บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
5.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นปัจจัยหลักเกิดจาก ธุรกิจด้านวิศวกรรมการก่อสร้าง โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 87.57% ในขณะที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนงาน โครงการรับเหมาที่มีในมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถลงนามในสัญญางานโครงการที่มีอัตรากําไรสูงอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติมได้ตามแผน
ในส่วนของรายได้หลักจากธุรกิจจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 16.10% จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโครงข่ายพื้นฐาน ทําให้ลูกค้าในทุกภาค ส่วน ทั้งกลุ่มลูกค้าเก่าและกลุ่มลูกค้าใหม่ เกิดความต้องการปรับปรุงพัฒนาระบบผ่านการซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ที่มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ การประกาศปรับอัตราค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็เป็นตัวผลักดันให้ตลาดแผง พลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Cell) เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทําให้ในไตรมาสนี้ยอดขายสินค้ากลุ่มสายโซล่า (Solar Cable) เติบโตขึ้น 79.84% ในขณะที่สินค้ากลุ่มสาย UTP (LAN Cable) เติบโตขึ้น 20.29% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 (YoY) ตามลําดับ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8383 out_tok=2574 at=2026-07-25T18:31:23 -->
# ILINK กำไร Q3/64 พุ่ง 44.55% รับแรงหนุนธุรกิจวิศวกรรมปิดดีลใหญ่
## รายได้รวมโต 16.61% จากทุกธุรกิจ ขณะที่กำไรสุทธิโตโดดเด่นจากการบริหารต้นทุนและปิดโครงการสำคัญ
บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,551.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจจัดจำหน่าย ธุรกิจโทรคมนาคม และธุรกิจวิศวกรรม ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือใหญ่ เติบโตถึง 44.55% มาอยู่ที่ 78.85 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการปิดงานโครงการขนาดใหญ่ในธุรกิจวิศวกรรม ทำให้ไม่มีการรับรู้ต้นทุนเพิ่มเติมหรือผลขาดทุน ประกอบกับการบริหารค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลง 3.74%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ ILINK ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การปิดงานโครงการขนาดใหญ่ในธุรกิจวิศวกรรม** ซึ่งส่งผลให้ไม่มีการรับรู้ต้นทุนเพิ่มเติมหรือผลขาดทุนใดๆ ในงวดนี้ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนงานโครงการอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือใหญ่เติบโตถึง 44.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ธุรกิจวิศวกรรมสามารถปิดงานโครงการขนาดใหญ่ได้สำเร็จ ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไม่มีภาระต้นทุนที่ต้องรับรู้เพิ่มเติม หรือผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการดังกล่าว นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนงานโครงการอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพและความก้าวหน้าของงานเป็นไปตามแผน ยังช่วยเสริมให้อัตรากำไรโดยรวมของธุรกิจวิศวกรรมดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทเติบโตได้อย่างโดดเด่น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** การปิดงานโครงการขนาดใหญ่เป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ แต่โดยธรรมชาติแล้ว โครงการลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว การรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการเหล่านี้จึงมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการรับงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐเป็นหลัก ซึ่งหากสามารถได้รับงานใหม่ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเข้ามาทดแทน ก็อาจส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคตได้ แต่ต้องพิจารณาจากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและระยะเวลาของโครงการเป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 16.61%** แตะ 1,551.77 ล้านบาท จากการเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจหลัก
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือใหญ่พุ่ง 44.55%** อยู่ที่ 78.85 ล้านบาท
* **ธุรกิจวิศวกรรมเติบโตโดดเด่น 43.85%** โดยมีปัจจัยหนุนจากการปิดงานโครงการขนาดใหญ่
* **ธุรกิจจัดจำหน่ายรายได้เพิ่ม 6.99%** จากการเติบโตของดิจิทัลและการปรับขึ้นราคาสินค้าตามต้นทุนทองแดง
* **ธุรกิจโทรคมนาคมรายได้เพิ่ม 10.03%** จากการรับรู้รายได้โครงการ USO Phase 2 และงานติดตั้งโครงข่าย
* **อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจจัดจำหน่ายลดลง** เหลือ 22.14% จากงานมหกรรมลดราคาและต้นทุนทองแดงสูง แต่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสสุดท้าย
* **หนี้สินรวมลดลง 6.05%** จากการชำระคืนเงินกู้ของ ITEL
* **ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง 96.43%** ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
ILINK รายงานรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2564 ที่ 1,551.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.61% เมื่อเทียบกับ 1,330.79 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2563 การเติบโตนี้มาจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยธุรกิจจัดจำหน่ายมีรายได้ 597.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.99%, ธุรกิจโทรคมนาคมมีรายได้ 518.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.03% และธุรกิจวิศวกรรมมีรายได้ 425.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 43.85%
สำหรับผลกำไรเบ็ดเสร็จรวมอยู่ที่ 108.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.19% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือใหญ่เพิ่มขึ้น 44.55% มาอยู่ที่ 78.85 ล้านบาท การเติบโตของกำไรนี้เป็นผลมาจากการปิดงานโครงการขนาดใหญ่ในธุรกิจวิศวกรรม ทำให้ไม่มีการรับรู้ต้นทุนเพิ่มเติมหรือผลขาดทุน ประกอบกับการบริหารค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลง 3.74%
## โอกาส
* **การเติบโตของกระแสดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่:** เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณและอุปกรณ์เครือข่าย
* **โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (USO Phase 2):** เป็นรายได้ต่อเนื่องสำหรับธุรกิจโทรคมนาคม
* **งานโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ:** เป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจวิศวกรรม โดยเฉพาะงานก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง สายเคเบิลใต้ดิน/ใต้น้ำ และสถานีไฟฟ้าย่อย
