บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.88
+0.01 (+1.15%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10519 out_tok=2665 at=2026-07-25T17:18:10 -->
# IND กำไรสุทธิปี 64 หดตัว 19.8% รับรายได้รวมวูบ 17.8%
## รายได้-กำไรลดลงตามการส่งมอบโครงการใหญ่ที่ใกล้สิ้นสุด ประกอบกับชะลอประมูลงานใหม่ เหตุโควิด-19
บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IND รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 473.74 ล้านบาท ลดลง 17.87% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 14.26 ล้านบาท ลดลง 19.82% สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการให้บริการที่ลดลง โดยเฉพาะงานออกแบบพร้อมก่อสร้างที่รับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ใกล้สิ้นสุด ประกอบกับการชะลอการประมูลงานใหม่ของทั้งภาครัฐและเอกชนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ IND ในปี 2564 คือ **การลดลงของรายได้จากการให้บริการ โดยเฉพาะงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ โดยรายได้รวมลดลง 17.87% และกำไรสุทธิลดลง 19.82% เมื่อเทียบกับปี 2563
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้หลักมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ:
* **การส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่ใกล้สิ้นสุด:** โครงการหลักๆ เช่น งานออกแบบพร้อมก่อสร้างคลังน้ำมันลำปาง และสถานีบริการน้ำมันอากาศยานที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ได้รับรู้รายได้หลักไปแล้วในช่วงปี 2560-2563 ทำให้ในปี 2564 โครงการเหล่านี้อยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้างและเตรียมส่งมอบ ส่งผลให้มูลค่าการรับรู้รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การชะลอการประมูลงานใหม่:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนชะลอการลงทุนและการประมูลงานใหม่ๆ ทำให้บริษัทไม่สามารถเข้าประมูลโครงการใหม่ๆ ได้ตามแผนงาน ส่งผลให้ปริมาณงานใหม่ที่เข้ามาลดลง
นอกจากนี้ ต้นทุนการให้บริการที่ลดลง 19.92% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่การลดลงของรายได้มีสัดส่วนมากกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 11.31% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 18.34% เป็น 19.92% เนื่องจากต้นทุนการให้บริการลดลงในอัตราที่สูงกว่ารายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและภาครัฐเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
แม้ว่าปี 2564 จะเป็นปีที่รายได้และกำไรลดลง แต่เอกสารระบุว่าบริษัทได้มีการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ในปี 2564 เช่น โครงการออกแบบพร้อมก่อสร้างระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 1,980 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญในปีถัดไป นอกจากนี้ การชะลอการประมูลงานเป็นผลมาจากสถานการณ์ภายนอกที่คาดว่าจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อการแพร่ระบาดลดลง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 เท่ากับ 473.74 ล้านบาท ลดลง 17.87% YoY** จาก 576.81 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิปี 2564 เท่ากับ 14.26 ล้านบาท ลดลง 19.82% YoY** จาก 17.78 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้น** จาก 18.34% เป็น 19.92%
* **อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ลดลงเล็กน้อย** จาก 3.10% เป็น 3.05%
* **สินทรัพย์รวมลดลง 7.38%** มาอยู่ที่ 671.57 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 33.94%
* **หนี้สินรวมลดลง 19.80%** มาอยู่ที่ 292.58 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.20%** มาอยู่ที่ 378.99 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลง** จาก 1.01 เท่า เป็น 0.77 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IND มีรายได้รวม 473.74 ล้านบาท ลดลง 103.07 ล้านบาท หรือ 17.87% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้รวม 576.81 ล้านบาท โดยรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 468.19 ล้านบาท ลดลง 18.34% สอดคล้องกับภาพรวมของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการส่งมอบโครงการใหญ่ที่ใกล้สิ้นสุดและการชะลอการประมูลงานใหม่จากสถานการณ์โควิด-19
สำหรับกำไรสุทธิในปี 2564 อยู่ที่ 14.26 ล้านบาท ลดลง 3.52 ล้านบาท หรือ 19.82% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 17.78 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากการบริหารต้นทุน แต่การลดลงของรายได้ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง
## โอกาส
* **โครงการออกแบบพร้อมก่อสร้างระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา:** โครงการนี้มีมูลค่าสัญญาสูงถึง 1,980 ล้านบาท ซึ่งจะเข้ามาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักของบริษัทในปีถัดไป
* **การฟื้นตัวของการลงทุนภาครัฐและเอกชน:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย การประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานและโครงการต่างๆ ของภาครัฐและเอกชนมีแนวโน้มที่จะกลับมาคึกคัก ซึ่งจะเป็นโอกาสในการรับงานใหม่ๆ ของบริษัท
* **การขยายบริการ:** บริษัทมีบริการที่หลากหลายทั้งงานออกแบบ งานบริหารโครงการ และงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบวงจร
