บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
6.65
0.05 (0.75%)
สรุปสั้น
การขยายสาขาในปี 2564 บริษัทฯ ขยายสาขาอย่างระมัดระวัง ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวได้ช้า โดย เปิดสาขาใหม่ในประเทศ 1 สาขาที่ บางนา กม. 1 และด้านธุรกิจต่างประเทศ เปิดสาขาในประเทศมาเลเซีย 1 สาขาที่มูเทีย ร่า ดามันซารา ซึ่ง ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีโฮมโปร 87 สาขา โฮมโปรเอส 6 สาขา เมกาโฮม 14 สาขา โฮมโปรในประเทศ มาเลเซียอีก 7 สาขา และโฮมโปรในประเทศเวียดนามที่ยังจําหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง E-Market Place เป็นหลัก
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 2,176.80 ล้านบาท หรือ 3.53% ซึ่งประกอบไปด้วย รายได้จากสัญญาที่ทํากับลูกค้า ซึ่งเป็นรายได้ที่ประกอบไปด้วยรายได้จากการขายสินค้า และรายได้ จากการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจํานวน 60,567.91 ล้านบาท ปรับตัวขึ้น 2,221.14 ล้าน บาท หรือ 3.81%
รวมถึงสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง มีการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7271 out_tok=2495 at=2026-07-25T16:02:13 -->
# HMPRO กำไร Q3/2566 ทรงตัวเล็กน้อย รับรายได้รวมโต 3.24% ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว
## รายได้รวมโต 3.24% แต่กำไรสุทธิทรงตัว เหตุต้นทุนค่าเช่าและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น
บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,533.13 ล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,533.33 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะปรับเพิ่มขึ้น 3.24% เป็น 17,490.60 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่เติบโต แต่ถูกกดดันจากต้นทุนค่าเช่าและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ HMPRO ในไตรมาส 3 ปี 2566 ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 3.24% มาอยู่ที่ 17,490.60 ล้านบาท มาจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าเช่าและค่าใช้จ่ายทางการเงิน** ซึ่งหักล้างผลบวกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่เติบโต 3.11% เป็น 16,390.23 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น:** เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากการเปิดสาขาใหม่ของโฮมโปรและเมกาโฮมในช่วงไตรมาส 3 ปี 2565 ถึงไตรมาส 3 ปี 2566 แม้จะเผชิญกับกำลังซื้อที่อ่อนแอลงจากการบริโภคภาคเอกชนที่หดตัว และความกังวลเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น
* **รายได้ค่าเช่าลดลงเล็กน้อย:** ลดลง 1.47% เป็น 434.17 ล้านบาท เนื่องจากมีการจัดเก็บรายได้ค่าเช่าพื้นที่ในสาขาโฮมโปรและศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจลดลง ประกอบกับปีที่แล้วมีการจัดงานใหญ่ที่ไบเทคบางนา
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 10.25% เป็น 666.20 ล้านบาท จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้ามากขึ้น
* **ต้นทุนค่าเช่าเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 7.10% เป็น 199.29 ล้านบาท จากต้นทุนค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 3.39% เป็น 3,236.59 ล้านบาท โดยอัตราส่วนต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากค่าไฟฟ้า สาธารณูปโภค ค่าเสื่อมราคา
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 12.72% เป็น 138.45 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นกู้ใหม่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2565 ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และการทำสัญญาเช่าระยะยาวสำหรับสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้นตามมาตรฐาน TFRS16
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการเปิดสาขาใหม่จะยังคงเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในระยะต่อไป แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าเช่าและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่มาจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและสัญญาเช่าระยะยาว อาจส่งผลกดดันอัตรากำไรในอนาคตได้ ฝ่ายจัดการยังคงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและปรับกลยุทธ์อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ทรงตัว:** อยู่ที่ 1,533.13 ล้านบาท ลดลง 0.01% YoY
* **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต:** เพิ่มขึ้น 3.24% YoY เป็น 17,490.60 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายสินค้าและบริการเพิ่ม:** 3.11% YoY เป็น 16,390.23 ล้านบาท จากการเปิดสาขาใหม่
* **ต้นทุนค่าเช่าและค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น:** กดดันกำไรสุทธิ
* **การขยายสาขา:** เปิดใหม่ 1 สาขา HomePro (ซีคอนบางแค) และ 1 สาขา Mega Home (ปลวกแดง) รวมเป็น 87 HomePro, 5 HomePro S, 25 Mega Home และ 7 HomePro มาเลเซีย ณ สิ้น Q3/2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งวด 3 เดือน (ไตรมาส 3/2566):**
* **รายได้รวม:** 17,490.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.24% YoY
* **กำไรขั้นต้น:** 4,378.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.79% YoY อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 26.80% เป็น 26.72%
* **กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA):** ไม่ได้ระบุตัวเลขโดยตรง แต่กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 2.76% เป็น 2,043.35 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ:** 1,533.13 ล้านบาท ลดลง 0.01% YoY
**งวด 9 เดือน (มกราคม - กันยายน 2566):**
* **รายได้รวม:** 54,645.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.31% YoY
* **กำไรขั้นต้น:** 13,551.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.96% YoY อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 26.16% เป็น 26.36%
