บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.00
+0.00 (+100.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3322 out_tok=1953 at=2026-07-25T17:53:46 -->
# INSURE กำไร Q1/2566 ดิ่ง 88% สู่ 69.48 ล้านบาท รับต้นทุนรับประกันภัยพุ่ง
## รายได้ค่าจ้าง-บำเหน็จประกันภัยต่อลดฮวบ ฉุดกำไรจากการรับประกันภัยหดตัว 63%
บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ INSURE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 69.48 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 598.07 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากกำไรจากการรับประกันภัยที่ลดลงอย่างมาก แม้จะมีค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลงตามมาก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ INSURE ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลงอย่างมาก คือ **กำไรจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายที่ลดลงถึง 63%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหายไปของรายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อของภาระผูกพันที่รับโอนมาจากบริษัทประกันภัยอื่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรจากการดำเนินงานปกติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยลดลง มาจากการที่ **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและต้นทุนการได้มาโดยรวมของบริษัทเพิ่มขึ้น** เนื่องจากการขยายพอร์ตการรับประกันภัยในช่วงที่ผ่านมา โดยต้นทุนการได้มา (acquisition cost) จะถูกรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทันที ซึ่งแตกต่างจากเบี้ยประกันภัยรับที่ทยอยรับรู้ตามระยะเวลา นอกจากนี้ ยังมี **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 123.52 ล้านบาท** จากการเพิ่มจำนวนพนักงานและค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายลดลง 172.59 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การลดลงของกำไรจากการรับประกันภัยส่วนหนึ่งมาจาก **การหายไปของรายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อของภาระผูกพันที่รับโอนมาจากบริษัทประกันภัยอื่น** ซึ่งเป็นรายการที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาส อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและต้นทุนการได้มาจากการขยายพอร์ต รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลางได้ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะกลับมาเป็นปกติได้ในทันที
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 88% YoY:** จาก 598.07 ล้านบาท ใน Q1/2565 เหลือ 69.48 ล้านบาท ใน Q1/2566
* **กำไรจากการรับประกันภัยหดตัว 63%:** ลดลง 172.59 ล้านบาท จาก 274.26 ล้านบาท เป็น 101.67 ล้านบาท
* **รายได้ค่าจ้าง-บำเหน็จประกันภัยต่อหายไป:** รายการสำคัญที่เคยมีใน Q1/2565 จำนวน 469.65 ล้านบาท ไม่ปรากฏใน Q1/2566
* **ค่าใช้จ่ายรับประกันภัยและต้นทุนการได้มาเพิ่มขึ้น:** จากการขยายพอร์ตการรับประกันภัย
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น:** 123.52 ล้านบาท จากการเพิ่มพนักงานและเทคโนโลยี
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 112.39 ล้านบาท:** ตามกำไรที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีผลกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 69.48 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 6.95 บาทต่อหุ้น ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 598.07 ล้านบาท หรือ 59.81 บาทต่อหุ้น การลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากกำไรจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายที่ลดลงถึง 63% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและต้นทุนการได้มาจากการขยายพอร์ต รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากการลงทุนและรายได้อื่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.26 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 112.39 ล้านบาท
## โอกาส
* การขยายพอร์ตการรับประกันภัยที่กล่าวถึง อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และส่วนแบ่งการตลาดในระยะยาว หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* การลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศที่เพิ่มขึ้น อาจนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความเสี่ยงด้านต้นทุนการรับประกันภัย:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและต้นทุนการได้มาจากการขยายพอร์ต อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรจากการรับประกันภัยในระยะยาว หากไม่สามารถควบคุมได้
* **ความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานและเทคโนโลยีสารสนเทศ หากไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า อาจเป็นภาระต่อผลกำไร
* **ความไม่แน่นอนของรายได้พิเศษ:** การพึ่งพารายได้จากการเอาประกันภัยต่อของภาระผูกพันที่รับโอนมา อาจทำให้ผลประกอบการมีความผันผวนสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนการได้มาและค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยหลังการขยายพอร์ต
* ผลกระทบจากการลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและรายได้
* การกลับมาของรายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อ หรือการหาแหล่งรายได้อื่นมาชดเชย
* ทิศทางของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป
* การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบหรือสภาวะตลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในมุมมองของธุรกิจประกันภัย การเปลี่ยนแปลงของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจาก **กำไรจากการรับประกันภัย (Underwriting Profit)** ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจประกันภัย การลดลงอย่างมากของรายการนี้ สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและต้นทุนการได้มา (Acquisition Cost) ที่รับรู้ทันทีจากการขยายธุรกิจ
ประเด็นสำคัญคือ **การหายไปของรายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อ** ซึ่งเป็นรายการที่เคยมีนัยสำคัญในปีก่อน และการเพิ่มขึ้นของ **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน** ที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจและลงทุนด้านเทคโนโลยี สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Bottom Line แม้ว่า **รายได้จากการลงทุน** จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบจากธุรกิจหลักได้
ในส่วนของ **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้** ที่ลดลงนั้น เป็นผลลัพธ์ที่ตามมาจากการที่กำไรจากการรับประกันภัยลดลง ซึ่งเป็นกลไกปกติของระบบภาษี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2566
## สรุปท้าย
INSURE เผชิญกับแรงกดดันด้านผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2566 โดยมีกำไรสุทธิลดลงอย่างมากถึง 88% สาเหตุหลักมาจากกำไรจากการรับประกันภัยที่หดตัว 63% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการรับประกันภัยและต้นทุนการได้มาจากการขยายพอร์ต รวมถึงค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่สูงขึ้น ประกอบกับการหายไปของรายได้พิเศษจากการเอาประกันภัยต่อ แม้จะมีโอกาสจากการขยายธุรกิจและลงทุนในเทคโนโลยี แต่ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการต้นทุนและการพึ่งพารายได้พิเศษยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ INSURE ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
4.69
ล้านบาท
↓ 99.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,729.84
ล้านบาท
↑ 50.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36,875.68
%
กำไรสุทธิ
14.85
ล้านบาท
↓ 87.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
316.54
%
D/E Ratio
4.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5
↓ -99.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,730
↑ + 50.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↓ -87.7%
YoY
D/E Ratio
4.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — INSURE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.36
ROE (%)
1.41
ROA (%)
0.19
Book Value/หุ้น
117.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — INSURE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+978
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — INSURE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
977.84
-28.42%
|
1,366.04
-34.40%
|
2,082.51
-24.09%
|
2,743.51
-11,608.01%
|
-23.84
-168.53%
|
34.79
-185.04%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.29
-94.72%
|
-232.70
-101,273.91%
|
0.23
-154.76%
|
-0.42
+320.00%
|
-0.10
+11.11%
|
-0.09
+125.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-137.00
-27.80%
|
-189.76
-4,225.22%
|
4.60
+99.13%
|
2.31
-21.43%
|
2.94
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,114.59
+18.12%
|
943.58
-54.79%
|
2,087.33
-23.98%
|
2,745.92
-13,200.76%
|
-20.96
-171.54%
|
29.30
-171.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
609.39
-29.16%
|
860.23
-38.99%
|
1,409.93
+1,861.78%
|
71.87
+13.43%
|
63.36
+86.02%
|
34.06
-47.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
821.31
+34.78%
|
609.39
-29.16%
|
860.23
-38.99%
|
1,409.93
+1,861.78%
|
71.87
+13.43%
|
63.36
+86.02%
|