บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.00
+0.00 (+100.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3518 out_tok=2242 at=2026-07-27T10:09:20 -->
# INSURE Q2/2564 กำไรวูบ 99% สวนทางเบี้ยรับโต เหตุสำรองประกันภัยพุ่ง
## ผลขาดทุนจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นกระทบกำไรสุทธิ ขณะที่รายได้ลงทุนลดลง
บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ INSURE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิเพียง 5,352 บาท ลดลงถึง 99.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 6.83 ล้านบาท แม้เบี้ยประกันภัยรับสุทธิจะเติบโต แต่การตั้งสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับรายได้จากการลงทุนที่ลดลง เป็นปัจจัยกดดันผลกำไรในไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ INSURE ในไตรมาส 2 ปี 2564 หายไปเกือบทั้งหมด คือ **ผลขาดทุนจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะการตั้งสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ (Unearned Premium Reserve) ที่สูงขึ้น ซึ่งหักล้างผลบวกจากการที่บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 42.98 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิจากการประกันภัยต่อเพิ่มขึ้น 5.60 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ รายได้จากการลงทุนและรายได้อื่นที่ลดลง 7.23 ล้านบาท จากการปรับมูลค่ายุติธรรมที่ลดลง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนจากการรับประกันภัยเป็นผลมาจากการ **เพิ่มสัดส่วนการรับประกันภัยเสี่ยงภัยไว้เอง (Retention Ratio)** ของบริษัท และการ **เพิ่มขึ้นของงานการรับประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ** ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการตั้งสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวมได้ดีกว่าปีก่อน แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น สำหรับรายได้จากการลงทุนที่ลดลงนั้น เกิดจากการ **ปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน** ที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการเพิ่มสัดส่วนการรับประกันภัยไว้เองและการเพิ่มขึ้นของงานประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับจะเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของบริษัท แต่ผลกระทบต่อการตั้งสำรองและการทำกำไรจากการรับประกันภัยนั้นยังต้องจับตาดูในไตรมาสถัดไป เนื่องจากเอกสารไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มการตั้งสำรองหรือการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการรับประกันภัยในอนาคต ส่วนรายได้จากการลงทุนที่ลดลงจากการปรับมูลค่ายุติธรรมนั้น อาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดและพอร์ตการลงทุนของบริษัท
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 2/2564 ลดลง 99.9% YoY** เหลือเพียง 5,352 บาท จาก 6.83 ล้านบาทในปีก่อน
* **ผลขาดทุนจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 4.29 ล้านบาท YoY** เป็นปัจจัยหลักกดดันผลประกอบการ
* **เบี้ยประกันภัยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 42.98 ล้านบาท YoY** และเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิจากการประกันภัยต่อเพิ่มขึ้น 5.60 ล้านบาท
* **การตั้งสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้น** จากการเพิ่มสัดส่วนการรับประกันภัยเสี่ยงภัยไว้เอง และการรับประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
* **รายได้จากการลงทุนและรายได้อื่นลดลง 7.23 ล้านบาท YoY** จากการปรับมูลค่ายุติธรรมที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2564 บริษัทมีผลกำไรจากการดำเนินงานเท่ากับ 5,352 บาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 6.83 ล้านบาท คิดเป็นการลดลงถึง 99.9% โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าบริษัทจะมีเบี้ยประกันภัยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 42.98 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิจากการประกันภัยต่อเพิ่มขึ้น 5.60 ล้านบาท แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการตั้งสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการลดลงของรายได้จากการลงทุนและรายได้อื่นจำนวน 7.23 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 5.24 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 12.22 ล้านบาท ซึ่งถือว่าขาดทุนลดลง 7.02 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 12.94 ล้านบาท จากการตั้งสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น 77.93 ล้านบาท แต่ในขณะเดียวกัน บริษัทมีกำไรจากการลงทุนและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 18.01 ล้านบาท จากการปรับสัดส่วนการลงทุนโดยลดน้ำหนักการลงทุนในตราสารทุน
## โอกาส
* **การเพิ่มสัดส่วนการรับประกันภัยเสี่ยงภัยไว้เอง:** เป็นโอกาสในการบริหารจัดการกำไรจากการรับประกันภัยได้ดีขึ้นในระยะยาว หากสามารถบริหารความเสี่ยงและต้นทุนค่าสินไหมทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การเติบโตของงานประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ:** เป็นตลาดที่มีความต้องการต่อเนื่อง และอาจเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าสินไหมทดแทนได้ดี
## ความเสี่ยง
* **การตั้งสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น:** เป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรในระยะสั้น หากการตั้งสำรองยังคงอยู่ในระดับสูง อาจกดดันผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง
