-39.51
+615.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
90.26
+468.39%
|
15.88
-46.30%
|
29.57
+39.61%
|
21.18
-272.20%
|
-12.30
-190.11%
|
13.65
-262.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.29
+52.19%
|
0.00
-100.00%
|
25.33
-32.90%
|
37.75
+8.07%
|
34.93
+64.14%
|
21.28
-28.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
109.14
+44.97%
|
0.00
-100.00%
|
49.47
+95.30%
|
25.33
-32.90%
|
0.00
|
0.00
|