บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.00
+0.00 (+100.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4594 out_tok=2607 at=2026-07-25T06:36:17 -->
# INSURE กำไร Q2/2566 ดิ่ง 79% รับผลขาดทุนจากการรับประกันภัย-ลงทุน ฉุดรายได้รวมหด
## เบี้ยประกันภัยรับโตแรง 42% แต่กำไรสุทธิวูบ เหตุค่าใช้จ่ายพุ่ง-ขาดทุนพิเศษจากการลงทุน
บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ INSURE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 23 ล้านบาท ลดลงถึง 79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 108 ล้านบาท แม้เบี้ยประกันภัยรับจะเติบโตต่อเนื่อง แต่ปัจจัยลบจากผลการรับประกันภัยและรายได้จากการลงทุนที่ลดลง ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ INSURE ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมากถึง 79% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **ผลการรับประกันภัยที่พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน** ประกอบกับ **รายได้จากการลงทุนที่ลดลง** โดยกำไรจากการรับประกันภัยลดลง 154% (จากกำไร 20 ล้านบาท ใน Q2/66 เทียบกับขาดทุน 37 ล้านบาท ใน Q2/65) และรายได้จากการลงทุนลดลง 25% (จาก 9 ล้านบาท ใน Q2/66 เทียบกับ 12 ล้านบาท ใน Q2/65) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรก่อนภาษีที่ลดลง 220% และกำไรสุทธิที่ลดลง 79%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ผลการรับประกันภัย:** แม้เบี้ยประกันภัยรับจะเติบโตถึง 42% จากการต่ออายุกรมธรรม์และลูกค้าใหม่ในประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน แต่ **ค่าใช้จ่ายสารสนเทศและสำรองค่าเผื่อหนี้สูญกลับลดลง** ซึ่งเป็นปัจจัยบวก อย่างไรก็ตาม การที่ผลการรับประกันภัยพลิกจากกำไรเป็นขาดทุนนั้น เกิดจาก **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและต้นทุนการได้มาโดยรวมของบริษัทที่เพิ่มขึ้น** แม้จะมีการประกันภัยต่อในสัดส่วนสูงเพื่อบริหารความเสี่ยง แต่ก็ได้รับชดเชยจากรายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อไม่เพียงพอ
**รายได้จากการลงทุน:** รายได้จากการลงทุนสุทธิลดลง 25% เนื่องจาก **เงินลงทุนในหลักทรัพย์ลดลง** โดยในงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมี **ขาดทุนจากการขายตราสารทุนจำนวน 7 ล้านบาท** เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (แต่ต้องติดตามใกล้ชิด):** การที่ผลการรับประกันภัยพลิกจากกำไรเป็นขาดทุน และรายได้จากการลงทุนลดลง อาจมีลักษณะ **ครั้งคราว** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและต้นทุนการได้มาเพิ่มขึ้นตามเบี้ยประกันภัยรับที่เติบโต ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินงานปกติ อย่างไรก็ตาม การมีขาดทุนจากการขายตราสารทุนในงวด 6 เดือนแรก อาจสะท้อนถึงความระมัดระวังในการบริหารพอร์ตลงทุนท่ามกลางความผันผวนของตลาด ซึ่งต้องจับตาว่าบริษัทจะยังคงมีนโยบายลดความเสี่ยงเช่นนี้ต่อไปหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2566 ลดลง 79% YoY** อยู่ที่ 23 ล้านบาท จาก 108 ล้านบาทในปีก่อน
* **เบี้ยประกันภัยรับเติบโต 42% YoY** แตะ 1,166 ล้านบาท จากการต่ออายุกรมธรรม์และลูกค้าใหม่
* **ผลการรับประกันภัยพลิกขาดทุน 37 ล้านบาท** จากปีก่อนที่มีกำไร 20 ล้านบาท แม้เบี้ยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 6%
* **รายได้จากการลงทุนลดลง 25% YoY** อยู่ที่ 9 ล้านบาท จากเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่ลดลง
* **งวด 6 เดือนแรก กำไรสุทธิลดลง 87% YoY** อยู่ที่ 93 ล้านบาท จาก 706 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมลดลง 10% จากสิ้นปีก่อน** อยู่ที่ 9,389 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสดและสินทรัพย์ลงทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2/2566:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 23 ล้านบาท ลดลง 79% จาก 108 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการรับประกันภัยรวม 349 ล้านบาท ลดลง 28% และมีค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยสุทธิ 167 ล้านบาท ลดลง 44% ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยอยู่ที่ 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 154% แต่เมื่อรวมกับรายได้จากการลงทุนที่ลดลง และรายการอื่น ๆ ทำให้กำไรก่อนภาษีลดลง 220% มาอยู่ที่ 30 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลงตาม
**งวด 6 เดือนแรก:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 93 ล้านบาท ลดลง 87% จาก 706 ล้านบาทในปีก่อน โดยเบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโต 79% เป็น 2,101 ล้านบาท แต่เบี้ยประกันภัยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 147% เป็น 419 ล้านบาท (ไม่รวมภาระผูกพันที่รับโอนจากปีก่อน) ผลการรับประกันภัยมีกำไร 122 ล้านบาท ลดลง 83% และรายได้จากการลงทุนลดลง 20% ทำให้กำไรก่อนภาษีลดลง 81% มาอยู่ที่ 137 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลงตาม
## โอกาส
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับ:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของเบี้ยประกันภัยรับทั้งในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรก แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและรักษาฐานลูกค้าเดิม โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน
* **การบริหารความเสี่ยงผ่านการประกันภัยต่อ:** การรักษาสัดส่วนการประกันภัยต่อในระดับสูงช่วยบริหารความเสี่ยงในการรับประกันภัย แม้จะมีการเสี่ยงภัยไว้เองสำหรับงานประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจสูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดตราสารทุน:** การมีขาดทุนจากการขายตราสารทุนจำนวน 7 ล้านบาท ในงวด 6 เดือนแรก สะท้อนถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุน
