KK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KK
บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.99
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้คำเช่าพื้นที่หัวชั้นและกองโชว์ซึ่งบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนขาย ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิปรับตัว สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยรายได้จากการค้าปลีกจำนวน 810.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าจำนวน 39.35 ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 5.10 มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากร้านสาขาเดิมที่เป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภค ที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขยายร้านสาขาใหม่จานวน 2 สาขาในปีนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) ของปี 2563 เทียบกับปี 2562 เพิ่มขึ้นเท่ากับร้อยละ 2.14 ธุรกิจค้าปลีกเป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคผ่านร้านสาขาชื่อ “เค. แอนด์ เค. ซุปเปอร์ค้าส่ง” จำนวน 26 สาขา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯ มีศูนย์กระจายสินค้าจำนวน 1 แห่งในจังหวัดสงขลา

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8125 out_tok=3281 at=2026-07-25T07:04:38 --> # KK กำไรสุทธิลดลง YoY แต่รายได้รวมเติบโต รับผลบวก SSSG และสาขาใหม่ ## รายได้รวม Q2/66 เติบโต 10.85% YoY จาก SSSG และการขยายสาขา ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกดดันผลกำไรสุทธิ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 258.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่บริษัทกลับขาดทุนสุทธิ 3.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุน 6.38 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: บริการ เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2566 ของ KK คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และการเปิดสาขาใหม่ ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิถูกกดดัน** ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **รายได้จากการขายที่เติบโต 10.85% YoY** โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักคือ **Same Store Sales Growth (SSSG) ที่เพิ่มขึ้น 7.10%** และ **การเปิดสาขาใหม่ 3 สาขา** ทำให้มีจำนวนสาขารวม 35 แห่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่กดดันผลกำไรคือ **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 12.10% YoY** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นถึง 27.03% YoY** รวมถึง **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 94.82% YoY** ซึ่งส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 3.45 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ขาดทุน 6.38 ล้านบาท (การขาดทุนลดลงนี้เกิดจากการเปรียบเทียบกับฐานที่ขาดทุนมากกว่าในปีก่อน) ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากกลยุทธ์การเพิ่มยอดขายในสาขาเดิม ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการดึงดูดลูกค้าและเพิ่มปริมาณการซื้อต่อครั้ง หรือการปรับกลยุทธ์ส่งเสริมการขายที่ได้ผล ประกอบกับการขยายสาขาใหม่เป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น แต่ก็อาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ต้นทุนวัตถุดิบ หรือการบริหารสต็อก ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น มีสาเหตุหลักมาจาก **ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มจำนวนร้านสาขา** ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นเกิดจาก **ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้นและดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งสอดคล้องกับการขยายสาขาและการลงทุนตามมาตรฐาน IFRS 16 ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการเติบโตของรายได้ จากการที่บริษัทได้ลงทุนขยายสาขาใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้มีฐานรายได้ที่กว้างขึ้นในอนาคต และ SSSG ที่เป็นบวกแสดงถึงการตอบรับที่ดีของตลาด อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นนั้น **มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** เนื่องจากเป็นผลมาจากการขยายธุรกิจและการลงทุนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งบริษัทจะต้องบริหารจัดการต้นทุนเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขาย Q2/66 เติบโต 10.85% YoY** แตะ 258.78 ล้านบาท และ 6M/66 เติบโต 9.22% YoY แตะ 509.31 ล้านบาท * **SSSG ไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 7.10%** เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน * **เปิดสาขาใหม่ 3 สาขา** ในปี 2566 ทำให้มีจำนวนสาขารวม 35 แห่ง ณ สิ้นไตรมาส 2/66 * **ขาดทุนสุทธิ Q2/66 ลดลง YoY** อยู่ที่ 3.45 ล้านบาท จากขาดทุน 6.38 ล้านบาทใน Q2/65 (แต่ขาดทุนเพิ่มขึ้น QoQ จาก 2.41 ล้านบาท) * **ขาดทุนสุทธิ 6M/66 ลดลง YoY** อยู่ที่ 5.86 ล้านบาท จากขาดทุน 10.10 ล้านบาทใน 6M/65 * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** ใน Q2/66 อยู่ที่ 12.37% จาก 13.34% ใน Q2/65 โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ส่งเสริมการขายจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายลดลง * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 27.03% YoY** ใน Q2/66 และ 23.80% YoY ใน 6M/66 จากการเพิ่มจำนวนสาขา * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 94.82% YoY** ใน Q2/66 และ 63.49% YoY ใน 6M/66 จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมและสัญญาเช่าที่สูงขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK มีรายได้จากการขายรวม 258.