บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.88
+0.01 (+1.15%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5877 out_tok=2437 at=2026-07-25T18:23:27 -->
# IND พลิกขาดทุน Q1/65 สู่กำไร 13.74 ล้านบาท รับแรงหนุนงานออกแบบ-ก่อสร้างโตเท่าตัว
## รายได้-กำไร IND Q1/65 พุ่งแรง หลังรับรู้รายได้โครงการใหม่ ด้านฝ่ายจัดการเน้นการควบคุมต้นทุนและบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IND รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 13.74 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 8.85 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้นกว่า 101% จากการรับรู้รายได้โครงการใหม่ๆ ทั้งงานออกแบบและงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ IND ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิ 13.74 ล้านบาท มาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ **รายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้นถึง 101.35%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ประกอบกับการ **ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จาก 15.36% เป็น 25.77%**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยสนับสนุน โดยเฉพาะ **รายได้จากงานออกแบบที่เพิ่มขึ้นถึง 270.80%** เนื่องจากบริษัทได้รับงานใหม่เข้ามาถึง 5 โครงการ เช่น โครงการสำรวจ-ออกแบบทางหลวง และโครงการที่ปรึกษาออกแบบผังแม่บททางวิ่งท่าอากาศยานบึงกาฬ ซึ่งเริ่มทยอยรับรู้รายได้แล้ว นอกจากนี้ **รายได้จากงานออกแบบพร้อมก่อสร้างก็เพิ่มขึ้นถึง 98.88%** จากการรับรู้รายได้จากโครงการระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา และการออกแบบและก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน T-2306
ขณะเดียวกัน **อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น** มาจากการที่บริษัทได้รับงานใหม่เข้ามาหลายโครงการ ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 76.60% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ส่วน **รายได้จากงานบริหารงานโครงการและควบคุมงานก่อสร้างลดลง 29.37%** เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากโครงการที่ใกล้แล้วเสร็จ และมีโครงการใหม่ที่รอหนังสือแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้ในส่วนนี้ถูกชดเชยด้วยการเติบโตของรายได้จากงานออกแบบและออกแบบพร้อมก่อสร้าง
นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.33%** จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับพนักงานลดลง เนื่องจากมีการส่งบุคลากรเข้าปฏิบัติงานในโครงการ และการลดกิจกรรมนอกพื้นที่จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ภาพรวมบริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทได้งานใหม่เข้ามาหลายโครงการและเริ่มทยอยรับรู้รายได้แล้ว ซึ่งรวมถึงงานออกแบบเบื้องต้นและออกแบบรายละเอียดคิดเป็นมูลค่า 83.74 ล้านบาท และงานบริหารงานโครงการและควบคุมงานก่อสร้างมูลค่า 55.70 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการรับรู้รายได้ในอนาคต นอกจากนี้ การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารจัดการโครงการและต้นทุน ซึ่งหากสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ จะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 13.74 ล้านบาท** จากขาดทุน 8.85 ล้านบาทใน Q1/64
* **รายได้จากการให้บริการโต 101.35%** แตะ 153.21 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการใหม่
* **อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้น 10.41%** จาก 15.36% เป็น 25.77%
* **งานออกแบบเติบโตโดดเด่น 270.80%** จากการได้ 5 โครงการใหม่
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.33%** จากการบริหารจัดการภายใน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการให้บริการรวม 153.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.12 ล้านบาท หรือ 101.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้จากงานออกแบบที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 270.80% จากการได้งานใหม่ 5 โครงการ และงานออกแบบพร้อมก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 98.88% จากโครงการสนามบินอู่ตะเภาและถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน T-2306 ขณะที่รายได้จากงานบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้างลดลง 29.37% เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ใกล้แล้วเสร็จ
ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 76.60% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 27.79 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 15.36% เป็น 25.77%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.33% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพนักงานและกิจกรรมนอกพื้นที่ ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 13.74 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 8.85 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การได้รับงานใหม่ในกลุ่มงานออกแบบและออกแบบพร้อมก่อสร้าง** ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 139.44 ล้านบาท (งานออกแบบ 83.74 ล้านบาท + งานบริหารโครงการฯ 55.70 ล้านบาท) เป็นโอกาสในการรับรู้รายได้และสร้างการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
