บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
6.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
การขยายสาขาในปี 2564 บริษัทฯ ขยายสาขาอย่างระมัดระวัง ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวได้ช้า โดย เปิดสาขาใหม่ในประเทศ 1 สาขาที่ บางนา กม. 1 และด้านธุรกิจต่างประเทศ เปิดสาขาในประเทศมาเลเซีย 1 สาขาที่มูเทีย ร่า ดามันซารา ซึ่ง ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีโฮมโปร 87 สาขา โฮมโปรเอส 6 สาขา เมกาโฮม 14 สาขา โฮมโปรในประเทศ มาเลเซียอีก 7 สาขา และโฮมโปรในประเทศเวียดนามที่ยังจําหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง E-Market Place เป็นหลัก
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 2,176.80 ล้านบาท หรือ 3.53% ซึ่งประกอบไปด้วย รายได้จากสัญญาที่ทํากับลูกค้า ซึ่งเป็นรายได้ที่ประกอบไปด้วยรายได้จากการขายสินค้า และรายได้ จากการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจํานวน 60,567.91 ล้านบาท ปรับตัวขึ้น 2,221.14 ล้าน บาท หรือ 3.81%
รวมถึงสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง มีการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## สรุปผลประกอบการปี 2567 ของ HMPRO: เติบโตท่ามกลางความท้าทาย
**ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2567**
บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO สรุปผลประกอบการปี 2567 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ **72,576.52 ล้านบาท** ลดลงเล็กน้อย **0.34%** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรสุทธิสำหรับปีอยู่ที่ **6,503.55 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น **0.96%** ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตนี้มาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 มีการเปิดสาขาใหม่รวม 9 สาขา (6 สาขาโฮมโปร และ 3 สาขาเมกาโฮม) ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ เช่น ลำพูน หนองคาย ระยอง แม่สอด เชียงใหม่ ภูเก็ต อุดรธานี และศรีราชา อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปิดสาขารัตนาธิเบศร์เนื่องจากสัญญาเช่าหมดอายุ แต่ได้เปิดสาขาใหม่ในบริเวณใกล้เคียงที่มีพื้นที่ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น
**รายได้จากการขายและให้บริการ (ธุรกิจโฮมโปร และธุรกิจเมกาโฮม)** ลดลง 0.49% อยู่ที่ 67,952.02 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการระมัดระวังการใช้จ่ายของผู้บริโภค จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แม้รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ
**รายได้ค่าเช่า** ลดลง 1.48% อยู่ที่ 1,854.37 ล้านบาท เนื่องจากการงดจัดงาน HomePro Expo ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม และเปลี่ยนมาจัดงาน HomePro Super Expo ที่สาขาและออนไลน์แทน เพื่อลดต้นทุนและเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น
**รายได้อื่น** เพิ่มขึ้น 4.29% อยู่ที่ 2,770.13 ล้านบาท จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าทั้งในช่องทางสาขาและออนไลน์
**สถานการณ์เศรษฐกิจปี 2567**
เศรษฐกิจไทยในปี 2567 ยังคงเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ส่งผลให้มีการเติบโตในอัตราที่ไม่สูงมากนัก ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ ได้แก่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจมีการปรับตัวสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อโดยรวมที่อ่อนแอลง ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ส่งผลต่อเงินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นและการบริโภคที่ปรับตัวดีขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยว
ในช่วงครึ่งปีแรก รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการ Easy E-Receipt 2567 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและเสริมสร้างกำลังซื้อต่อประชาชน นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งเป็นฤดูร้อนของประเทศไทย สินค้ากลุ่มเครื่องทำความเย็นมียอดขายเพิ่มสูงขึ้น ในช่วงครึ่งปีหลัง กำลังซื้อที่ลดลงและการเริ่มต้นฤดูฝนที่เร็วกว่าปกติ ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในบางพื้นที่ ส่งผลต่อความไม่สะดวกสบายในการเดินทางมาใช้บริการที่สาขาของลูกค้า อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลง ได้มีอุปสงค์การซื้อสินค้าเพื่อทดแทนสินค้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม และสินค้าเพื่อซ่อมแซมและทำความสะอาด ทำให้ยอดขายสินค้าของสาขาที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ รัฐบาลได้มีการออก 'โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ' มอบเงินสนับสนุนจำนวน 10,000 บาท แก่กลุ่มเปราะบาง ส่งผลให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
**การวิเคราะห์รายได้และกำไร**
**กำไรขั้นต้นจากการขายและให้บริการ** เพิ่มขึ้น 0.32% อยู่ที่ 18,223.57 ล้านบาท และ**อัตรากำไรขั้นต้น** เพิ่มขึ้นจาก 26.60% เป็น 26.82% จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง ทั้งจากธุรกิจโฮมโปร และธุรกิจเมกาโฮม
**ต้นทุนค่าเช่า** เพิ่มขึ้น 3.82% อยู่ที่ 816.45 ล้านบาท จากการเปิดสาขาโฮมโปรในปี 2567, ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอาคาร และกิจกรรมในศูนย์การค้าที่เพิ่มขึ้น
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ลดลง 0.46% อยู่ที่ 13,340.93 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายที่ลดลง ได้แก่ ค่าสาธารณูปโภค, ค่าใช้จ่ายจากการจ้างแรงงานภายนอก และค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขา ในขณะที่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ค่าใช้จ่ายทางการตลาด, ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต และค่าเสื่อมราคา
