บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
5.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นปัจจัยหลักเกิดจาก ธุรกิจด้านวิศวกรรมการก่อสร้าง โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 87.57% ในขณะที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนงาน โครงการรับเหมาที่มีในมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถลงนามในสัญญางานโครงการที่มีอัตรากําไรสูงอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติมได้ตามแผน
ในส่วนของรายได้หลักจากธุรกิจจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 16.10% จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโครงข่ายพื้นฐาน ทําให้ลูกค้าในทุกภาค ส่วน ทั้งกลุ่มลูกค้าเก่าและกลุ่มลูกค้าใหม่ เกิดความต้องการปรับปรุงพัฒนาระบบผ่านการซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ที่มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ การประกาศปรับอัตราค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็เป็นตัวผลักดันให้ตลาดแผง พลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Cell) เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทําให้ในไตรมาสนี้ยอดขายสินค้ากลุ่มสายโซล่า (Solar Cable) เติบโตขึ้น 79.84% ในขณะที่สินค้ากลุ่มสาย UTP (LAN Cable) เติบโตขึ้น 20.29% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 (YoY) ตามลําดับ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7468 out_tok=2977 at=2026-07-25T17:05:40 -->
# ILINK กำไรปี 65 โต 15.96% รับแรงหนุนธุรกิจจัดจำหน่าย-โทรคมนาคม
## รายได้รวมพุ่ง 16.13% สวนทางธุรกิจวิศวกรรมหดตัว ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยเทคโนโลยี-ค่าไฟดันยอดขาย
บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 7,095.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสำหรับปีอยู่ที่ 541.97 ล้านบาท เติบโต 15.96% ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่มีจำนวน 383.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.60% การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจจัดจำหน่ายและธุรกิจโทรคมนาคม ขณะที่ธุรกิจวิศวกรรมมีการรับรู้รายได้ลดลงตามลักษณะงาน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ILINK ในปี 2565 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ **ธุรกิจจัดจำหน่าย** ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 13.31% และ **ธุรกิจโทรคมนาคม** ที่เติบโตโดดเด่นถึง 37.68% โดยเฉพาะรายได้จากการติดตั้งโครงข่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 82.62% แม้ว่า **ธุรกิจวิศวกรรม** จะมีการรับรู้รายได้ลดลง 16.60% แต่ภาพรวมของกลุ่มบริษัทฯ ยังคงเติบโตได้ดี โดยกำไรสำหรับปีเติบโต 15.96% และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เติบโต 8.60%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจจัดจำหน่าย** ได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโครงข่ายพื้นฐานที่ทำให้ลูกค้าทุกภาคส่วนมีความต้องการปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการประกาศปรับอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นส่งผลให้ตลาด Solar Cell เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้ยอดขายสินค้ากลุ่ม Solar Cable เติบโตสูงถึง 55.36% นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มตู้จัดเก็บอุปกรณ์สื่อสาร (Rack) และสาย UTP (LAN Cable) ก็เติบโตได้ดีเช่นกัน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้จะลดลงเล็กน้อยจาก 25.49% เป็น 25.31% แต่ยังคงอยู่ในระดับที่บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายไว้
สำหรับ **ธุรกิจโทรคมนาคม** การเติบโตส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการให้บริการติดตั้งโครงข่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีงานโครงการสำคัญจากหน่วยงานภาครัฐหลายโครงการ เช่น โครงการพัฒนาระบบสำหรับหน่วยงานภาครัฐ, โครงการ Smart CCTV, และโครงการติดตั้ง Solar Cell ที่สถานีฐานของผู้ให้บริการโทรคมนาคม ขณะที่รายได้จากงานบริการโครงข่ายซึ่งเป็น Recurring Revenue ก็เติบโตได้เล็กน้อยจากการมีลูกค้ารายใหม่และการขยายสาขาของลูกค้าเดิม
ส่วน **ธุรกิจวิศวกรรม** ที่รายได้ลดลงนั้น เป็นไปตามลักษณะของธุรกิจที่รับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงานที่แตกต่างกันในแต่ละปี โดยรายได้หลักมาจากโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำและงานสถานีไฟฟ้าย่อย อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจวิศวกรรมกลับปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.44% เป็น 8.28% เนื่องจากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนงานโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถลงนามในสัญญางานโครงการที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มเติมได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ธุรกิจจัดจำหน่าย** มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโครงข่ายและพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ยังคงมีความต้องการสูงในตลาด
