บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.00
+0.00 (+100.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3303 out_tok=1880 at=2026-07-25T18:35:24 -->
# INSURE กำไร Q3/2565 พุ่ง 491% รับรายได้ค่าจ้าง-ค่าบำเหน็จโตแรง
## ฝ่ายจัดการ INSURE ชี้กำไรไตรมาส 3 เติบโตโดดเด่น จากการเพิ่มสัดส่วนประกันภัยต่อ ขณะที่รายได้ลงทุนหนุนเพิ่ม
บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ INSURE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 36.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 491% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 6.15 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากปัจจัยหลักด้านรายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ INSURE ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จ** ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเติบโตถึง 491% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 36.33 ล้านบาท เทียบกับ 6.15 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จนี้เป็นผลมาจากการ **เพิ่มสัดส่วนการประกันภัยต่อให้กับบริษัทรับประกันภัยต่อ** ซึ่งหมายถึงบริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยงโดยการส่งต่อกรมธรรม์บางส่วนไปยังบริษัทอื่นมากขึ้น ทำให้บริษัทสามารถรับประกันภัยได้มากขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับภาระความเสี่ยงทั้งหมดไว้เอง ส่งผลให้มีรายได้จากค่าจ้างและค่าบำเหน็จเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ รายได้จากการลงทุนและรายได้อื่นก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.67 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ระบุว่าเป็นการ "เพิ่มสัดส่วนการประกันภัยต่อ" ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการบริหารจัดการธุรกิจประกันภัย การที่บริษัทเลือกเพิ่มสัดส่วนนี้บ่งชี้ถึงการปรับรูปแบบการดำเนินงานที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับประกันภัยและบริหารความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการลงทุนนั้นมีแนวโน้มผันผวนตามสภาวะตลาด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 3/2565 พุ่ง 491%** แตะ 36.33 ล้านบาท จาก 6.15 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จเพิ่มขึ้น 187.07 ล้านบาท** ในไตรมาส 3/2565 เทียบกับปีก่อน
* **ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2565 กำไรสุทธิ 742.31 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 0.91 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการลงทุนและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 5.67 ล้านบาท** ในไตรมาส 3/2565
* **รายได้ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 0.92 ล้านบาท** ในไตรมาส 3/2565 จากการเปลี่ยนแปลงผลต่างชั่วคราวทางภาษี
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 มีกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 36.33 ล้านบาท (กำไรหุ้นละ 3.63 บาท) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไร 6.15 ล้านบาท (กำไรหุ้นละ 0.61 บาท) สำหรับผลการดำเนินงานงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันเดียวกัน บริษัทมีผลกำไรเป็นจำนวนเงิน 742.31 ล้านบาท เทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรเพียง 0.91 ล้านบาท การเติบโตของกำไรนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จ รวมถึงรายได้จากการลงทุนและรายได้อื่น
## โอกาส
* **การเพิ่มสัดส่วนการประกันภัยต่อ:** เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรับประกันภัยและบริหารความเสี่ยง ซึ่งอาจนำไปสู่การเติบโตของรายได้ในระยะยาว
* **การเติบโตของรายได้จากการลงทุนและรายได้อื่น:** แม้จะยังไม่มากนัก แต่ก็เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้จากการลงทุน:** สภาวะตลาดการเงินที่เปลี่ยนแปลงอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ส่วนนี้
* **การเปลี่ยนแปลงของผลต่างชั่วคราวทางภาษี:** อาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเพิ่มสัดส่วนการประกันภัยต่อ:** จะยังคงดำเนินต่อไปในระดับใด และส่งผลต่อผลประกอบการในระยะยาวอย่างไร
* **การบริหารจัดการความเสี่ยง:** การกระจายความเสี่ยงผ่านบริษัทรับประกันภัยต่อมีประสิทธิภาพเพียงใด
* **ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ:** ต่อธุรกิจประกันภัยโดยรวม และความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
* **การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ:** ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทประกันภัย การเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ INSURE ในไตรมาส 3 ปี 2565 ได้รับอิทธิพลหลักจากการบริหารจัดการรายได้จากการรับประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ **เพิ่มสัดส่วนการประกันภัยต่อ** ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มปริมาณธุรกิจที่รับได้โดยไม่ต้องเพิ่มภาระเงินกองทุนหรือความเสี่ยงมากนัก ส่งผลให้รายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเติบโตของกำไรสุทธิ 491% ในไตรมาส 3 นี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์ดังกล่าว
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิสูงถึง 742.31 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าประทับใจเมื่อเทียบกับปีก่อน การเติบโตนี้แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงการดำเนินงานที่ชัดเจน
ในส่วนของรายได้จากการลงทุนและรายได้อื่น แม้จะมีการเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับรายได้หลักจากการรับประกันภัย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นนี้ก็เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมผลประกอบการ
ประเด็นด้านภาษีเงินได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยในไตรมาส 3 มีการเพิ่มขึ้นของรายได้ภาษีเงินได้จากการเปลี่ยนแปลงของผลต่างชั่วคราวทางภาษี ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการดำเนินธุรกิจประกันภัยที่มีการบันทึกบัญชีและภาษีที่แตกต่างกันในบางรายการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท INSURE ในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
INSURE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 491% เป็นผลมาจากกลยุทธ์การเพิ่มสัดส่วนการประกันภัยต่อที่ประสบความสำเร็จ ส่งผลให้รายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จเติบโตอย่างโดดเด่น ขณะที่รายได้จากการลงทุนก็มีส่วนช่วยสนับสนุนเช่นกัน แม้ว่าความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดการเงินและประเด็นด้านภาษีจะยังคงมีอยู่ แต่แนวโน้มการเติบโตจากกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจนนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ INSURE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
4.69
ล้านบาท
↓ 99.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,729.84
ล้านบาท
↑ 50.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36,875.68
%
กำไรสุทธิ
14.85
ล้านบาท
↓ 87.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
316.54
%
D/E Ratio
4.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5
↓ -99.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,730
↑ + 50.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↓ -87.7%
YoY
D/E Ratio
4.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — INSURE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.36
ROE (%)
1.41
ROA (%)
0.19
Book Value/หุ้น
117.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — INSURE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+978
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — INSURE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
977.84
-28.42%
|
1,366.04
-34.40%
|
2,082.51
-24.09%
|
2,743.51
-11,608.01%
|
-23.84
-168.53%
|
34.79
-185.04%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.29
-94.72%
|
-232.70
-101,273.91%
|
0.23
-154.76%
|
-0.42
+320.00%
|
-0.10
+11.11%
|
-0.09
+125.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-137.00
-27.80%
|
-189.76
-4,225.22%
|
4.60
+99.13%
|
2.31
-21.43%
|
2.94
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,114.59
+18.12%
|
943.58
-54.79%
|
2,087.33
-23.98%
|
2,745.92
-13,200.76%
|
-20.96
-171.54%
|
29.30
-171.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
609.39
-29.16%
|
860.23
-38.99%
|
1,409.93
+1,861.78%
|
71.87
+13.43%
|
63.36
+86.02%
|
34.06
-47.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
821.31
+34.78%
|
609.39
-29.16%
|
860.23
-38.99%
|
1,409.93
+1,861.78%
|
71.87
+13.43%
|
63.36
+86.02%
|