บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.99
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้คำเช่าพื้นที่หัวชั้นและกองโชว์ซึ่งบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนขาย ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิปรับตัว สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า
โดยรายได้จากการค้าปลีกจำนวน 810.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าจำนวน 39.35 ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 5.10 มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากร้านสาขาเดิมที่เป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภค ที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขยายร้านสาขาใหม่จานวน 2 สาขาในปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) ของปี 2563 เทียบกับปี 2562 เพิ่มขึ้นเท่ากับร้อยละ 2.14
ธุรกิจค้าปลีกเป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคผ่านร้านสาขาชื่อ “เค. แอนด์ เค. ซุปเปอร์ค้าส่ง” จำนวน 26 สาขา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯ มีศูนย์กระจายสินค้าจำนวน 1 แห่งในจังหวัดสงขลา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5033 out_tok=2310 at=2026-07-25T20:20:36 -->
# KK กำไร Q1/65 ดิ่ง 83% รับรายได้สาขาหด-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้สาขาเดิมวูบ 24% ฉุดกำไร KK Q1/65 วูบหนัก ขณะที่ต้นทุนบริหารคลัง-ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มกดดันมาร์จิ้น
บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 82.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 16.6% โดยเฉพาะรายได้จากร้านสาขาที่หดตัวถึง 24.08% ขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิลดลงอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจหลักที่ทำใหผลประกอบการของ KK ในไตรมาส 1 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของรายได้จากการขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากร้านสาขาเดิม (Same Store Sales Growth - SSSG) ที่ลดลงถึง 24.08% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของบริษัทฯ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม การปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อตามราคาพลังงานและอาหารสำเร็จรูป เป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค นอกจากนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทฯ ได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการของภาครัฐ เช่น โครงการเราชนะ และการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งส่งผลให้ยอดขายในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูง การเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในปีที่แล้วจึงทำให้ SSSG ในไตรมาส 1 ปี 2565 ติดลบอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายลดลงตามรายได้ที่ลดลง แต่กลับส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 12.2% ใน Q1/64 มาอยู่ที่ 11.75% ใน Q1/65 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ค่าใช้จ่ายในการบริหารคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้น** เนื่องจากจำนวนร้านสาขาที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 4.52%** จากการเพิ่มขึ้นของร้านสาขา ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภคสูงขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสที่จะเป็นลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากปัจจัยหลักที่ทำให้ SSSG ลดลงมาจากฐานที่สูงผิดปกติในปี 2564 จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจไม่เกิดขึ้นซ้ำในปีถัดไป อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวมและภาวะเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/65 ดิ่ง 82.9%** เหลือเพียง 1.31 ล้านบาท จาก 7.62 ล้านบาทใน Q1/64
* **รายได้จากการขายรวมลดลง 16.6%** เหลือ 232.88 ล้านบาท จาก 279.28 ล้านบาทใน Q1/64
* **Same Store Sales Growth (SSSG) ติดลบ 24.08%** เทียบกับ Q1/64 ซึ่งได้รับผลบวกจากมาตรการรัฐ
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 12.2% ใน Q1/64 เป็น 11.75% ใน Q1/65
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 4.5%** จากการขยายสาขา
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 232.88 ล้านบาท ลดลง 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการค้าปลีก (ร้านสาขา) ลดลง 21.9% ขณะที่รายได้จากการค้าส่งเติบโต 16.2% ต้นทุนขายลดลง 16.2% ตามรายได้ แต่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 12.2% เป็น 11.75% รายได้อื่นลดลง 12.7% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 4.5% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 11.1% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 83.5% และกำไรสุทธิลดลง 82.9% มาอยู่ที่ 1.31 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพียง 0.6%
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ค้าส่ง:** แม้รายได้ค้าปลีกจะลดลง แต่การเติบโตของรายได้ค้าส่ง 16.2% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย
* **การขยายจำนวนสาขา:** บริษัทฯ มีการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเพิ่ม Capacity ในระยะยาว แม้ในไตรมาสนี้จะยังไม่เห็นผลบวกจาก SSSG ที่ลดลง
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวมและภาวะเงินเฟ้อส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารคลังสินค้า ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา เป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง การรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่เป็นความท้าทายสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม Same Store Sales Growth (SSSG):** จะสามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นบวกได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **ผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อต่อกำลังซื้อ:** ผู้บริโภคจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้ออย่างไร
* **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน:** บริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารคลังสินค้าและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีเพียงใด
* **การเติบโตของช่องทางค้าส่ง:** จะสามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากช่องทางค้าปลีกได้มากน้อยเพียงใด
* **แผนการขยายสาขา:** จะมีการชะลอแผนการเปิดสาขาใหม่หรือไม่ หากภาวะเศรษฐกิจยังคงซบเซา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** รายได้รวม 232.88 ล้านบาท ลดลง 16.6% YoY โดยรายได้ค้าปลีก 187.74 ล้านบาท ลดลง 21.9% YoY และรายได้ค้าส่ง 45.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% YoY
* **Same Store Sales Growth (SSSG):** ติดลบ 24.08% YoY ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวล บ่งชี้ถึงการลดลงของปริมาณการขายในสาขาเดิม
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 1/65 มี 30 สาขา เพิ่มขึ้น 2 สาขาจากสิ้นปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงจาก 12.2% ใน Q1/64 เป็น 11.75% ใน Q1/65 โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายบริหารคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขา
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 4.5% YoY เป็น 26.06 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภคตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 383.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.01% จากสิ้นปี 2564 หนี้สินรวม 207.97 ล้านบาท ลดลง 0.60% จากสิ้นปี 2564 ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 0.75% เป็น 175.63 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงของส่วนของผู้ถือหุ้นมาจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 1.31 ล้านบาทในไตรมาสนี้
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ KK สะท้อนถึงแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อที่อ่อนแอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหดตัวของรายได้จากร้านสาขาเดิมที่รุนแรงถึง 24.08% ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้ค้าส่งจะยังเติบโตได้ดีและบริษัทฯ มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง แต่ความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้นยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้ม SSSG และการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
424.46
ล้านบาท
↓ 150.5% YoY
กำไรขั้นต้น
52.31
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.32
%
กำไรสุทธิ
26.79
ล้านบาท
↓ 536.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.31
%
D/E Ratio
1.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
424
↓ -150.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
52
↑ + 28.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -536.9%
YoY
D/E Ratio
1.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.80
ROE (%)
17.67
ROA (%)
8.94
Book Value/หุ้น
0.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+14
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
69.78
-200.81%
|
-69.22
-288.41%
|
36.74
+349.69%
|
8.17
-121.82%
|
-37.45
-157.01%
|
65.69
+905.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
14.24
-41.59%
|
24.38
-22.26%
|
31.36
+550.62%
|
4.82
+1,047.62%
|
0.42
-103.35%
|
-12.53
+33.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6.22
-89.76%
|
60.72
-257.51%
|
-38.55
-570.70%
|
8.19
-66.88%
|
24.73
-162.59%
|
-39.51
+615.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
90.26
+468.39%
|
15.88
-46.30%
|
29.57
+39.61%
|
21.18
-272.20%
|
-12.30
-190.11%
|
13.65
-262.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.29
+52.19%
|
0.00
-100.00%
|
25.33
-32.90%
|
37.75
+8.07%
|
34.93
+64.14%
|
21.28
-28.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
109.14
+44.97%
|
0.00
-100.00%
|
49.47
+95.30%
|
25.33
-32.90%
|
0.00
|
0.00
|