* **ต้นทุนการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น:** การที่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและต้นทุนการได้มาโดยรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นตามเบี้ยประกันภัยรับที่เติบโต อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การเปลี่ยนแปลงของภาษีเงินได้:** ในไตรมาส 2/2566 มีการเปลี่ยนแปลงภาษีเงินได้จาก 133 ล้านบาท เป็น (7) ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มผลการรับประกันภัย:** จับตาว่าผลการรับประกันภัยจะสามารถกลับมามีกำไรได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเบี้ยประกันภัยรับที่เติบโต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ติดตามการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและต้นทุนการได้มา เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของเบี้ยประกันภัย
* **กลยุทธ์การลงทุน:** สังเกตการณ์นโยบายการลงทุนของบริษัท โดยเฉพาะการบริหารจัดการพอร์ตตราสารทุนท่ามกลางความผันผวนของตลาด
* **การเปลี่ยนแปลงของสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ:** ตรวจสอบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อผลการรับประกันภัย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในมุมมองของธุรกิจประกันภัย INSURE แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของ **เบี้ยประกันภัยรับ** ที่แข็งแกร่งถึง 42% YoY ในไตรมาส 2/2566 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตาม **เบี้ยประกันภัยรับสุทธิ** ที่เพิ่มขึ้นเพียง 6% YoY บ่งชี้ว่าบริษัทมีการใช้ **การประกันภัยต่อ (Reinsurance)** ในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะในส่วนของประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่บริษัทมีการเสี่ยงภัยไว้เองสูงขึ้น
**ผลการรับประกันภัย** ที่พลิกจากกำไร 20 ล้านบาทใน Q2/65 มาเป็นขาดทุน 37 ล้านบาทใน Q2/66 เป็นจุดที่น่ากังวล แม้ว่า **ค่าใช้จ่ายสารสนเทศและสำรองค่าเผื่อหนี้สูญจะลดลง** แต่ก็ไม่สามารถชดเชย **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและต้นทุนการได้มาที่เพิ่มขึ้น** ได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับที่สูงขึ้น
ด้าน **รายได้จากการลงทุน** ลดลง 25% YoY เนื่องจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์ลดลง และมี **ขาดทุนจากการขายตราสารทุน 7 ล้านบาท** ในงวด 6 เดือนแรก ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารพอร์ตที่เน้นลดความเสี่ยงในภาวะตลาดผันผวน
## ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมี **สินทรัพย์รวม 9,389 ล้านบาท ลดลง 10%** จากสิ้นปีก่อน โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและสินทรัพย์ลงทุนจำนวน 1,202 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการจ่ายคืนเงินค้างจ่ายตามสัญญาประกันภัยต่อ
**หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,374 ล้านบาท ลดลง 12%** จากสิ้นปีก่อน โดยหนี้สินสัญญาประกันภัยลดลง 259 ล้านบาท จากการทยอยรับรู้ตามงวดเวลา และเจ้าหนี้ประกันภัยต่อลดลง 949 ล้านบาทจากการจ่ายชำระในไตรมาส 1/66
**ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 10%** อยู่ที่ 1,015 ล้านบาท จาก 923 ล้านบาทในสิ้นปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม 15%
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ INSURE ในไตรมาส 2/2566 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 79% มาจากการพลิกขาดทุนของผลการรับประกันภัย ประกอบกับรายได้จากการลงทุนที่ลดลง แม้เบี้ยประกันภัยรับจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและการบริหารพอร์ตลงทุนที่เน้นลดความเสี่ยง ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและสร้างผลกำไรจากการรับประกันภัยได้อย่างยั่งยืนในระยะต่อไปหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ INSURE ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
4.69
ล้านบาท
↓ 99.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,729.84
ล้านบาท
↑ 50.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36,875.68
%
กำไรสุทธิ
14.85
ล้านบาท
↓ 87.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
316.54
%
D/E Ratio
4.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5
↓ -99.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,730
↑ + 50.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↓ -87.7%
YoY
D/E Ratio
4.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — INSURE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.36
ROE (%)
1.41
ROA (%)
0.19
Book Value/หุ้น
117.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — INSURE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+978
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — INSURE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
977.84
-28.42%
|
1,366.04
-34.40%
|
2,082.51
-24.09%
|
2,743.51
-11,608.01%
|
-23.84
-168.53%
|
34.79
-185.04%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.29
-94.72%
|
-232.70
-101,273.91%
|
0.23
-154.76%
|
-0.42
+320.00%
|
-0.10
+11.11%
|
-0.09
+125.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-137.00
-27.80%
|
-189.76
-4,225.22%
|
4.60
+99.13%
|
2.31
-21.43%
|
2.94
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,114.59
+18.12%
|
943.58
-54.79%
|
2,087.33
-23.98%
|
2,745.92
-13,200.76%
|
-20.96
-171.54%
|
29.30
-171.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
609.39
-29.16%
|
860.23
-38.99%
|
1,409.93
+1,861.78%
|
71.87
+13.43%
|
63.36
+86.02%
|
34.06
-47.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
821.31
+34.78%
|
609.39
-29.16%
|
860.23
-38.99%
|
1,409.93
+1,861.78%
|
71.87
+13.43%
|
63.36
+86.02%
|