บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
12.50
0.20 (1.57%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกิดจาก ปีก่อนมีมาตรการล็อกดาวน์ประเทศ โดยยอดขายสาขา เติบโต 15.8% YoY ยอดขายออนไลน์เติบโต 16.5% YoY ยอดขาย OEM ต่างประเทศ เติบโต 89.8% YoY ยอดขายแฟรนไชส์ต่างประเทศ เติบโต 17.1% YoY และยอดขาย Younique Customized Furniture เติบโต 68.4% YoY
อัตรากําไรขั้นต้นดีขึ้น ทั้งอัตรากําไรขั้นต้นจากการขายและอัตรากําไรขั้นต้นจากการให้เช่าและบริการ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้จากการดําเนินงานลดลง จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการบริหารค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น บริษัทฯ ได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จากการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ จํานวน 4.2 ล้านบาท
ในขณะที่กำไรลดลงจากไตรมาสก่อนเกิดจาก รายได้จากการดําเนินงานลดลง ทั้งรายได้จากการขายและรายได้จากการให้เช่าและบริการ เนื่องจากความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอก 3 ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา อย่างไร ก็ตาม ยังมีบางช่องทางการจําหน่ายที่ยังสามารถเติบโตได้ QoQ ได้แก่ ช่องทางออนไลน์ เติบโต 53.3% QoQ และ ตัวแทนจําหน่ายในประเทศ เติบโต 15.2% QoQ อัตรากําไรขั้นต้นจากการให้เช่าและบริการลดลง QoQ เนื่องจากการให้ส่วนลดค่าเช่ากับผู้เช่าพื้นที่เพื่อบรรเทา ผลกระทบจากมาตรการควบคุมพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดของหน่วยงานภาครัฐ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทสรุปผลประกอบการหุ้น ILM (บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน)) ปี 2567: สถิติกำไรสูงสุดท่ามกลางความท้าทายและแนวโน้มอนาคต
**ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2567:**
บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM สร้างสถิติกำไรประจำปีสูงสุด โดยมีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 745.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4 ล้านบาท หรือ 2.7% เมื่อเทียบกับปี 2566 (725.7 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากบริษัทฯ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีน้อยลงกว่าปีก่อน แม้ว่าในไตรมาส 4 จะเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเฟอร์นิเจอร์
**รายได้รวม:**
* **ปี 2567:** รายได้รวมอยู่ที่ 9,778.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 469.4 ล้านบาท หรือ 5.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (9,309.1 ล้านบาท)
* **ไตรมาส 4/2567:** รายได้รวมอยู่ที่ 2,586.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (2,542.1 ล้านบาท) และเพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2567
การเติบโตของรายได้มาจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย การเปิดสาขาใหม่ การปรับรูปแบบสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค และการเติบโตของช่องทางออนไลน์
**สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567):**
* **สินทรัพย์รวม:** 12,584.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 260.4 ล้านบาท หรือ 2.1% จากสิ้นปี 2566 (12,324.5 ล้านบาท)
* ลูกหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นจากเงินมัดจำล่วงหน้าค่าวัตถุดิบสินค้าและเงินจ่ายล่วงหน้าค่าก่อสร้างสาขาใหม่
* อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ
* เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงเนื่องจากใช้ในการลงทุนก่อสร้างโครงการ ชำระคืนเงินกู้ยืม และจ่ายเงินปันผล
* ลูกหนี้การค้าลดลงจากการรับชำระเงินลูกค้างานโครงการ
* สินค้าคงเหลือลดลง
* สินทรัพย์สิทธิการใช้ลดลงจากการหักค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย
* **หนี้สินรวม:** 6,406.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.7 ล้านบาท หรือ 1.0% จากสิ้นปี 2566 (6,345.9 ล้านบาท)
* เจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นเกี่ยวข้องกับโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
* หนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นจากสัญญาเช่าเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ ๆ
* เงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง
* เจ้าหนี้การค้าลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 6,178.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 199.8 ล้านบาท หรือ 3.3% จากสิ้นปี 2566 (5,978.5 ล้านบาท) เป็นผลจากผลกำไรของบริษัทฯ ในปี 2567 สุทธิด้วยการจ่ายเงินปันผล
**ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโต:**
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 21.1% จากการปรับกลยุทธ์การตลาดและนำเสนอโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้า
* **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่ เช่น สาขาสระบุรีและรัตนาธิเบศร์ มีส่วนช่วยเพิ่มยอดขายโดยรวม
* **ยอดขายจากต่างประเทศ:** ยอดขายจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากการขยายตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายและงานรับจ้างผลิต
