บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.00
+0.00 (+100.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4584 out_tok=2527 at=2026-07-25T17:01:14 -->
INSURE กำไร Q3/2566 พุ่ง 44% รับเบี้ยประกันภัยโต-รายได้ลงทุนหนุน
**รายได้-กำไรปรับตามการเติบโตเบี้ยประกันภัยและผลตอบแทนลงทุน ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารความเสี่ยงผ่านประกันภัยต่อเป็นปัจจัยสำคัญ**
บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ INSURE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับและการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการลงทุน ขณะที่ผลการรับประกันภัยยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ INSURE ในไตรมาส 3/2566 เติบโต 44% YoY มาจาก **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับที่แข็งแกร่งและการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการลงทุน** แม้ว่าผลการรับประกันภัยจะลดลงก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับสุทธิที่ 12%** และ **รายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 100%** เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งช่วยชดเชยผลการรับประกันภัยที่ลดลง 28% ได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้นจาก 36 ล้านบาท เป็น 52 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับมาจาก **การต่ออายุกรมธรรม์และงานรับประกันภัยลูกค้าใหม่** โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการขยายฐานลูกค้าและธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ผลการรับประกันภัยที่ลดลงเกิดจาก **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายสารสนเทศที่เพิ่มขึ้น ส่วนรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 100% เป็นผลมาจาก **อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลดีต่อบริษัท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับ เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการต่ออายุและลูกค้าใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาว ส่วนรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 3/2566 เติบโต 44% YoY** แตะ 52 ล้านบาท จาก 36 ล้านบาทในปีก่อน
* **เบี้ยประกันภัยรับโต 25% YoY** แตะ 1,256 ล้านบาท จากการต่ออายุและลูกค้าใหม่ในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน
* **รายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น 100% YoY** แตะ 12 ล้านบาท จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น
* **ผลการรับประกันภัยลดลง 28% YoY** เหลือ 21 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายสารสนเทศ
* **เบี้ยประกันภัยรับสุทธิไตรมาส 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 277% YoY** แตะ 863 ล้านบาท แต่หากไม่รวมภาระผูกพันที่รับโอนมา จะลดลง 5% YoY
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 80% YoY** เหลือ 145 ล้านบาท จาก 743 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการรับโอนภาระผูกพันในปีที่แล้ว
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 INSURE มีกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 36 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 25% เป็น 1,256 ล้านบาท แต่เบี้ยประกันภัยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 12% เป็น 444 ล้านบาท ขณะที่เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิลดลง 24% เป็น 391 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยลดลง 28% เป็น 21 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 100% เป็น 12 ล้านบาท ช่วยหนุนกำไรก่อนภาษีให้ทรงตัวที่ 33 ล้านบาท และเมื่อรวมภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 145 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 743 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการรับโอนภาระผูกพันจากบริษัทประกันภัยอื่นในปีที่แล้ว โดยเบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโต 54% เป็น 3,357 ล้านบาท แต่เบี้ยประกันภัยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 277% เป็น 863 ล้านบาท หากไม่รวมภาระผูกพันที่รับโอนมา เบี้ยประกันภัยรับสุทธิจะลดลง 5%
## โอกาส
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับ:** การต่ออายุกรมธรรม์และงานรับประกันภัยลูกค้าใหม่ในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน แสดงถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าและรายได้ในระยะยาว
* **รายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น:** อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มรายได้จากการลงทุนให้กับบริษัท
* **การบริหารความเสี่ยงผ่านประกันภัยต่อ:** การรักษาสัดส่วนการประกันภัยต่อในระดับสูงช่วยบริหารความเสี่ยงในการรับประกันภัย แม้จะมีการรับรู้รายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อ
## ความเสี่ยง
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายสารสนเทศที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรจากการรับประกันภัยในระยะยาว
* **ความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร:** แม้ปัจจุบันจะปรับตัวสูงขึ้น แต่หากอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัย:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันอัตรากำไรและเบี้ยประกันภัย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายสารสนเทศ ว่าจะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนการได้มา:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการได้มาที่สอดคล้องกับการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับ