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.29% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเพิ่มขึ้น 10.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยรายได้จากการค้าปลีกเติบโต 5.67% QoQ และ 12.46% YoY ขณะที่รายได้จากการค้าส่งปรับลดลง 9.34% QoQ แต่เติบโตเล็กน้อย 1.81% YoY ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1.99% QoQ และ 12.10% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 32.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.53% QoQ แต่ลดลง 2.76% YoY ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 12.37% ลดลงจาก 13.34% ใน Q2/65 โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ส่งเสริมการขายจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 12.43% QoQ และ 27.03% YoY มาอยู่ที่ 35.27 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 48.50% QoQ และ 94.82% YoY มาอยู่ที่ 1.80 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 3.45 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า (2.41 ล้านบาท) แต่ขาดทุนลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ขาดทุน 6.38 ล้านบาท) คิดเป็นการขาดทุนที่ลดลง 217.36% YoY สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 509.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.22% YoY โดยมี SSSG ที่ 7.10% และการเปิดสาขาใหม่ 3 สาขา ทำให้มีจำนวนสาขารวม 35 แห่ง ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 10.13% YoY กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 60.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.88% YoY แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 12.55% เป็น 11.82% YoY ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.80% YoY และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 63.49% YoY ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 5.86 ล้านบาท ลดลง 238.12% YoY จากขาดทุน 10.10 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การเติบโตของรายได้จากการขาย:** SSSG ที่เป็นบวกและจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในอนาคต * **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่เป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากเศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและยอดขายของธุรกิจค้าปลีก ## ความเสี่ยง * **การเพิ่มขึ้นของต้นทุน:** ต้นทุนขาย ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจกดดันอัตรากำไรและผลกำไรสุทธิ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก:** อุตสาหกรรมค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่ รวมถึงช่องทางออนไลน์ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการพลิกกลับมามีกำไร * **ภาวะเศรษฐกิจและความผันผวน:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้ม SSSG:** การรักษาอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมให้ต่อเนื่อง * **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ * **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวสูงขึ้น * **แผนการขยายสาขาและการคืนทุนจากการลงทุน:** ติดตามผลตอบแทนจากการลงทุนในสาขาใหม่ * **การเปลี่ยนแปลงของรายได้ส่งเสริมการขาย:** ผลกระทบจากการลดลงของรายได้ส่วนนี้ต่ออัตรากำไรขั้นต้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) * **รายได้จากการขาย:** รายได้รวมเติบโต 10.85% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจาก SSSG ที่ 7.10% และการเปิดสาขาใหม่ 3 สาขา ทำให้มีจำนวนสาขารวม 35 แห่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของเครือข่ายการให้บริการ * **ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 12.10% YoY ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้เล็กน้อย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 13.34% ใน Q2/65 เป็น 12.37% ใน Q2/66 โดยระบุสาเหตุหลักว่ามาจากรายได้ส่งเสริมการขายจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายลดลง * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 27.03% YoY ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้มาก สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มจำนวนร้านสาขา * **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 94.82% YoY จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้นและดอกเบี้ยจ่ายตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการขยายสาขาภายใต้มาตรฐาน IFRS 16 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 445.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.64% จากปีก่อนหน้า โดยมีสินทรัพย์สำคัญคือ อาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น 17.38 ล้านบาท และสินทรัพย์สิทธิการใช้ที่เพิ่มขึ้น 21.72 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มจำนวนร้านสาขา หนี้สินรวมอยู่ที่ 278.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.45% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 27.67 ล้านบาท และหนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น 21.28 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการขยายสาขา ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 6.66% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 166.75 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายปันผล 6.04 ล้านบาท และผลขาดทุนสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 จำนวน 5.86 ล้านบาท ## สรุปท้าย KK ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งจากการเพิ่มขึ้นของ SSSG และการขยายสาขาใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ได้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นและส่งผลให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แม้จะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการสร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมามีกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KK ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