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการอนุมัติหรือการก่อสร้างโครงการที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์โควิด-19 หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และกำไร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและการก่อสร้างมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่:** การที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการขนาดใหญ่ ทำให้ผลประกอบการมีความผันผวนตามการรับรู้รายได้ของโครงการเหล่านั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการสนามบินอู่ตะเภา:** การรับรู้รายได้และสถานะของโครงการนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในปี 2565
* **การประมูลงานใหม่:** ความสามารถในการเข้าประมูลและได้รับงานใหม่ๆ โดยเฉพาะโครงการภาครัฐ จะเป็นตัวชี้วัดการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนวัสดุและค่าแรง
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การกลับมาลงทุนของภาคเอกชนและภาครัฐจะเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมโดยรวม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการให้บริการ:** ลดลง 18.34% โดยงานออกแบบพร้อมก่อสร้างลดลง 9.28% เป็น 384.94 ล้านบาท, งานออกแบบเบื้องต้นและรายละเอียดลดลง 47.44% เป็น 49.94 ล้านบาท และงานบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้างลดลง 40.39% เป็น 31.79 ล้านบาท
* **ต้นทุนการให้บริการ:** ลดลง 19.92% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 1.58% เป็น 19.92% เนื่องจากต้นทุนการให้บริการลดลงในอัตราที่สูงกว่ารายได้
* **Backlog:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขชัดเจน แต่การมีโครงการใหม่มูลค่า 1,980 ล้านบาท (สนามบินอู่ตะเภา) บ่งชี้ถึง Backlog ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 7.38% มาอยู่ที่ 671.57 ล้านบาท โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 33.94% เนื่องจากมีการจ่ายเงินลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อจำกัด (FPT) 52.50 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 19.80% มาอยู่ที่ 292.58 ล้านบาท โดยเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 19.06%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 5.20% มาอยู่ที่ 378.99 ล้านบาท จากผลประกอบการกำไรสุทธิ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ลดลงจาก 1.01 เท่า เป็น 0.77 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
* **กระแสเงินสดสุทธิ:** ลดลงจาก 167.63 ล้านบาท เป็น 81.07 ล้านบาท โดยมีเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 53.37 ล้านบาท
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 1.89 เป็น 2.01 เท่า ขณะที่อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (Quick Ratio) ลดลงจาก 1.30 เป็น 1.03 เท่า
## สรุปท้าย
IND ในปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลให้รายได้และกำไรลดลง โดยเฉพาะการส่งมอบโครงการใหญ่ที่ใกล้สิ้นสุดและการชะลอการประมูลงาน อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนที่ทำได้ดีส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น และการมีโครงการใหม่มูลค่าสูงอย่างสนามบินอู่ตะเภา เป็นสัญญาณบวกสำหรับโอกาสในการฟื้นตัวของรายได้ในปีถัดไป ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งด้วย D/E Ratio ที่ลดลง นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการใหม่และการกลับมาของการประมูลงานเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IND ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
255.37
ล้านบาท
↓ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
28.10
ล้านบาท
↓ 51.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.00
%
กำไรสุทธิ
-1.38
ล้านบาท
↓ 110.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.54
%
D/E Ratio
1.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
255
↓ -0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
28
↓ -51.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1
↓ -110.4%
YoY
D/E Ratio
1.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.09
ROE (%)
15.08
ROA (%)
9.10
Book Value/หุ้น
1.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-162
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-162.09
-32.83%
|
-241.33
+76.92%
|
-136.41
-412.87%
|
43.60
-173.95%
|
-58.96
-269.23%
|
34.84
+43.85%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-10.23
+220.69%
|
-3.19
-111.15%
|
28.60
+73.33%
|
16.50
-9,805.88%
|
-0.17
-97.75%
|
-7.56
-304.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
24.62
+305.60%
|
6.07
+107.17%
|
2.93
-47.49%
|
5.58
-772.29%
|
-0.83
-100.59%
|
140.35
-5,436.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-147.71
-38.06%
|
-238.46
+127.36%
|
-104.88
-259.73%
|
65.66
-209.51%
|
-59.96
-135.77%
|
167.63
+563.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
64.47
-15.03%
|
75.87
-54.23%
|
165.76
+5.06%
|
157.77
-33.94%
|
238.84
+235.40%
|
71.21
+55.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
41.96
-34.92%
|
64.47
-15.03%
|
75.87
-54.23%
|
165.76
+5.06%
|
157.77
-33.94%
|
0.00
|