บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.00
+0.00 (+100.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3330 out_tok=2218 at=2026-07-25T17:07:20 -->
# INSURE กำไรโต 50 เท่าในรอบปี 65 รับโอนกรมธรรม์หนุนรายได้ประกันภัย
## รายได้ประกันภัยพุ่งจากการรับโอนกรมธรรม์ ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มตามปริมาณงาน แต่ยังคงกำไรจากการรับประกันภัยที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ INSURE รายงานผลประกอบการประจำปี 2565 พลิกมีกำไรสุทธิ 704.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 14.07 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นการเติบโตกว่า 50 เท่า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับโอนกรมธรรม์ประกันภัยจากบริษัทอื่น ประกอบกับเบี้ยประกันภัยรับประจำปีที่เติบโต ส่งผลให้รายได้จากการรับประกันภัยสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน แต่ภาพรวมยังคงแสดงการเติบโตของกำไรจากการรับประกันภัยที่แข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ INSURE ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิจากการประกันภัยต่อ** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 1,647.78 ล้านบาท และ **รายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จที่เพิ่มขึ้น 1,088.06 ล้านบาท** ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยสำหรับปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 666.20 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีลักษณะเป็นปัจจัยจากการดำเนินงานปกติที่ได้รับผลจากการขยายธุรกิจ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้หลักมาจาก **การรับโอนกรมธรรม์ประกันภัยจากบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)** ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 รวมถึงเบี้ยประกันภัยรับประจำปี 2565 ที่มีจำนวน 4,086 ล้านบาท ฝ่ายจัดการระบุว่าอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นจริงของกรมธรรม์ที่รับโอนมาและกรมธรรม์ของปี 2565 อยู่ในเกณฑ์ปกติของธุรกิจ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและค่าใช้จ่ายดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 973.57 ล้านบาท และ 808.14 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นตามเบี้ยประกันภัยรับ รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้นั้นมีมากกว่า ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ รายได้จากการลงทุนและรายได้อื่นก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยพิจารณาจากถ้อยคำที่ระบุว่า "เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้ตามกรมธรรม์ที่รับโอนมา เพื่อดูแลผู้เอาประกันภัยจากบริษัทอาคเนย์ประกันภัยจำกัด(มหาชน) และบริษัท ไทยประกันภัยจำกัด (มหาชน)" และ "เบี้ยประกันภัยรับประจำปี 2565 จำนวน 4,086 ล้านบาท" ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายฐานลูกค้าและธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ การที่อัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอยู่ในเกณฑ์ปกติของธุรกิจ แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี อย่างไรก็ตาม การเติบโตในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน รวมถึงการรักษาอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 พุ่ง 704.44 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นกว่า 50 เท่า จาก 14.07 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้หลักจากการรับโอนกรมธรรม์** จากบริษัท อาคเนย์ประกันภัย และ ไทยประกันภัย หนุนเบี้ยประกันภัยสุทธิ
* **เบี้ยประกันภัยรับประจำปี 2565 สูงถึง 4,086 ล้านบาท**
* **อัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอยู่ในเกณฑ์ปกติ** ของทั้งกรมธรรม์ที่รับโอนและกรมธรรม์ใหม่
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น** ตามปริมาณงานที่ขยายตัว
* **กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 666.20 ล้านบาท** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการที่โดดเด่นในปี 2565 โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 อยู่ที่ 704.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 14.07 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้หลักจากการรับประกันภัย ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการรับโอนกรมธรรม์ประกันภัยจากบริษัทอื่น และการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับประจำปี แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและค่าใช้จ่ายดำเนินงานจะปรับตัวสูงขึ้นตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้นั้นมีมากกว่า ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ รายได้จากการลงทุนและรายได้อื่นก็มีส่วนช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวมเช่นกัน
## โอกาส
* **การขยายฐานลูกค้าจากการรับโอนกรมธรรม์:** การรับโอนกรมธรรม์จากบริษัทประกันภัยอื่นเป็นการเพิ่มจำนวนผู้เอาประกันภัยและเบี้ยประกันภัยรับได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับประจำปี:** การที่เบี้ยประกันภัยรับประจำปี 2565 อยู่ที่ 4,086 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจประกันภัยหลักของบริษัท
* **การบริหารจัดการอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน:** การที่อัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอยู่ในเกณฑ์ปกติของธุรกิจ บ่งชี้ถึงความสามารถในการประเมินความเสี่ยงและการบริหารจัดการกรมธรรม์ที่มีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณงานที่ขยายตัว อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความผันผวนของอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน:** แม้ปัจจุบันจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ในอนาคตอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเคลมประกัน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัย:** อุตสาหกรรมประกันภัยมีการแข่งขันสูง บริษัทต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์ ราคา และการบริการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในปีถัดไป
* ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
* การบริหารจัดการอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
* กลยุทธ์การรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่
* ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยต่อรายได้จากการลงทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
สำหรับ INSURE ในฐานะบริษัทประกันภัย การเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในปี 2565 ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลักด้านรายได้จากการรับประกันภัยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการรับโอนกรมธรรม์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิจากการประกันภัยต่อ การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอยู่ในเกณฑ์ปกติของธุรกิจ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ยังคงมีประสิทธิภาพ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและค่าใช้จ่ายดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณงานที่ขยายตัว แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้นั้นมีมากกว่า ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยเติบโตได้อย่างโดดเด่น รายได้จากการลงทุนและรายได้อื่นมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนักเมื่อเทียบกับรายได้หลัก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดปี 2565 จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
ผลประกอบการปี 2565 ของ INSURE แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นและเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การขยายธุรกิจผ่านการรับโอนกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการรับประกันภัยสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน แต่การบริหารจัดการอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ ประกอบกับการเติบโตของรายได้ ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการรักษาฐานลูกค้าและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ความเสี่ยงหลักอยู่ที่การควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันในอุตสาหกรรม ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับและความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ INSURE ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
4.69
ล้านบาท
↓ 99.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,729.84
ล้านบาท
↑ 50.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36,875.68
%
กำไรสุทธิ
14.85
ล้านบาท
↓ 87.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
316.54
%
D/E Ratio
4.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5
↓ -99.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,730
↑ + 50.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↓ -87.7%
YoY
D/E Ratio
4.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — INSURE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.36
ROE (%)
1.41
ROA (%)
0.19
Book Value/หุ้น
117.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — INSURE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+978
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — INSURE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
977.84
-28.42%
|
1,366.04
-34.40%
|
2,082.51
-24.09%
|
2,743.51
-11,608.01%
|
-23.84
-168.53%
|
34.79
-185.04%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.29
-94.72%
|
-232.70
-101,273.91%
|
0.23
-154.76%
|
-0.42
+320.00%
|
-0.10
+11.11%
|
-0.09
+125.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-137.00
-27.80%
|
-189.76
-4,225.22%
|
4.60
+99.13%
|
2.31
-21.43%
|
2.94
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,114.59
+18.12%
|
943.58
-54.79%
|
2,087.33
-23.98%
|
2,745.92
-13,200.76%
|
-20.96
-171.54%
|
29.30
-171.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
609.39
-29.16%
|
860.23
-38.99%
|
1,409.93
+1,861.78%
|
71.87
+13.43%
|
63.36
+86.02%
|
34.06
-47.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
821.31
+34.78%
|
609.39
-29.16%
|
860.23
-38.99%
|
1,409.93
+1,861.78%
|
71.87
+13.43%
|
63.36
+86.02%
|