บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
6.65
0.05 (0.75%)
สรุปสั้น
การขยายสาขาในปี 2564 บริษัทฯ ขยายสาขาอย่างระมัดระวัง ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวได้ช้า โดย เปิดสาขาใหม่ในประเทศ 1 สาขาที่ บางนา กม. 1 และด้านธุรกิจต่างประเทศ เปิดสาขาในประเทศมาเลเซีย 1 สาขาที่มูเทีย ร่า ดามันซารา ซึ่ง ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีโฮมโปร 87 สาขา โฮมโปรเอส 6 สาขา เมกาโฮม 14 สาขา โฮมโปรในประเทศ มาเลเซียอีก 7 สาขา และโฮมโปรในประเทศเวียดนามที่ยังจําหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง E-Market Place เป็นหลัก
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 2,176.80 ล้านบาท หรือ 3.53% ซึ่งประกอบไปด้วย รายได้จากสัญญาที่ทํากับลูกค้า ซึ่งเป็นรายได้ที่ประกอบไปด้วยรายได้จากการขายสินค้า และรายได้ จากการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจํานวน 60,567.91 ล้านบาท ปรับตัวขึ้น 2,221.14 ล้าน บาท หรือ 3.81%
รวมถึงสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง มีการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15709 out_tok=2912 at=2026-07-27T07:37:02 -->
# HMPRO กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 14% รับแรงหนุนยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้า-บริหารต้นทุน
## รายได้รวมโต 3.43% อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งแตะ 27.73% ฝ่ายจัดการเน้นกลยุทธ์ Private Brand และควบคุม SG&A
บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1,594.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเติบโต 3.43% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการสัดส่วนผลิตภัณฑ์และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวอย่างจำกัด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ HMPRO ในไตรมาส 2 ปี 2569 ให้เติบโตถึง 13.99% มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 3.43% และการปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ที่เพิ่มขึ้นจาก 25.82% ในปีก่อน เป็น 27.73% ในไตรมาสนี้
ปัจจัยที่ทำให้ GPM ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เกิดจากการบริหารจัดการสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรสูง และการผลักดันสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ (Private Brand) ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการราคาจำหน่ายและต้นทุนสินค้าได้อย่างเหมาะสม แม้จะมีต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
ส่วนการเติบโตของรายได้รวม 3.43% มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า 3.22% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขายสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายน นอกจากนี้ รายได้ค่าเช่าและรายได้อื่นก็มีการเติบโตเล็กน้อยเช่นกัน
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในอนาคต ฝ่ายจัดการได้เน้นย้ำถึงการบริหารจัดการสัดส่วนผลิตภัณฑ์และการผลักดัน Private Brand อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM ในระยะยาว ส่วนการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ก็เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุนพลังงานและค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่างๆ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ยังคงต้องพึ่งพากำลังซื้อของผู้บริโภคและปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
**ประเมินว่าปัจจัยนั้นมีโอกาสต่อเนื่องหรือเป็นครั้งคราว:** มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริหารจัดการ Product Mix และการผลักดัน Private Brand ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัทฯ ที่จะช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาว ส่วนการเติบโตของรายได้จากเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็นอาจเป็นปัจจัยชั่วคราวตามฤดูกาล แต่การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดร่วมกับพันธมิตรทางการค้าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2569 เติบโต 13.99% YoY:** อยู่ที่ 1,594.18 ล้านบาท จาก 1,398.55 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/2569 เพิ่มขึ้น 3.43% YoY:** อยู่ที่ 18,054.87 ล้านบาท จาก 17,456.81 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงขึ้น:** จาก 25.82% เป็น 27.73% หนุนโดย Product Mix และ Private Brand
* **ค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้เพิ่มขึ้น:** จาก 19.47% เป็น 20.61% โดยมีค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น
* **ครึ่งปีแรก 2569 กำไรสุทธิลดลง 3.47% YoY:** อยู่ที่ 2,998.15 ล้านบาท จาก 3,105.93 ล้านบาท เนื่องจากรายได้รวมลดลง 2.51% YoY
* **เปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง:** ณ สิ้น Q2/2569 มีสาขารวม 134 แห่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 HMPRO มีรายได้รวม 18,054.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น 3.22% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มทำความเย็นที่ได้รับอานิสงส์จากสภาพอากาศร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายน ขณะที่รายได้ค่าเช่าและรายได้อื่นก็มีการเติบโตเล็กน้อย
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 25.82% ในปีก่อน เป็น 27.73% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มสัดส่วนสินค้ากำไรสูงและ Private Brand รวมถึงการบริหารจัดการราคาและต้นทุนสินค้าได้ดี
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 19.47% เป็น 20.61% โดยมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีค่าใช้จ่ายบางส่วนลดลง เช่น ค่าซ่อมแซม ค่าสาธารณูปโภค และค่าการตลาด
สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,998.15 ล้านบาท ลดลง 3.47% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 2.51% ซึ่งได้รับผลกระทบจากฐานรายได้ที่สูงในปีก่อนจากมาตรการ Easy E-Receipt และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
## โอกาส
* **การบริหาร Product Mix และ Private Brand:** เป็นกลยุทธ์หลักที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างต่อเนื่อง
* **การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาด:** ร่วมกับพันธมิตรทางการค้าเพื่อกระตุ้นยอดขายผ่านทั้งช่องทางสาขาและออนไลน์
* **การขยายสาขาและการปรับรูปแบบสาขา:** การเปิดสาขาใหม่และการปรับรูปแบบเป็น Hybrid Store ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายฐานลูกค้า