**รายได้ทางการเงิน** เพิ่มขึ้น 123.42% อยู่ที่ 61.95 ล้านบาท จากรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น
**ค่าใช้จ่ายทางการเงิน** เพิ่มขึ้น 21.16% อยู่ที่ 687.53 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อชำระหนี้ที่ครบกำหนดในอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น, การออกตั๋วแลกเงินระยะสั้น และสัญญาเช่าระยะยาวสำหรับสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้น
**ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้** เพิ่มขึ้น 1.94% อยู่ที่ 1,562.40 ล้านบาท จากกำไรก่อนหักภาษีที่เพิ่มขึ้น
**สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น**
* **สินทรัพย์รวม** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 อยู่ที่ 69,664.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.89% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ และสินทรัพย์ถาวร ในขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง
* **หนี้สินรวม** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 อยู่ที่ 42,862.43 ล้านบาท ลดลง 1.44% จากปีก่อน โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวมลดลง
* **อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น** เท่ากับ 1.60 เท่า
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น** เท่ากับ 0.62 เท่า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 อยู่ที่ 26,802.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.87% จากปีก่อน
* **อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE)** เท่ากับ 24.84%
**สภาพคล่องทางการเงิน**
* **กระแสเงินสด** ในรอบปีลดลง 874.95 ล้านบาท
* เงินสดสุทธิจากกิจกรรมการดำเนินงาน เพิ่มขึ้น 10,153.21 ล้านบาท
* เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน ลดลง 3,691.31 ล้านบาท
* เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน ลดลง 7,339.30 ล้านบาท
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 เท่ากับ 0.87 เท่า
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน**
**ปัจจัยความเสี่ยง:**
* ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศ
* การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดค้าปลีกสินค้าเกี่ยวกับบ้าน
* การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค
* โครงการปรับปรุงถนนหน้าโฮมโปรสาขาราชพฤกษ์ ทำให้การเข้ามาใช้บริการที่สาขาลดลง
**โอกาสการเติบโต:**
* การขยายสาขาไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพ
* การพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
* การใช้ประโยชน์จากช่องทางออนไลน์ในการขายสินค้า
* การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B)
**แนวโน้มอนาคตของการลงทุน:**
* บริษัทฯ ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว จากการขยายสาขา การพัฒนาสินค้าและบริการ และการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
* การลงทุนในเทคโนโลยีและระบบต่างๆ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
* การให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุน
**สรุป**
ถึงแม้ว่า HMPRO จะเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2567 และมีปัจจัยภายนอกกระทบต่อรายได้บางส่วน แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาผลการดำเนินงานไว้ได้ในระดับที่ดี จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การปรับกลยุทธ์ทางการตลาด และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง อัตรากำไรขั้นต้นที่ยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ ในตลาดค้าปลีกสินค้าเกี่ยวกับบ้าน ฐานะทางการเงินยังคงแข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ยังควบคุมได้ การลงทุนใน HMPRO ยังคงมีความน่าสนใจในระยะยาว จากศักยภาพในการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HMPRO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
17,742.73
ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
4,916.71
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.71
%
กำไรสุทธิ
1,601.89
ล้านบาท
↓ 7.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.03
%
D/E Ratio
1.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
17,743
↓ -2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,917
↓ -1.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,602
↓ -7.2%
YoY
D/E Ratio
1.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HMPRO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.71
ROE (%)
22.73
ROA (%)
11.60
Book Value/หุ้น
2.12
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HMPRO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,905
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,987
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HMPRO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,905.09
-18.91%
|
-4,815.74
+12.51%
|
-4,280.46
+50.60%
|
-2,842.19
+38.53%
|
-2,051.70
-124.53%
|
8,362.88
+284.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,986.51
+41.05%
|
1,408.42
-60.59%
|
3,573.83
+2,110.57%
|
161.67
-39.31%
|
266.37
-108.47%
|
-3,144.81
+411.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8,517.07
-16.77%
|
10,232.92
-2.64%
|
10,510.92
+305.32%
|
2,593.27
+30.51%
|
1,987.03
-141.42%
|
-4,797.48
+373.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6,598.19
-3.13%
|
6,811.69
-30.55%
|
9,807.39
-10,003.45%
|
-99.03
-158.77%
|
168.51
-60.14%
|
422.71
-22.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,553.72
-13.61%
|
6,428.67
+18.60%
|
5,420.30
+19.23%
|
4,545.97
+38.48%
|
3,282.69
+14.78%
|
2,859.98
-54.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,487.99
-19.19%
|
5,553.72
-13.61%
|
6,428.67
+18.60%
|
5,420.30
+19.23%
|
4,545.97
+38.48%
|
3,282.69
+14.78%
|