* **กลยุทธ์การขยายธุรกิจ:** แผนการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน รวมถึงการมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการสัดส่วนการประกันภัยต่อ:** การปรับสัดส่วนการประกันภัยต่อเพื่อบริหารความเสี่ยงและต้นทุนให้เหมาะสม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของการรับประกันภัย INSURE มีการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท การที่บริษัทสามารถต่ออายุและรับลูกค้าใหม่ได้ แสดงถึงความสามารถในการแข่งขันและรักษาฐานลูกค้า อย่างไรก็ตาม การที่เบี้ยประกันภัยรับสุทธิเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าเบี้ยประกันภัยรับรวม บ่งชี้ว่าบริษัทมีการใช้การประกันภัยต่อในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงเพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่พบได้ทั่วไปในธุรกิจประกันภัย
ผลการรับประกันภัยที่ลดลง 28% YoY ในไตรมาส 3/2566 เป็นผลโดยตรงจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายสารสนเทศ ซึ่งฝ่ายจัดการต้องหาแนวทางในการบริหารจัดการต้นทุนส่วนนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรักษาอัตรากำไรจากการรับประกันภัย
ด้านรายได้จากการลงทุน ถือเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ โดยการเพิ่มขึ้น 100% YoY มาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะตลาดตราสารหนี้ที่เอื้ออำนวยต่อบริษัทประกันภัยที่มีพอร์ตการลงทุนในตราสารหนี้จำนวนมาก
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 ตัวเลขกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมากนั้น เป็นผลกระทบจากการรับโอนภาระผูกพันในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นรายการพิเศษครั้งเดียว การวิเคราะห์ผลประกอบการในระยะยาวจึงควรพิจารณาจากผลการดำเนินงานปกติที่ไม่ได้รวมรายการพิเศษดังกล่าว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 9,376 ล้านบาท ลดลง 10% จากสิ้นปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสดและสินทรัพย์ลงทุนจำนวน 1,325 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการจ่ายคืนเงินค้างจ่ายตามสัญญาประกันภัยต่อ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,311 ล้านบาท ลดลง 13% จากสิ้นปีก่อน โดยหนี้สินสัญญาประกันภัยลดลง 275 ล้านบาท จากการทยอยรับรู้ตามงวดเวลา และเจ้าหนี้ประกันภัยต่อลดลง 962 ล้านบาท จากการจ่ายชำระในไตรมาส 1/2566
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 15% เป็น 1,065 ล้านบาท จาก 923 ล้านบาทในสิ้นปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม ซึ่งแสดงถึงการเติบโตของส่วนทุนที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ INSURE ในไตรมาส 3/2566 คือการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับและการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการลงทุน ซึ่งช่วยชดเชยผลการรับประกันภัยที่ได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น แม้ว่าผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกจะดูลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ส่วนใหญ่เป็นผลจากรายการพิเศษครั้งเดียวในปีที่แล้ว โดยภาพรวมบริษัทมีโอกาสในการเติบโตจากฐานลูกค้าที่ขยายตัวและสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยต่อรายได้จากการลงทุน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นสิ่งที่ฝ่ายจัดการต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ INSURE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
4.69
ล้านบาท
↓ 99.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,729.84
ล้านบาท
↑ 50.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36,875.68
%
กำไรสุทธิ
14.85
ล้านบาท
↓ 87.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
316.54
%
D/E Ratio
4.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5
↓ -99.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,730
↑ + 50.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↓ -87.7%
YoY
D/E Ratio
4.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — INSURE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.36
ROE (%)
1.41
ROA (%)
0.19
Book Value/หุ้น
117.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — INSURE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+978
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — INSURE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
977.84
-28.42%
|
1,366.04
-34.40%
|
2,082.51
-24.09%
|
2,743.51
-11,608.01%
|
-23.84
-168.53%
|
34.79
-185.04%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.29
-94.72%
|
-232.70
-101,273.91%
|
0.23
-154.76%
|
-0.42
+320.00%
|
-0.10
+11.11%
|
-0.09
+125.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-137.00
-27.80%
|
-189.76
-4,225.22%
|
4.60
+99.13%
|
2.31
-21.43%
|
2.94
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,114.59
+18.12%
|
943.58
-54.79%
|
2,087.33
-23.98%
|
2,745.92
-13,200.76%
|
-20.96
-171.54%
|
29.30
-171.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
609.39
-29.16%
|
860.23
-38.99%
|
1,409.93
+1,861.78%
|
71.87
+13.43%
|
63.36
+86.02%
|
34.06
-47.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
821.31
+34.78%
|
609.39
-29.16%
|
860.23
-38.99%
|
1,409.93
+1,861.78%
|
71.87
+13.43%
|
63.36
+86.02%
|