* **การขยายตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน:** เป็นโอกาสในการขยายฐานธุรกิจจัดจำหน่าย
* **การให้บริการ Data Center:** เป็นบริการที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาทองแดง:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจจัดจำหน่าย
* **การแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคม:** อาจส่งผลต่อราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความล่าช้าในการดำเนินงานโครงการ:** อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และกำไรของธุรกิจวิศวกรรม
* **ความผันผวนของค่าเงินบาท:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้า
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นใน ITEL:** อาจส่งผลต่อการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจจัดจำหน่าย:** โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นตามฤดูกาลและนโยบายการรักษาอัตรากำไรไม่ให้ต่ำกว่า 25%
* **ความคืบหน้าของโครงการในธุรกิจวิศวกรรม:** โดยเฉพาะโครงการ CC4 และโครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงต่างๆ
* **การรับงานโครงการใหม่ๆ ในธุรกิจวิศวกรรม:** เพื่อทดแทนโครงการที่กำลังจะแล้วเสร็จ
* **การเติบโตของรายได้ recurring revenue ในธุรกิจโทรคมนาคม:** โดยเฉพาะจากบริการเช่าโครงข่ายและ Data Center
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** โดยเฉพาะการชำระคืนเงินกู้ของ ITEL
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**ธุรกิจจัดจำหน่าย:** รายได้เติบโต 6.99% จากการขยายตัวของดิจิทัลและความต้องการอุปกรณ์เชื่อมต่อที่ได้มาตรฐาน การปรับขึ้นราคาสินค้าตามต้นทุนทองแดงช่วยหนุนรายได้ แต่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 22.14% จากงาน Mid-Year Sale และต้นทุนทองแดงที่สูง คาดว่าอัตรากำไรจะดีขึ้นในไตรมาส 4 จากการปรับราคาปลายปีและไม่มีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดใหญ่ บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายรักษาอัตรากำไรขั้นต้นสะสม 9 เดือนที่ 25.22%
**ธุรกิจโทรคมนาคม:** รายได้เพิ่มขึ้น 10.03% โดยรายได้จากการเช่าโครงข่ายเติบโต 15.58% จากโครงการ USO Phase 2 และลูกค้าใหม่ ส่วนรายได้จากการติดตั้งโครงข่ายเพิ่มขึ้น 3.29% จากโครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับและงานติดตั้งสายใยแก้วนําแสง รายได้ส่วนใหญ่เป็น recurring revenue ซึ่งเป็นจุดแข็งของธุรกิจนี้
**ธุรกิจวิศวกรรม:** รายได้เติบโตโดดเด่น 43.85% จากการรับรู้รายได้โครงการ CC4, โครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้า, โครงการสถานีไฟฟ้าย่อย และโครงการติดตั้งสายใยแก้วนําแสงใต้แม่นํ้า อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการปิดงานโครงการขนาดใหญ่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 10,634.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.82% โดยมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 14.23%, รายได้ค้างรับจากงานวิศวกรรม 20.13% และสินทรัพย์ถาวรและอุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคม 40.35% สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากงานระหว่างก่อสร้างและรายได้ค้างรับจากงานบริการโครงข่าย
หนี้สินรวมลดลง 6.05% มาอยู่ที่ 6,018.78 ล้านบาท เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ของ ITEL ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 26.68% เป็น 4,615.30 ล้านบาท จากกำไรจากการจำหน่ายหุ้นทุนซื้อคืนและส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมที่เพิ่มขึ้นจากการปรับสัดส่วนการถือหุ้นใน ITEL
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 1.30 เท่า จาก 1.76 เท่า ณ สิ้นปี 2563
## สรุปท้าย
ILINK โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิส่วนผู้ถือใหญ่พุ่ง 44.55% เป็นผลจากการปิดงานโครงการขนาดใหญ่ในธุรกิจวิศวกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในรอบนี้ แม้ว่าธุรกิจจัดจำหน่ายจะเผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นจากต้นทุนทองแดงที่สูง แต่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ในไตรมาสถัดไป ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคมยังคงสร้างรายได้ต่อเนื่องจาก recurring revenue การบริหารจัดการหนี้สินที่ลดลง และการเติบโตของราคาหุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความต่อเนื่องของโครงการในธุรกิจวิศวกรรม และการบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ILINK ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
-1,479.78
ล้านบาท
↓ 191.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-24.12
ล้านบาท
↓ 47.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.63
%
กำไรสุทธิ
-729.57
ล้านบาท
↓ 784.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
49.30
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-1,480
↓ -191.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-24
↓ -47.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-730
↓ -784.7%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ILINK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
-11.89
ROA (%)
-3.96
Book Value/หุ้น
6.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ILINK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,424
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+26
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ILINK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,423.98
+3,723.97%
|
-89.54
-77.79%
|
-403.11
-120.00%
|
2,015.80
+4,564.04%
|
43.22
-65.42%
|
124.97
-80.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
25.86
-92.72%
|
355.31
-1,020.25%
|
-38.61
-113.28%
|
290.77
-370.18%
|
-107.62
+6.80%
|
-100.77
-136.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,891.28
-785.40%
|
-421.84
+547.09%
|
-65.19
-96.99%
|
-2,165.66
-981.86%
|
245.58
-87.62%
|
1,984.35
-978.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-506.85
+224.76%
|
-156.07
-69.21%
|
-506.88
-459.72%
|
140.91
-13.56%
|
163.01
-91.88%
|
2,008.54
+263.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
476.72
-33.92%
|
721.43
+16.15%
|
621.11
+26.85%
|
489.65
+81.94%
|
269.12
-78.37%
|
1,244.36
+111.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
478.55
+0.38%
|
476.72
-33.92%
|
721.43
+16.15%
|
621.11
+26.85%
|
489.65
+81.94%
|
269.12
-78.37%
|