* **รายได้จากการให้เช่า:** การเพิ่มพื้นที่ให้เช่าในสาขาเดิม และพื้นที่ให้เช่าของ Index Living Mall สาขาเชียงใหม่ มีส่วนช่วยเพิ่มรายได้จากการให้เช่า
**สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
ในไตรมาส 4/2567 เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัว 3.2% ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการส่งออกในบางหมวด อย่างไรก็ตาม รายได้ต่อหัวจากการท่องเที่ยวลดลง และการผลิตในภาคอุตสาหกรรม การลงทุนในภาคเอกชน และการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนยังคงอ่อนแอ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
**การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมการขายและค่าธรรมเนียมการขายผ่านออนไลน์
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้นจากการเช่าพื้นที่คลังสินค้าชั่วคราวและการปรับปรุงระบบสารสนเทศ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงเล็กน้อยเนื่องจากสัดส่วนรายได้จากงานโครงการเพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าช่องทางอื่น
* **อัตรากำไรสุทธิ:** ลดลงในไตรมาส 4/2567 เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่
**แนวโน้มธุรกิจในอนาคต (ปี 2568):**
แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากหลายด้าน เช่น ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ, ความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์, การชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า, ปัญหาด้านต้นทุนการผลิต, กำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง, และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดเฟอร์นิเจอร์โดยรวม
**แผนการดำเนินงานและพัฒนาการที่สำคัญ:**
* วางแผนเปิด Index Living Mall เพิ่มเติม 1-2 สาขา และเปิด BoConcept เพิ่มอีก 2 แห่ง ในปี 2568
* มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับแนวทาง ESG มากขึ้น เช่น สินค้าในกลุ่ม Eco-Friendly และ Green-Furniture
* บริษัทฯ มุ่งมันขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด "ธนรเฒทล๒1อ [วงเทย โอ/ เหนไนเธ 1 [โรรเษ6" โดยให้ความสําคัญกับการดําเนินงานที่คํานึงถึงหลัก 686
* ได้รับการจัดอันดับ 867 ๕๐86@ @อย์กยร ระดับ 6 ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ
**สรุปความสัมพันธ์ระหว่างรายได้, กำไร, อัตรากำไรขั้นต้น, อัตรากำไรสุทธิ, และโครงสร้างทางการเงิน:**
ILM สามารถสร้างสถิติกำไรสูงสุดได้จากการขยายช่องทางการขายและการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ ขณะที่หนี้สินเพิ่มขึ้นจากโครงการก่อสร้างและสัญญาเช่า อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายบางรายการ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ การรักษาสภาพคล่องทางการเงิน และการจัดการโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสม จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษากำไรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ILM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,664.94
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
กำไรขั้นต้น
1,243.69
ล้านบาท
↑ 8.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
46.67
%
กำไรสุทธิ
179.95
ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.75
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↑ + 1.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,244
↑ + 8.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
180
↑ + 4.8%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ILM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
11.97
ROA (%)
8.82
Book Value/หุ้น
13.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ILM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-998
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+248
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ILM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-997.93
+291.38%
|
-254.98
-66.00%
|
-749.99
+192.59%
|
-256.33
-61.65%
|
-668.44
-48.80%
|
-1,305.45
+52.56%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
247.69
-1,236.19%
|
-21.80
-107.58%
|
287.59
-298.98%
|
-144.53
-582.57%
|
29.95
-89.48%
|
284.57
-429.52%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
906.13
+25.80%
|
720.32
+21.91%
|
590.87
+25.62%
|
470.35
-25.45%
|
630.90
-49.44%
|
1,247.87
+327.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
238.97
-31.19%
|
347.31
+170.39%
|
128.45
-6.28%
|
137.06
+44.49%
|
94.86
-69.25%
|
308.44
-6.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
210.56
-23.02%
|
273.53
+254.18%
|
77.23
-27.88%
|
107.09
+0.61%
|
106.44
-79.72%
|
524.96
+60.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
176.61
-16.12%
|
210.56
-23.02%
|
273.53
+265.78%
|
74.78
-30.17%
|
107.09
+0.61%
|
106.44
-79.72%
|