**ธุรกิจโทรคมนาคม** โดยเฉพาะรายได้จากการติดตั้งโครงข่าย อาจมีความผันผวนตามลักษณะโครงการ แต่รายได้จากบริการโครงข่ายและ Data Center ซึ่งเป็น Recurring Revenue มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการขยายฐานลูกค้าและการให้บริการที่มีคุณภาพ
**ธุรกิจวิศวกรรม** แม้รายได้จะลดลงในปีนี้ แต่การลงนามในสัญญางานโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 เควี ไปยังเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี มูลค่า 1,786.17 ล้านบาท ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินงาน 540 วัน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรับรู้รายได้ในปีถัดไป และอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้นแสดงถึงศักยภาพในการบริหารจัดการโครงการ
โดยรวมแล้ว ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตจากธุรกิจจัดจำหน่ายและโทรคมนาคม รวมถึงการมี Backlog งานโครงการขนาดใหญ่ในธุรกิจวิศวกรรม **มีโอกาสต่อเนื่อง** ในปีถัดไป แต่ต้องติดตามความคืบหน้าของโครงการต่างๆ และสภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 16.13%** แตะ 7,095.66 ล้านบาท
* **กำไรสำหรับปี 2565 เพิ่มขึ้น 15.96%** อยู่ที่ 541.97 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ปี 2565 เพิ่มขึ้น 8.60%** อยู่ที่ 383.48 ล้านบาท
* **ธุรกิจจัดจำหน่ายเติบโต 13.31%** จากความต้องการเทคโนโลยีใหม่และตลาด Solar Cell
* **ธุรกิจโทรคมนาคมเติบโตโดดเด่น 37.68%** จากงานติดตั้งโครงข่ายภาครัฐและบริการโครงข่าย
* **ธุรกิจวิศวกรรมรายได้ลดลง 16.60%** แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเป็น 8.28%
* **ลงนามสัญญางานก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำเกาะเต่า มูลค่า 1,786.17 ล้านบาท** ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีถัดไป
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 ILINK มีรายได้รวม 7,095.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.13% จาก 6,109.97 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจจัดจำหน่ายที่มียอดขายสินค้าเติบโตขึ้น 13.31% และธุรกิจโทรคมนาคมที่มีรายได้จากการให้บริการสูงขึ้น 37.68% ในขณะที่ธุรกิจวิศวกรรมมีการรับรู้รายได้ลดลง 16.60% ซึ่งเป็นไปตามลักษณะของธุรกิจที่รับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงานที่แตกต่างกันในแต่ละปี
สำหรับผลกำไรสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 541.97 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15.96% เมื่อเทียบกับ 467.39 ล้านบาทในปี 2564 ในขณะที่บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) จำนวน 383.48 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8.60% เมื่อเทียบกับ 353.11 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **การเติบโตของเทคโนโลยีโครงข่าย:** ความต้องการปรับปรุงและพัฒนาระบบโครงข่ายอย่างต่อเนื่องในทุกภาคส่วนเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจจัดจำหน่าย
* **ตลาดพลังงานทดแทน:** การเติบโตของตลาด Solar Cell จากแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น จะผลักดันยอดขายสินค้ากลุ่ม Solar Cable
* **Recurring Revenue:** รายได้จากบริการโครงข่ายและ Data Center ของธุรกิจโทรคมนาคม (ITEL) เป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
* **โครงการภาครัฐขนาดใหญ่:** การมี Backlog งานโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำเกาะเต่า มูลค่าสูง จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรของธุรกิจวิศวกรรม (IPOWER) ในปีถัดไป
* **การขยายตลาดในอาเซียน:** แผนการขยายตลาดจัดจำหน่ายไปยังประเทศอื่นๆ ในแถบอาเซียน เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงโครงการภาครัฐ:** ธุรกิจวิศวกรรมมีความเสี่ยงจากการพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งอาจมีความล่าช้าในการอนุมัติหรือการเบิกจ่าย
* **การแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคม:** แม้ ITEL จะมีจุดแข็งด้านโครงข่าย แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมยังคงสูง
* **ความผันผวนของต้นทุน:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขายและอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้น:** การลดสัดส่วนการถือหุ้นใน ITEL อาจส่งผลต่อการรับรู้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าและผลการดำเนินงานของโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำเกาะเต่า
* การเติบโตของรายได้ Recurring Revenue จากธุรกิจโทรคมนาคม (ITEL)
* แนวโน้มยอดขายสินค้ากลุ่ม Solar Cable และกลุ่มสายสัญญาณในธุรกิจจัดจำหน่าย
* การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจวิศวกรรม เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* แผนการขยายตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**ธุรกิจจัดจำหน่าย:** รายได้เติบโต 13.31% โดยมีสินค้าเด่นคือ Solar Cable (+55.36%), Rack (+13.32%) และ UTP Cable (+14.92%) สะท้อนความต้องการเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการปรับตัวรับเทรนด์พลังงานสะอาด อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.31% ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ที่ต้องการรักษาไว้ไม่ให้ต่ำกว่า 25%
**ธุรกิจโทรคมนาคม (ITEL):** รายได้เติบโต 37.68% โดยรายได้จากการติดตั้งโครงข่ายเพิ่มขึ้นถึง 82.62% จากโครงการภาครัฐและเอกชนหลายโครงการ ขณะที่รายได้บริการโครงข่ายเติบโต 2.34% ซึ่งเป็นรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Revenue) การมี Data Center เป็นอีกหนึ่งบริการสำคัญที่สร้างรายได้ประจำ
**ธุรกิจวิศวกรรม (IPOWER):** รายได้ลดลง 16.60% แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 8.28% จาก 6.44% แสดงถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและสามารถรับงานที่มีกำไรสูงได้ โครงการสำคัญที่รับรู้รายได้ในปีนี้ ได้แก่ โครงการสายเคเบิลใต้น้ำเกาะเต่า, โครงการ APM ท่าอากาศยานไทย และโครงการสถานีไฟฟ้าย่อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 11,594.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.21% โดยมีรายการสำคัญคือ รายได้ค้างรับจากงานวิศวกรรมและงานบริการโครงข่าย, ลูกหนี้การค้า และที่ดินอาคารและอุปกรณ์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,004.13 ล้านบาท ลดลง 7.33% จากปีก่อนหน้า โดยหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 14.91% เป็น 5,590.77 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมจากการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน ITEL
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.33 เท่า เป็น 1.07 เท่า สะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 10.59% ลดลงเล็กน้อยจาก 10.99% ในปีก่อนหน้า แต่อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ (ROA) เพิ่มขึ้นจาก 4.37% เป็น 4.83%
## สรุปท้าย
ILINK โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจหลักมาจากธุรกิจจัดจำหน่ายที่ได้รับอานิสงส์จากเทคโนโลยีและตลาดพลังงานทดแทน รวมถึงธุรกิจโทรคมนาคมที่เติบโตโดดเด่นจากงานโครงการภาครัฐ แม้ธุรกิจวิศวกรรมจะมีรายได้ลดลง แต่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้นและมี Backlog งานโครงการขนาดใหญ่รอรับรู้รายได้ในปีถัดไป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงที่ต้องจับตาจากการแข่งขันและลักษณะธุรกิจที่พึ่งพิงโครงการภาครัฐ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ILINK ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
-1,479.78
ล้านบาท
↓ 191.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-24.12
ล้านบาท
↓ 47.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.63
%
กำไรสุทธิ
-729.57
ล้านบาท
↓ 784.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
49.30
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-1,480
↓ -191.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-24
↓ -47.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-730
↓ -784.7%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ILINK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
-11.89
ROA (%)
-3.96
Book Value/หุ้น
6.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ILINK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,424
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+26
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ILINK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,423.98
+3,723.97%
|
-89.54
-77.79%
|
-403.11
-120.00%
|
2,015.80
+4,564.04%
|
43.22
-65.42%
|
124.97
-80.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
25.86
-92.72%
|
355.31
-1,020.25%
|
-38.61
-113.28%
|
290.77
-370.18%
|
-107.62
+6.80%
|
-100.77
-136.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,891.28
-785.40%
|
-421.84
+547.09%
|
-65.19
-96.99%
|
-2,165.66
-981.86%
|
245.58
-87.62%
|
1,984.35
-978.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-506.85
+224.76%
|
-156.07
-69.21%
|
-506.88
-459.72%
|
140.91
-13.56%
|
163.01
-91.88%
|
2,008.54
+263.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
476.72
-33.92%
|
721.43
+16.15%
|
621.11
+26.85%
|
489.65
+81.94%
|
269.12
-78.37%
|
1,244.36
+111.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
478.55
+0.38%
|
476.72
-33.92%
|
721.43
+16.15%
|
621.11
+26.85%
|
489.65
+81.94%
|
269.12
-78.37%
|