บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.88
+0.01 (+1.15%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5401 out_tok=2634 at=2026-07-25T17:40:00 -->
# IND กำไรสุทธิ 9 เดือนโตกว่า 210% รับอานิสงส์งานออกแบบ-ก่อสร้างใหญ่
## รายได้ทะยาน 87% จาก 2 โปรเจกต์ยักษ์ ฝ่ายจัดการมั่นใจผลงานต่อเนื่อง
บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IND รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 21.13 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 210.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 19.06 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ทั้งในส่วนงานออกแบบและงานออกแบบพร้อมก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ IND ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร และเติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการให้บริการถึง 87.52%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ โดยเฉพาะงานออกแบบพร้อมก่อสร้างระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา และงานออกแบบทางหลวงขนาดใหญ่ 2 โครงการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากหลายส่วนงานหลัก ได้แก่:
* **งานออกแบบเบื้องต้นและออกแบบรายละเอียด:** เพิ่มขึ้น 179.91% จากการได้รับงานใหม่ 7 โครงการ โดยมี 2 โครงการที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ โครงการสำรวจ-ออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร ทล.2 - ทล.222 และโครงการสำรวจ-ออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บ.ป่าสัก - ต.ท่าวังพร้า รวมถึงการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการเดิม
* **งานออกแบบพร้อมก่อสร้าง:** เพิ่มขึ้น 74.81% จากการรับรู้รายได้โครงการออกแบบพร้อมก่อสร้าง - ระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา และการได้รับงานใหม่โครงการเปลี่ยนแปลงแนวท่อขนส่งน้ำมันฯ มูลค่า 161.20 ล้านบาท
* **งานบริหารงานโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง:** เพิ่มขึ้น 36.67% จากการรับรู้รายได้โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงฯ และโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่อง รวมถึงโครงการที่ใกล้แล้วเสร็จ
แม้ต้นทุนการให้บริการจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 74.79% โดยเฉพาะค่าจ้างผู้รับจ้างช่วงและวัสดุก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่สูงกว่า ทำให้ **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 148.34%** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ส่งผลให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทมีการรับงานใหม่เพิ่มขึ้นหลายโครงการ ทั้งงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง งานบริหารงานโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง และงานออกแบบเบื้องต้นและออกแบบรายละเอียด ซึ่งหลายโครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีการรับรู้รายได้จากโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องมาจากปีก่อนหน้าหลายโครงการ ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตของรายได้ที่จะต่อเนื่องไปในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 พลิกเป็นบวก 21.13 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 40.19 ล้านบาท หรือ 210.85% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 19.06 ล้านบาท
* **รายได้จากการให้บริการ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโตโดดเด่น 87.52%** แตะ 403.98 ล้านบาท จาก 215.43 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้น 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 148.34%** เป็น 92.58 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้
* **ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 74.79%** ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ โดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 6.53%** เป็น 68.16 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 14.69%** เป็น 335.56 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.44% เป็น 395.80 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 0.77 เป็น 0.85 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการให้บริการรวม 403.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 87.52% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 215.43 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 148.34% เป็น 92.58 ล้านบาท แม้ต้นทุนการให้บริการจะปรับตัวสูงขึ้นตามรายได้ แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นทำให้กำไรขั้นต้นต่อยอดได้ดี
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 6.53% เป็น 68.16 ล้านบาท ประกอบกับผลกระทบจากรายการภาษีเงินได้ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 21.13 ล้านบาท พลิกกลับมาเป็นบวกได้อย่างแข็งแกร่ง จากที่เคยขาดทุน 19.06 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การได้รับงานโครงการขนาดใหญ่:** การได้รับงานออกแบบเบื้องต้นและออกแบบรายละเอียด, งานออกแบบพร้อมก่อสร้าง, และงานบริหารงานโครงการและควบคุมงานก่อสร้างใหม่ๆ หลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าสูง เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **การรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการเดิม:** การมีโครงการที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาจากปีก่อนหน้าหลายโครงการ ช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ในระยะสั้นถึงกลาง
* **การส่งมอบงานโครงการที่แล้วเสร็จ:** การส่งมอบงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จให้กับลูกค้า ช่วยเพิ่มยอดลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานที่คืบหน้า
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัสดุและค่าแรงงาน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและค่าจ้างผู้รับจ้างช่วง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากไม่สามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องได้ทันท่วงที
