บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
13.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกิดจาก ปีก่อนมีมาตรการล็อกดาวน์ประเทศ โดยยอดขายสาขา เติบโต 15.8% YoY ยอดขายออนไลน์เติบโต 16.5% YoY ยอดขาย OEM ต่างประเทศ เติบโต 89.8% YoY ยอดขายแฟรนไชส์ต่างประเทศ เติบโต 17.1% YoY และยอดขาย Younique Customized Furniture เติบโต 68.4% YoY
อัตรากําไรขั้นต้นดีขึ้น ทั้งอัตรากําไรขั้นต้นจากการขายและอัตรากําไรขั้นต้นจากการให้เช่าและบริการ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้จากการดําเนินงานลดลง จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการบริหารค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น บริษัทฯ ได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จากการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ จํานวน 4.2 ล้านบาท
ในขณะที่กำไรลดลงจากไตรมาสก่อนเกิดจาก รายได้จากการดําเนินงานลดลง ทั้งรายได้จากการขายและรายได้จากการให้เช่าและบริการ เนื่องจากความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอก 3 ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา อย่างไร ก็ตาม ยังมีบางช่องทางการจําหน่ายที่ยังสามารถเติบโตได้ QoQ ได้แก่ ช่องทางออนไลน์ เติบโต 53.3% QoQ และ ตัวแทนจําหน่ายในประเทศ เติบโต 15.2% QoQ อัตรากําไรขั้นต้นจากการให้เช่าและบริการลดลง QoQ เนื่องจากการให้ส่วนลดค่าเช่ากับผู้เช่าพื้นที่เพื่อบรรเทา ผลกระทบจากมาตรการควบคุมพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดของหน่วยงานภาครัฐ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=44857 out_tok=2696 at=2026-07-25T17:48:45 -->
ILM กำไรสุทธิ Q2/65 ทะยานสูงสุดรอบ 11 ไตรมาส รับแรงหนุนรายได้ธุรกิจเช่า-บริการโตต่อเนื่อง
รายได้จากการขายและบริการรวมเติบโต 5.4% YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวได้ดีจากการปรับราคาขายและสัดส่วนสินค้ากำไรสูง ด้านต้นทุนทางการเงินลดลงต่อเนื่อง ช่วยหนุนกำไรสุทธิพุ่ง 60.7% YoY
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจรอบนี้คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้เช่าและบริการ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้น**
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ ILM ในไตรมาส 2/2565 เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 60.7% YoY มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะรายได้จากการให้เช่าและบริการที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า การเติบโตนี้เกิดจากการมีผู้เช่าพื้นที่หลากหลายและเพิ่มขึ้น รวมถึงการทยอยรับรู้รายได้จากผู้เช่ารายใหม่ตั้งแต่ต้นปี 2565 นอกจากนี้ รายได้จากการขายก็ยังคงเติบโตได้ 4.2% YoY แม้จะมีการยุติธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ Power One ไปแล้ว โดยมีแรงหนุนจากยอดขายสาขาที่เติบโต 3.4% YoY และยอดขายโครงการในประเทศที่พุ่งสูงถึง 60.4% YoY
เมื่อพิจารณาด้านต้นทุน บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดี โดยต้นทุนขายสินค้ำเพิ่มขึ้นเพียง 1.0% YoY ในขณะที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 4.2% YoY ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวดีขึ้น 1.7% YoY สาเหตุหลักมาจากการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น การปรับราคาขายตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการยุติธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอัตรากำไรต่ำ นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลงอย่างต่อเนื่องถึง 19.2% YoY จากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนด ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้อย่างมีนัยสำคัญ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง**
ฝ่ายจัดการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะภาคการบริโภคและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ จึงคาดการณ์ว่าผลประกอบการจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสนับสนุนมาจากทั้งรายได้จากการขายและรายได้ค่าเช่าและบริการ การรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงแผนการขยายสาขาใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการพัฒนาช่องทางธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่จะช่วยผลักดันการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดในรอบ 11 ไตรมาส:** บริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิ 162.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.7% YoY และ 1.0% QoQ
* **รายได้จากการให้เช่าและบริการทำสถิติสูงสุดใหม่:** เติบโต 24.9% YoY และ 0.9% QoQ จากการมีผู้เช่าเพิ่มขึ้นและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **รายได้จากการขายเติบโตแม้ปรับพอร์ต:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 4.2% YoY โดยไม่รวมธุรกิจ Power One ยอดขายจะเติบโต 12.8% YoY หนุนโดยยอดขายสาขาและโครงการในประเทศ
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น 1.7% YoY จากการขายสินค้ากำไรสูงและการปรับราคาขาย
* **ต้นทุนทางการเงินลดลงต่อเนื่อง:** ลดลง 19.2% YoY จากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2565 บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 2,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% YoY และ 1.1% QoQ โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 1,990.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY และ 1.1% QoQ ส่วนรายได้จากการให้เช่าและบริการอยู่ที่ 153.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% YoY และ 0.9% QoQ
ต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 1,152.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% YoY และ 1.0% QoQ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 991.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% YoY และ 1.1% QoQ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 46.3% เพิ่มขึ้นจาก 44.0% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 7.7% YoY เป็น 521.4 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 3.5% YoY เป็น 251.2 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินลดลง 19.2% YoY อยู่ที่ 53.0 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 162.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.7% YoY และ 1.0% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.5% เพิ่มขึ้นจาก 4.9% ในปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 4,265.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% YoY และมีกำไรสุทธิ 323.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.1% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุน
