บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
6.65
0.05 (0.75%)
สรุปสั้น
การขยายสาขาในปี 2564 บริษัทฯ ขยายสาขาอย่างระมัดระวัง ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวได้ช้า โดย เปิดสาขาใหม่ในประเทศ 1 สาขาที่ บางนา กม. 1 และด้านธุรกิจต่างประเทศ เปิดสาขาในประเทศมาเลเซีย 1 สาขาที่มูเทีย ร่า ดามันซารา ซึ่ง ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีโฮมโปร 87 สาขา โฮมโปรเอส 6 สาขา เมกาโฮม 14 สาขา โฮมโปรในประเทศ มาเลเซียอีก 7 สาขา และโฮมโปรในประเทศเวียดนามที่ยังจําหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง E-Market Place เป็นหลัก
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 2,176.80 ล้านบาท หรือ 3.53% ซึ่งประกอบไปด้วย รายได้จากสัญญาที่ทํากับลูกค้า ซึ่งเป็นรายได้ที่ประกอบไปด้วยรายได้จากการขายสินค้า และรายได้ จากการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจํานวน 60,567.91 ล้านบาท ปรับตัวขึ้น 2,221.14 ล้าน บาท หรือ 3.81%
รวมถึงสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง มีการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5329 out_tok=2495 at=2026-07-25T17:49:41 -->
# HMPRO กำไร Q1/2566 โต 6.63% รับแรงหนุนเศรษฐกิจฟื้น-ช้อปดีมีคืน
## รายได้รวมโต 9.47% จากท่องเที่ยว-มาตรการรัฐ หนุนยอดขายสาขา-ออนไลน์ ขณะต้นทุนพุ่งกระทบกำไร
บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,611.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย การท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อจากภาครัฐ ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 9.47% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นหลายรายการ ซึ่งฝ่ายจัดการได้ออกมาตรการควบคุมอย่างรัดกุม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ HMPRO ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่ 9.47%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และอานิสงส์จากมาตรการช้อปดีมีคืน แม้ว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 6.63% แต่ก็ถูกกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 9.66% และกำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มขึ้น 7.67%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การบริโภคสินค้ากลุ่มการปรับปรุงซ่อมแซมในภูมิภาคที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจท่องเที่ยวเติบโตสูงกว่าภูมิภาคอื่น
* **มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ:** มาตรการช้อปดีมีคืนในช่วงต้นปี 2566 ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทฯ ทั้งในส่วนของสาขาและช่องทางออนไลน์ปรับตัวสูงขึ้น
* **กิจกรรมส่งเสริมการขาย:** การจัดงาน HomePro Expo 2023 และกิจกรรมส่งเสริมการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่องทางออนไลน์และสาขา ช่วยสนับสนุนยอดขายสินค้าและบริการ
* **รายได้ค่าเช่าและรายได้อื่นเติบโต:** รายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 16.08% จากการจัดเก็บรายได้พื้นที่เช่าในสาขาและศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจได้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 10.13% จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้า
* **แรงกดดันด้านต้นทุน:** บริษัทฯ เผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาใหม่ (เมกาโฮม 3 สาขา) ค่าซ่อมแซม และค่าใช้จ่ายทางการตลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน**
ปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 อย่างไรก็ตาม มาตรการช้อปดีมีคืนสิ้นสุดไปแล้วในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งอาจส่งผลให้การเติบโตของยอดขายในไตรมาสถัดไปชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงที่มีมาตรการกระตุ้น นอกจากนี้ แรงกดดันด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการได้ออกมาตรการควบคุมค่าใช้จ่าย เช่น การติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดผลกระทบ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 1,611.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.63% YoY
* **รายได้รวม:** 18,251.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.47% YoY
* **รายได้จากการขายและบริการ:** 17,223.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.28% YoY
* **กำไรขั้นต้น:** 4,492.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.66% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 25.99% เป็น 26.08%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 11.24% YoY คิดเป็น 18.54% ของยอดขาย
* **การขยายสาขา:** เปิดสาขาเมกาโฮมใหม่ 3 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 มีโฮมโปร 87 สาขา, โฮมโปรเอส 5 สาขา, เมกาโฮม 21 สาขา และโฮมโปรมาเลเซีย 7 สาขา
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวม 18,251.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.47% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 17,223.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.28% จากการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศและภาคการท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ นอกจากนี้ รายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 16.08% และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 10.13% จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้า กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 9.66% โดยอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 26.08% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.24% ซึ่งเป็นผลจากค่าไฟฟ้า ค่าสาธารณูปโภค ค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายทางการตลาด ทำให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 7.67% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.63% เป็น 1,611.12 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติส่งผลดีต่อกำลังซื้อในภูมิภาคท่องเที่ยว