* **การฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจและการลงทุน** อาจส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างและบริการที่เกี่ยวข้อง ทำให้มีความต้องการงานออกแบบและควบคุมงานเพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าในการเริ่มปฏิบัติงานของโครงการใหม่** โดยเฉพาะโครงการบริหารงานโครงการและควบคุมงานก่อสร้างที่มีมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ที่ยังรอหนังสือแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ตามแผน
* **ความผันผวนของต้นทุนวัสดุและแรงงาน** ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการในอนาคต หากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม** ที่ยังคงมีอยู่สูง อาจกดดันราคาและอัตรากำไรของโครงการใหม่ๆ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าในการเริ่มปฏิบัติงานของโครงการใหม่ที่รอหนังสือแจ้ง
* การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรของโครงการที่กำลังดำเนินการ
* การได้รับงานใหม่เพิ่มเติมในกลุ่มงานออกแบบและออกแบบพร้อมก่อสร้าง
* แนวโน้มการรับรู้รายได้จากโครงการที่ออกแบบพร้อมก่อสร้าง เช่น โครงการสนามบินอู่ตะเภา
* การบริหารจัดการกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน โดยเฉพาะการเรียกเก็บเงินค่าก่อสร้าง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การรับรู้รายได้:** รายได้หลักมาจากงานออกแบบ (เพิ่มขึ้น 270.80%) และงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง (เพิ่มขึ้น 98.88%) ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวในธุรกิจหลักของบริษัท
* **Backlog:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog โดยตรง แต่การได้รับงานใหม่มูลค่ารวมกว่า 139.44 ล้านบาท ชี้ให้เห็นถึงปริมาณงานในอนาคต
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** มีการกล่าวถึงต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนวัสดุหรือแรงงานโดยตรง
* **D/E Ratio:** ปรับตัวลดลงจาก 0.77 เท่า เป็น 0.66 เท่า ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 652.24 ล้านบาท ลดลง 2.88% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และลูกหนี้การค้า ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งมอบโครงการที่แล้วเสร็จ
หนี้สินรวมลดลง 11.14% มาอยู่ที่ 260.00 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น รวมถึงหนี้สินที่เกิดจากสัญญา
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.49% มาอยู่ที่ 392.24 ล้านบาท จากผลประกอบการที่มีกำไรสุทธิสะสม
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.66 เท่า ลดลงจาก 0.77 เท่า สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## สรุปท้าย
IND โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 13.74 ล้านบาท จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยเฉพาะงานออกแบบและออกแบบพร้อมก่อสร้างที่ได้รับแรงหนุนจากโครงการใหม่ๆ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากงานบริหารโครงการจะลดลง แต่ภาพรวมยังคงสดใสจากโอกาสในการรับรู้รายได้จากงานใหม่ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการที่รอเริ่มงาน และการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IND ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
255.37
ล้านบาท
↓ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
28.10
ล้านบาท
↓ 51.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.00
%
กำไรสุทธิ
-1.38
ล้านบาท
↓ 110.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.54
%
D/E Ratio
1.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
255
↓ -0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
28
↓ -51.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1
↓ -110.4%
YoY
D/E Ratio
1.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.09
ROE (%)
15.08
ROA (%)
9.10
Book Value/หุ้น
1.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-162
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-162.09
-32.83%
|
-241.33
+76.92%
|
-136.41
-412.87%
|
43.60
-173.95%
|
-58.96
-269.23%
|
34.84
+43.85%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-10.23
+220.69%
|
-3.19
-111.15%
|
28.60
+73.33%
|
16.50
-9,805.88%
|
-0.17
-97.75%
|
-7.56
-304.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
24.62
+305.60%
|
6.07
+107.17%
|
2.93
-47.49%
|
5.58
-772.29%
|
-0.83
-100.59%
|
140.35
-5,436.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-147.71
-38.06%
|
-238.46
+127.36%
|
-104.88
-259.73%
|
65.66
-209.51%
|
-59.96
-135.77%
|
167.63
+563.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
64.47
-15.03%
|
75.87
-54.23%
|
165.76
+5.06%
|
157.77
-33.94%
|
238.84
+235.40%
|
71.21
+55.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
41.96
-34.92%
|
64.47
-15.03%
|
75.87
-54.23%
|
165.76
+5.06%
|
157.77
-33.94%
|
0.00
|