* **การขยายสาขา:** แผนการเปิดสาขา Index Living Mall ที่ลาดกระบังช่วงปลายปี 2565 และ Little Walk กรุงเทพกรีฑาช่วงกลางปี 2566 รวมถึงการขยายสาขาแฟรนไชส์ในต่างประเทศ จะช่วยเพิ่มรายได้จากการขายและค่าเช่า
* **การพัฒนาช่องทางธุรกิจใหม่:** การร่วมมือกับพันธมิตรและการพัฒนาช่องทางใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต
* **การได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้า Modern-Trade OEM รายใหม่:** คาดว่าจะเริ่มส่งมอบในไตรมาส 3/2565 และมีโอกาสได้รับคำสั่งซื้อซ้ำและลูกค้าใหม่เพิ่มเติม
* **การปรับปรุงสาขา BoConcept สยามพารากอน:** เปิดให้บริการใหม่ปลายเดือนพฤษภาคม 2565 และมีแผนขยายสาขา BoConcept เพิ่มเติม
## ความเสี่ยง
* **ความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ต้นทุนพลังงานและราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น:** ส่งผลต่อต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน:** อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายในต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของรายได้จากการให้เช่าและบริการ:** ติดตามการเพิ่มขึ้นของผู้เช่ารายใหม่และการบริหารจัดการพื้นที่เช่า
* **ผลประกอบการจากสาขาใหม่:** โดยเฉพาะ Index Living Mall สาขาลาดกระบัง และ Little Walk กรุงเทพกรีฑา
* **การขยายสาขาแฟรนไชส์ในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะสาขาที่ 4 ในเวียดนาม
* **ยอดขายจากช่องทาง Modern-Trade OEM:** การเติบโตและการได้รับคำสั่งซื้อต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขาย:** แม้จะยุติธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า Power One แต่รายได้จากการขายโดยรวมยังเติบโต 4.2% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากยอดขายสาขาที่เพิ่มขึ้น 3.4% YoY และยอดขายโครงการในประเทศที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 60.4% YoY และ 41.6% QoQ นอกจากนี้ ยอดขายแฟรนไชส์ต่างประเทศยังเติบโต 28.3% YoY หากไม่รวมยอดขาย Power One ยอดขายรวมจะเติบโต 12.8% YoY โดยยอดขายสาขาเติบโต 12.6% YoY และยอดขายออนไลน์เติบโต 7.2% YoY
**รายได้จากการให้เช่าและบริการ:** ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง เติบโต 24.9% YoY และ 0.9% QoQ สะท้อนถึงการบริหารจัดการพื้นที่เช่าที่มีประสิทธิภาพและการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เช่ารายใหม่
**อัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น 1.7% YoY เป็น 46.3% เนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น การปรับราคาขายตามต้นทุน และการยุติธุรกิจ Power One ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นจากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 9.6% YoY แต่ลดลงเล็กน้อย 0.3% QoQ จากค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 6.3% YoY และ 1.2% QoQ โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับเพิ่มเงินเดือนพนักงาน ค่าส่งเสริมการขาย ค่าจัดส่งสินค้า และค่าสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 12,227.8 ล้านบาท ลดลง 1.0% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสินทรัพย์สิทธิการใช้และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ อย่างไรก็ตาม สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 16.3% เพื่อบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 14.5%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,794.9 ล้านบาท ลดลง 3.5% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 12.4% จากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 5,432.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปี 2564 จากผลกำไรจากการดำเนินงานที่หักการจ่ายเงินปันผลแล้ว
## สรุปท้าย
ILM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2565 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิสูงสุดในรอบ 11 ไตรมาส จากการเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการที่ทำสถิติใหม่ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนขายและต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีการปรับพอร์ตธุรกิจ การขยายสาขาและการพัฒนาช่องทางใหม่ๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ILM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,664.94
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
กำไรขั้นต้น
1,243.69
ล้านบาท
↑ 8.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
46.67
%
กำไรสุทธิ
179.95
ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.75
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↑ + 1.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,244
↑ + 8.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
180
↑ + 4.8%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ILM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
11.97
ROA (%)
8.82
Book Value/หุ้น
13.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ILM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-998
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+248
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ILM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-997.93
+291.38%
|
-254.98
-66.00%
|
-749.99
+192.59%
|
-256.33
-61.65%
|
-668.44
-48.80%
|
-1,305.45
+52.56%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
247.69
-1,236.19%
|
-21.80
-107.58%
|
287.59
-298.98%
|
-144.53
-582.57%
|
29.95
-89.48%
|
284.57
-429.52%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
906.13
+25.80%
|
720.32
+21.91%
|
590.87
+25.62%
|
470.35
-25.45%
|
630.90
-49.44%
|
1,247.87
+327.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
238.97
-31.19%
|
347.31
+170.39%
|
128.45
-6.28%
|
137.06
+44.49%
|
94.86
-69.25%
|
308.44
-6.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
210.56
-23.02%
|
273.53
+254.18%
|
77.23
-27.88%
|
107.09
+0.61%
|
106.44
-79.72%
|
524.96
+60.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
176.61
-16.12%
|
210.56
-23.02%
|
273.53
+265.78%
|
74.78
-30.17%
|
107.09
+0.61%
|
106.44
-79.72%
|