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ:** แม้มาตรการช้อปดีมีคืนจะสิ้นสุดลง แต่การบริโภคในประเทศยังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
* **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาเมกาโฮมใหม่ 3 สาขา จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มยอดขายในระยะยาว
* **ช่องทางออนไลน์:** การพัฒนาช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้าและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
* **กิจกรรมส่งเสริมการขาย:** การจัดกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างการรับรู้แบรนด์
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น:** ค่าไฟฟ้า ค่าสาธารณูปโภค และต้นทุนการดำเนินงานอื่นๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ความผันผวนของตลาดการเงิน:** อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน
* **ภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อภายในประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ในไตรมาส 2:** การเติบโตของยอดขายหลังสิ้นสุดมาตรการช้อปดีมีคืน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและค่าสาธารณูปโภค
* **ผลประกอบการของสาขาเมกาโฮมใหม่:** การตอบรับของลูกค้าและการสร้างยอดขายของสาขาที่เปิดใหม่
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** การเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของสินค้าและผลกระทบจากโปรโมชั่น
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายสินค้าและบริการ (Home Service):** เติบโต 9.28% โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.09% เป็น 26.08% แม้จะมีการให้ส่วนลดลูกค้าเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของรายได้จากการบริการซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าสินค้าขายปลีก และการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมสินค้าที่มีกำไรสูงขึ้น ช่วยชดเชยผลกระทบ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 11.24% โดยสัดส่วนต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 18.21% เป็น 18.54% ซึ่งเป็นผลจากค่าไฟฟ้า สาธารณูปโภค ค่าเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายทางการตลาด
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 มีโฮมโปร 87 สาขา, โฮมโปรเอส 5 สาขา, เมกาโฮม 21 สาขา และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย 7 สาขา มีการเปิดเมกาโฮมใหม่ 3 สาขาในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้ จึงขอข้ามไป)
## สรุปท้าย
HMPRO ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้รวมได้ถึง 9.47% จากปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 6.63% ถูกจำกัดด้วยแรงกดดันจากต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ฝ่ายจัดการได้ออกมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อลดผลกระทบ และยังคงเดินหน้าขยายสาขาตามแผน การจับตาแนวโน้มการเติบโตของรายได้ในไตรมาสถัดไป และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HMPRO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
17,742.73
ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
4,916.71
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.71
%
กำไรสุทธิ
1,601.89
ล้านบาท
↓ 7.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.03
%
D/E Ratio
1.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
17,743
↓ -2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,917
↓ -1.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,602
↓ -7.2%
YoY
D/E Ratio
1.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HMPRO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.71
ROE (%)
22.73
ROA (%)
11.60
Book Value/หุ้น
2.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HMPRO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,905
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,987
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HMPRO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,905.09
-18.91%
|
-4,815.74
+12.51%
|
-4,280.46
+50.60%
|
-2,842.19
+38.53%
|
-2,051.70
-124.53%
|
8,362.88
+284.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,986.51
+41.05%
|
1,408.42
-60.59%
|
3,573.83
+2,110.57%
|
161.67
-39.31%
|
266.37
-108.47%
|
-3,144.81
+411.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8,517.07
-16.77%
|
10,232.92
-2.64%
|
10,510.92
+305.32%
|
2,593.27
+30.51%
|
1,987.03
-141.42%
|
-4,797.48
+373.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6,598.19
-3.13%
|
6,811.69
-30.55%
|
9,807.39
-10,003.45%
|
-99.03
-158.77%
|
168.51
-60.14%
|
422.71
-22.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,553.72
-13.61%
|
6,428.67
+18.60%
|
5,420.30
+19.23%
|
4,545.97
+38.48%
|
3,282.69
+14.78%
|
2,859.98
-54.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,487.99
-19.19%
|
5,553.72
-13.61%
|
6,428.67
+18.60%
|
5,420.30
+19.23%
|
4,545.97
+38.48%
|
3,282.69
+14.78%
|