424.46 ล้านบาท
↓ 150.5% YoY
กำไรขั้นต้น
52.31 ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.32 %
กำไรสุทธิ
26.79 ล้านบาท
↓ 536.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.31 %
D/E Ratio
1.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
424
↓ -150.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
52
↑ + 28.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -536.9% YoY
D/E Ratio
1.80

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
424.46
+150.54%
-839.82
-390.22%
289.38
-40.89%
489.57
+105.33%
238.43
-53.38%
511.42
-45.36%
กำไรขั้นต้น
52.31
+28.87%
40.59
+6.46%
38.13
+23.08%
30.98
+0.82%
30.72
-1.15%
31.08
-44.39%
ค่าใช้จ่ายรวม
35.28
+0.92%
34.95
+5.42%
33.15
-39.18%
54.51
+109.84%
25.98
-50.00%
51.96
-48.17%
กำไรสุทธิ
26.79
+536.95%
-6.13
-284.97%
3.31
+59.25%
2.08
-57.07%
4.85
-12.05%
5.51
-52.21%
กำไรต่อหุ้น
0.11
+544.00%
-0.03
-278.57%
0.01
+55.56%
0.01
-55.00%
0.02
-13.04%
0.02
-52.08%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
17.67
+191.10%
6.07
+335.27%
-2.58
-150.99%
5.06
-68.51%
16.07
+34.70%
11.93
+111.90%
ROA(%)
8.94
+116.46%
4.13
+838.64%
0.44
-88.51%
3.83
-59.94%
9.56
+36.77%
6.99
+69.66%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.80
-3.23%
1.86
+5.08%
1.77
+41.60%
1.25
+4.17%
1.20
-12.41%
1.37
-20.81%
P/E
19.39
-37.33%
30.94
+433.45%
5.80
-88.58%
50.81
+41.14%
36.00
+520.69%
5.80
P/BV
1.21
-29.24%
1.71
-37.82%
2.75
-18.15%
3.36
-37.55%
5.38
+376.11%
1.13
BV
0.73
+2.82%
0.71
+4.41%
0.68
-6.85%
0.73
-1.35%
0.74
-14.94%
0.87
YIELD(%)
2.84
+129.03%
1.24
-6.77%
1.33
+72.73%
0.77
+1.32%
0.76
-50.00%
1.52
ราคาหุ้น
0.88
-27.27%
1.21
-35.64%
1.88
-23.58%
2.46
-37.88%
3.96
+175.00%
1.44
+45.45%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
12.32
13.17
+108.06%
6.33
-50.89%
12.89
+112.01%
6.08
+1.84%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
8.31
11.46
+2.96%
11.13
+2.20%
10.89
+7.19%
10.16
-5.14%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
6.31
1.15
+167.44%
0.43
-78.82%
2.03
+87.96%
1.08
-12.20%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.80
ROE (%)
17.67
ROA (%)
8.94
Book Value/หุ้น
0.87

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
353.60
+37.10%
0.00
231.42
+11.81%
206.97
-2.55%
212.39
+6.14%
200.11
+4.07%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
214.89
-12.18%
0.00
235.09
+20.27%
195.47
+14.20%
171.17
+2.59%
166.84
+27.94%
รวมสินทรัพย์
568.50
+13.11%
0.00
466.51
+15.92%
402.44
+4.92%
383.56
+4.53%
366.95
+13.72%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
274.21
+20.85%
0.00
212.42
+34.02%
158.50
+5.17%
150.71
-10.81%
168.97
-22.69%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
91.31
-8.82%
0.00
85.95
+31.63%
65.30
+11.56%
58.53
+35.38%
43.24
+208.11%
รวมหนี้สิน
365.53
+11.77%
0.00
298.37
+33.32%
223.80
+6.96%
209.24
-1.40%
212.21
-8.77%
รวมส่วนของเจ้าของ
202.97
+15.61%
0.00
168.14
-5.88%
178.65
+2.48%
174.32
+12.65%
154.74
+71.76%
D/E
1.80
1.77
1.25
1.20
1.37
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
17.67
6.07
-2.58
5.06
16.07
11.93
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
8.94
4.13
0.44
3.83
9.56
6.99
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.29
1.14
1.09
1.31
1.41
1.18
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.64
0.42
0.32
0.28
0.36
0.29
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
12.35
6.29
0.00
0.00
5.74
7.04
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
39.01
59.79
0.00
0.00
64.45
64.01
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
57.52
50.91
0.00
0.00
50.99
50.27
วงจรเงินสด
-6.17
15.18
0.00
0.00
19.21
20.78
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+14
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
69.78
-200.81%
-69.22
-288.41%
36.74
+349.69%
8.17
-121.82%
-37.45
-157.01%
65.69
+905.97%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
14.24
-41.59%
24.38
-22.26%
31.36
+550.62%
4.82
+1,047.62%
0.42
-103.35%
-12.53
+33.01%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
6.22
-89.76%
60.72
-257.51%
-38.55
-570.70%
8.19
-66.88%
24.73
-162.59%
-39.51
+615.76%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
90.26
+468.39%
15.88
-46.30%
29.57
+39.61%
21.18
-272.20%
-12.30
-190.11%
13.65
-262.50%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
75.29
+52.19%
0.00
-100.00%
25.33
-32.90%
37.75
+8.07%
34.93
+64.14%
21.28
-28.30%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
109.14
+44.97%
0.00
-100.00%
49.47
+95.30%
25.33
-32.90%
0.00
0.00