* **การติดตั้ง Solar Rooftop:** การขยายการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและสนับสนุนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
* **โครงการ Circular Economy (Trade-In):** ส่งเสริมการรีไซเคิลและสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์เก่า ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและความผันผวนของต้นทุนสินค้าและพลังงาน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน
* **ต้นทุนค่าขนส่งและพลังงานที่ผันผวน:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ความต้องการสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์และเทคโนโลยี
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ความเสี่ยงจากการมีสินค้าคงคลังมากเกินไปหรือน้อยเกินไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภค:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปัจจัยมหภาคที่จะส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอย
* **ประสิทธิภาพการบริหาร Product Mix และ Private Brand:** การรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาว
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A:** ความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพท่ามกลางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์:** การขยายตัวของ Omni-channel และการตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภค
* **แผนการขยายสาขาและการปรับปรุงสาขาเดิม:** การเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มยอดขาย
* **ผลกระทบจากสภาพอากาศ:** ความร้อนจัดหรือฤดูฝนที่อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าบางกลุ่ม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และยอดขาย:** รายได้รวม Q2/2569 เติบโต 3.43% YoY โดยรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น 3.22% ได้รับแรงหนุนจากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มทำความเย็นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากสภาพอากาศร้อนจัดในเดือนเมษายน ขณะที่รายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 1.73% จากการจัดเก็บรายได้พื้นที่เช่าได้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 10.39% จากกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าที่เพิ่มขึ้น
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 25.82% เป็น 27.73% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหาร Product Mix ที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มสัดส่วนสินค้ากำไรสูงและ Private Brand รวมถึงการบริหารราคาและต้นทุนสินค้าได้อย่างเหมาะสม แม้ต้นทุนค่าขนส่งจะสูงขึ้น
**ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 19.47% เป็น 20.61% โดยมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น
**การขยายสาขา:** เปิดสาขาใหม่ 2 แห่งใน Q2/2569 ทำให้มีสาขารวม 134 แห่ง (โฮมโปร 87, โฮมโปรเอส 4, เมกาโฮม 21, ไฮบริดสโตร์ 15, โฮมโปรมาเลเซีย 7)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** ณ สิ้น Q2/2569 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 67,514.26 ล้านบาท ลดลง 4.44% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้การค้า และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
**หนี้สิน:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 41,642.45 ล้านบาท ลดลง 6.53% จากสิ้นปี 2568 โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.61 เท่า
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 25,871.81 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.86% จากสิ้นปี 2568 อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 23.08%
**กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิจากกิจกรรมการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 4,466.23 ล้านบาท แต่เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงินรวมกันทำให้กระแสเงินสดในรอบปีลดลง 2,788.25 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.82 เท่า
## สรุปท้าย
HMPRO โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 13.99% จากการบริหารจัดการ Product Mix และ Private Brand ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังคงเผชิญความท้าทาย แต่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การตลาดและการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HMPRO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
17,742.73
ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
4,916.71
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.71
%
กำไรสุทธิ
1,601.89
ล้านบาท
↓ 7.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.03
%
D/E Ratio
1.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
17,743
↓ -2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,917
↓ -1.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,602
↓ -7.2%
YoY
D/E Ratio
1.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HMPRO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.71
ROE (%)
22.73
ROA (%)
11.60
Book Value/หุ้น
2.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HMPRO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,905
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,987
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HMPRO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,905.09
-18.91%
|
-4,815.74
+12.51%
|
-4,280.46
+50.60%
|
-2,842.19
+38.53%
|
-2,051.70
-124.53%
|
8,362.88
+284.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,986.51
+41.05%
|
1,408.42
-60.59%
|
3,573.83
+2,110.57%
|
161.67
-39.31%
|
266.37
-108.47%
|
-3,144.81
+411.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8,517.07
-16.77%
|
10,232.92
-2.64%
|
10,510.92
+305.32%
|
2,593.27
+30.51%
|
1,987.03
-141.42%
|
-4,797.48
+373.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6,598.19
-3.13%
|
6,811.69
-30.55%
|
9,807.39
-10,003.45%
|
-99.03
-158.77%
|
168.51
-60.14%
|
422.71
-22.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,553.72
-13.61%
|
6,428.67
+18.60%
|
5,420.30
+19.23%
|
4,545.97
+38.48%
|
3,282.69
+14.78%
|
2,859.98
-54.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,487.99
-19.19%
|
5,553.72
-13.61%
|
6,428.67
+18.60%
|
5,420.30
+19.23%
|
4,545.97
+38.48%
|
3,282.69
+14.78%
|