* **กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA):** ไม่ได้ระบุตัวเลขโดยตรง แต่กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 5.96% เป็น 6,305.44 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ:** 4,764.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.38% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยหนุนการใช้จ่ายของผู้บริโภค
* **การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย:** การจัดแคมเปญต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่องทางสาขาและออนไลน์ ช่วยกระตุ้นยอดขาย
* **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่ของ HomePro และ Mega Home ช่วยเพิ่มฐานรายได้และการเข้าถึงลูกค้า
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ:** เช่น มาตรการช้อปดีมีคืน (ที่เคยมีผลใน Q1) ช่วยหนุนการจับจ่าย
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของการบริโภคภาคเอกชน:** จากสถานการณ์เศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนทางการเมือง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น
* **ฤดูกาล:** ไตรมาส 3 เป็นช่วงฤดูฝน ซึ่งมีกิจกรรมต่ำสุดในธุรกิจค้าปลีก ส่งผลต่อการเดินทางและยอดขาย
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** ทั้งต้นทุนค่าสาธารณูปโภค ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น
* **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** ส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการบริโภค:** การฟื้นตัวของกำลังซื้อหลังการจัดตั้งรัฐบาลและการประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
* **ผลกระทบจากฤดูกาล:** การเปลี่ยนแปลงของยอดขายในช่วงฤดูฝนและฤดูท่องเที่ยว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนค่าเช่าและค่าใช้จ่ายทางการเงิน
* **แผนการขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่และการบริหารจัดการสาขาเดิม
* **ประสิทธิภาพของกิจกรรมส่งเสริมการขาย:** ความสามารถในการกระตุ้นยอดขายและรักษาอัตรากำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายสินค้าและบริการ (Home Service):** เติบโต 3.11% YoY ใน Q3/2566 และ 7.14% YoY ใน 9 เดือนแรกปี 2566 การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการเปิดสาขาใหม่และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ใน Q3/2566 ลดลงเล็กน้อยจาก 26.80% เป็น 26.72% เนื่องจากฐานที่สูงจากการควบรวมกิจการในปีที่แล้ว แต่สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 26.16% เป็น 26.36% จากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมสินค้าและส่วนลดจากคู่ค้า
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยใน Q3/2566 เป็น 19.75% จาก 19.69% และเพิ่มขึ้นใน 9 เดือนแรกปี 2566 เป็น 19.25% จาก 18.82% โดยมีปัจจัยจากค่าไฟฟ้า สาธารณูปโภค ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาใหม่
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้น Q3/2566 มี HomePro 87 สาขา, HomePro S 5 สาขา, Mega Home 25 สาขา และ HomePro มาเลเซีย 7 สาขา มีการเปิดสาขาใหม่ 1 HomePro และ 1 Mega Home ในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วน MD&A นี้ มีเพียงการกล่าวถึงการออกหุ้นกู้ใหม่และการทำสัญญาเช่าระยะยาวที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายทางการเงิน
## สรุปท้าย
HMPRO ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิทรงตัว แม้รายได้รวมจะเติบโตจากการขยายสาขาและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนค่าเช่าและค่าใช้จ่ายทางการเงิน รวมถึงการติดตามแนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภคจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HMPRO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
17,742.73
ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
4,916.71
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.71
%
กำไรสุทธิ
1,601.89
ล้านบาท
↓ 7.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.03
%
D/E Ratio
1.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
17,743
↓ -2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,917
↓ -1.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,602
↓ -7.2%
YoY
D/E Ratio
1.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HMPRO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.71
ROE (%)
22.73
ROA (%)
11.60
Book Value/หุ้น
2.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HMPRO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,905
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,987
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HMPRO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,905.09
-18.91%
|
-4,815.74
+12.51%
|
-4,280.46
+50.60%
|
-2,842.19
+38.53%
|
-2,051.70
-124.53%
|
8,362.88
+284.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,986.51
+41.05%
|
1,408.42
-60.59%
|
3,573.83
+2,110.57%
|
161.67
-39.31%
|
266.37
-108.47%
|
-3,144.81
+411.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8,517.07
-16.77%
|
10,232.92
-2.64%
|
10,510.92
+305.32%
|
2,593.27
+30.51%
|
1,987.03
-141.42%
|
-4,797.48
+373.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6,598.19
-3.13%
|
6,811.69
-30.55%
|
9,807.39
-10,003.45%
|
-99.03
-158.77%
|
168.51
-60.14%
|
422.71
-22.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,553.72
-13.61%
|
6,428.67
+18.60%
|
5,420.30
+19.23%
|
4,545.97
+38.48%
|
3,282.69
+14.78%
|
2,859.98
-54.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,487.99
-19.19%
|
5,553.72
-13.61%
|
6,428.67
+18.60%
|
5,420.30
+19.23%
|
4,545.97
+38.48%
|
3,282.69
+14.78%
|