* **การเปลี่ยนแปลงของรายการภาษีเงินได้:** ผลประโยชน์ (ค่าใช้จ่าย) ภาษีเงินได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญถึง (246.02)% ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยทางบัญชีหรือการปรับปรุงรายการภาษีที่ต้องติดตาม
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวมทำให้ D/E Ratio ปรับสูงขึ้นเป็น 0.85 เท่า แม้จะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** ติดตามความคืบหน้าและมูลค่ารายได้ที่จะรับรู้จากโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับใหม่ โดยเฉพาะโครงการออกแบบพร้อมก่อสร้าง - ระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา และโครงการเปลี่ยนแปลงแนวท่อขนส่งน้ำมันฯ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin):** เฝ้าระวังว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะสามารถรักษาหรือปรับปรุงให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ท่ามกลางต้นทุนที่อาจผันผวน
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ติดตามแนวโน้มของ D/E Ratio และแผนการบริหารจัดการหนี้สินของบริษัท
* **การรับงานใหม่เพิ่มเติม:** ประเมินศักยภาพในการได้รับงานใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
* **การเปลี่ยนแปลงของรายการภาษีเงินได้:** ทำความเข้าใจสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อประเมินผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของรายได้จากการให้บริการ IND มีการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะงานออกแบบเบื้องต้นและออกแบบรายละเอียดที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการได้งานใหม่หลายโครงการ รวมถึงโครงการทางหลวงขนาดใหญ่ 2 โครงการ ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและโอกาสในการขยายตลาดในภาครัฐ
งานออกแบบพร้อมก่อสร้างก็เป็นอีกส่วนที่เติบโตโดดเด่น จากการรับรู้รายได้โครงการสนามบินอู่ตะเภา และการได้งานใหม่มูลค่าสูง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการแบบครบวงจร
ส่วนงานบริหารงานโครงการและควบคุมงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นผลมาจากการดำเนินงานในโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงฯ ซึ่งบ่งชี้ถึงความไว้วางใจจากลูกค้าในบริการด้านการบริหารจัดการโครงการ
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าจ้างผู้รับจ้างช่วงและวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในโครงการออกแบบพร้อมก่อสร้าง เป็นประเด็นที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 731.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.90% จากสิ้นปี 2564 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่และส่งมอบงาน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 335.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.69% ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินที่เกิดจากสัญญา เนื่องจากการรับงานใหม่โครงการขนาดใหญ่และมีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้าค่างาน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.44% เป็น 395.80 ล้านบาท จากผลประกอบการที่มีกำไรสุทธิสะสม
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 0.77 เป็น 0.85 เท่า ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวม
## สรุปท้าย
IND โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 21.13 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการถึง 87.52% ซึ่งขับเคลื่อนโดยโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ โดยเฉพาะงานออกแบบพร้อมก่อสร้างและงานออกแบบทางหลวง แม้ต้นทุนการให้บริการจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่การบริหารจัดการที่ดีทำให้กำไรขั้นต้นเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการมั่นใจในแนวโน้มผลประกอบการที่จะต่อเนื่องจากงานในมือที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนที่อาจผันผวน ความเสี่ยงจากรายการภาษีเงินได้ และการบริหารหนี้สินที่เพิ่มขึ้น เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IND ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
255.37
ล้านบาท
↓ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
28.10
ล้านบาท
↓ 51.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.00
%
กำไรสุทธิ
-1.38
ล้านบาท
↓ 110.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.54
%
D/E Ratio
1.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
255
↓ -0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
28
↓ -51.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1
↓ -110.4%
YoY
D/E Ratio
1.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.09
ROE (%)
15.08
ROA (%)
9.10
Book Value/หุ้น
1.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-162
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-162.09
-32.83%
|
-241.33
+76.92%
|
-136.41
-412.87%
|
43.60
-173.95%
|
-58.96
-269.23%
|
34.84
+43.85%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-10.23
+220.69%
|
-3.19
-111.15%
|
28.60
+73.33%
|
16.50
-9,805.88%
|
-0.17
-97.75%
|
-7.56
-304.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
24.62
+305.60%
|
6.07
+107.17%
|
2.93
-47.49%
|
5.58
-772.29%
|
-0.83
-100.59%
|
140.35
-5,436.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-147.71
-38.06%
|
-238.46
+127.36%
|
-104.88
-259.73%
|
65.66
-209.51%
|
-59.96
-135.77%
|
167.63
+563.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
64.47
-15.03%
|
75.87
-54.23%
|
165.76
+5.06%
|
157.77
-33.94%
|
238.84
+235.40%
|
71.21
+55.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
41.96
-34.92%
|
64.47
-15.03%
|
75.87
-54.23%
|
165.76
+5.06%
|
157.77
-33.94%
|
0.00
|