* **ความผันผวนของรายได้จากการลงทุน:** การปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนที่ลดลง สะท้อนความเสี่ยงจากสภาวะตลาดและการบริหารพอร์ตการลงทุนของบริษัท
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัย:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อการกำหนดเบี้ยประกันภัยและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการตั้งสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือไม่ และมีปัจจัยใดสนับสนุน
* **ผลประกอบการจากการรับประกันภัย:** บริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนค่าสินไหมทดแทนให้สอดคล้องกับเบี้ยประกันภัยรับสุทธิที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่
* **การบริหารพอร์ตการลงทุน:** ทิศทางการลงทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนในไตรมาสถัดไป
* **แผนการบริหารความเสี่ยง:** กลยุทธ์ของบริษัทในการบริหารความเสี่ยงจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของธุรกิจประกันภัย การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในไตรมาสนี้คือ **ผลขาดทุนจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งเป็นผลมาจากการตั้งสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ที่สูงขึ้น แม้ว่าเบี้ยประกันภัยรับสุทธิจะเติบโต แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการตั้งสำรองได้ การเพิ่มสัดส่วนการรับประกันภัยเสี่ยงภัยไว้เอง (Retention Ratio) และการเพิ่มขึ้นของงานประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ เป็นปัจจัยที่ทำให้ต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนค่าสินไหมทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวหรือไม่
ด้าน **รายได้จากการลงทุนและรายได้อื่น** ปรับตัวลดลง 7.23 ล้านบาท เนื่องจากผลจากการปรับมูลค่ายุติธรรมที่ลดลง อย่างไรก็ตาม สำหรับงวดหกเดือน บริษัทมีกำไรจากการลงทุนและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 18.01 ล้านบาท จากการปรับสัดส่วนการลงทุนโดยลดน้ำหนักการลงทุนในตราสารทุน ซึ่งสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์การลงทุนของบริษัท
ในส่วนของ **ค่าใช้จ่าย** ฝ่ายจัดการระบุว่าสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวมของบริษัทได้ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลกระทบต่อผลประกอบการได้บ้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทโดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
INSURE ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากผลขาดทุนจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการตั้งสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ที่สูงขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนการรับประกันภัยไว้เองและงานประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ประกอบกับรายได้จากการลงทุนที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้เบี้ยประกันภัยรับสุทธิจะเติบโต แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยปัจจัยลบเหล่านี้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการตั้งสำรองและประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนในไตรมาสถัดไป รวมถึงทิศทางการลงทุนของบริษัท เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของผลประกอบการ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ INSURE ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
4.69
ล้านบาท
↓ 99.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,729.84
ล้านบาท
↑ 50.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36,875.68
%
กำไรสุทธิ
14.85
ล้านบาท
↓ 87.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
316.54
%
D/E Ratio
4.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5
↓ -99.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,730
↑ + 50.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↓ -87.7%
YoY
D/E Ratio
4.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — INSURE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.36
ROE (%)
1.41
ROA (%)
0.19
Book Value/หุ้น
117.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — INSURE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+978
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — INSURE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
977.84
-28.42%
|
1,366.04
-34.40%
|
2,082.51
-24.09%
|
2,743.51
-11,608.01%
|
-23.84
-168.53%
|
34.79
-185.04%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.29
-94.72%
|
-232.70
-101,273.91%
|
0.23
-154.76%
|
-0.42
+320.00%
|
-0.10
+11.11%
|
-0.09
+125.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-137.00
-27.80%
|
-189.76
-4,225.22%
|
4.60
+99.13%
|
2.31
-21.43%
|
2.94
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,114.59
+18.12%
|
943.58
-54.79%
|
2,087.33
-23.98%
|
2,745.92
-13,200.76%
|
-20.96
-171.54%
|
29.30
-171.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
609.39
-29.16%
|
860.23
-38.99%
|
1,409.93
+1,861.78%
|
71.87
+13.43%
|
63.36
+86.02%
|
34.06
-47.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
821.31
+34.78%
|
609.39
-29.16%
|
860.23
-38.99%
|
1,409.93
+1,861.78%
|
71.87
+13.43%
|
63.36
+86.02%
|