บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
6.65
0.05 (0.75%)
สรุปสั้น
การขยายสาขาในปี 2564 บริษัทฯ ขยายสาขาอย่างระมัดระวัง ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวได้ช้า โดย เปิดสาขาใหม่ในประเทศ 1 สาขาที่ บางนา กม. 1 และด้านธุรกิจต่างประเทศ เปิดสาขาในประเทศมาเลเซีย 1 สาขาที่มูเทีย ร่า ดามันซารา ซึ่ง ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีโฮมโปร 87 สาขา โฮมโปรเอส 6 สาขา เมกาโฮม 14 สาขา โฮมโปรในประเทศ มาเลเซียอีก 7 สาขา และโฮมโปรในประเทศเวียดนามที่ยังจําหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง E-Market Place เป็นหลัก
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 2,176.80 ล้านบาท หรือ 3.53% ซึ่งประกอบไปด้วย รายได้จากสัญญาที่ทํากับลูกค้า ซึ่งเป็นรายได้ที่ประกอบไปด้วยรายได้จากการขายสินค้า และรายได้ จากการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจํานวน 60,567.91 ล้านบาท ปรับตัวขึ้น 2,221.14 ล้าน บาท หรือ 3.81%
รวมถึงสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง มีการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7770 out_tok=2566 at=2026-07-27T09:55:37 -->
# HMPRO กำไร Q2/64 พุ่ง 52% รับรายได้รวมโต 18% จากการเปิดสาขาเพิ่ม
## รายได้-กำไร เติบโตต่อเนื่องจากฐานต่ำปีก่อน ขณะที่ GPM ขยายตัวจากการบริหารต้นทุนและสัดส่วนสินค้า
บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,432.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้รวมที่เติบโต 17.89% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนการฟื้นตัวจากการดำเนินงานที่กลับมาเปิดให้บริการได้มากขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ HMPRO ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวของรายได้รวมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 17.89%** โดยเฉพาะรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น 16.86% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 51.97% นอกจากนี้ **การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) จาก 23.78% เป็น 25.17%** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรให้เติบโตได้ดีกว่าการเติบโตของรายได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรกคือ **จำนวนวันในการเปิดให้บริการที่มากกว่าช่วงปีก่อน** ซึ่งเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในบางช่วงเวลา ทำให้สาขาสามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้มากขึ้น ประกอบกับบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เช่น HomePro Super Expo ผ่านช่องทาง E-commerce และสาขาทั่วประเทศ ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดี แม้ว่ายอดขายในมาเลเซียจะปรับตัวลดลงจากการ Lockdown แต่ภาพรวมในประเทศยังคงเติบโตได้ดี
ส่วนการที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นนั้น มาจากการ **เพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย** และ **การเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนจัดซื้อสินค้า** ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การขายสินค้าที่มุ่งเน้นทำกำไรได้ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทฯ ได้ปรับตัวให้เข้ากับการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) โดยเน้นสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในบ้าน เช่น สินค้ากลุ่มป้องกันและฆ่าเชื้อโรครวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ Work From Home และ Cooking at Home นอกจากนี้ การพัฒนาช่องทาง Omni Channel อย่างต่อเนื่อง ทั้งแอปพลิเคชัน HomePro, Home Service, Chat Shop4U, บริการจัดส่งภายในวัน (Sameday Delivery) และ Click & Collect จะช่วยเสริมรายได้และตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ยังคงกังวลเรื่องการระบาดของ COVID-19 ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องอาจขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และมาตรการควบคุมของภาครัฐในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/64 เติบโต 51.97% YoY** แตะ 1,432.59 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/64 เพิ่มขึ้น 17.89% YoY** อยู่ที่ 16,954.30 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น 16.86%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว** จาก 23.78% ใน Q2/63 เป็น 25.17% ใน Q2/64
* **ค่าใช้จ่ายในการขายจัดจำหน่ายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 16.43% YoY** แต่เมื่อเทียบกับยอดขายแล้ว อัตราส่วนลดลงเล็กน้อยจาก 17.81% เป็น 17.74%
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 19.18% YoY** จากการคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและออกหุ้นกู้ดอกเบี้ยต่ำ
* **สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 กำไรสุทธิเติบโต 26.52% YoY** อยู่ที่ 2,795.06 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 16,954.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 16,154.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.86% จากจำนวนวันเปิดให้บริการที่มากขึ้นและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 42.17% และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 44.23% จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้า กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 23.67% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 23.78% เป็น 25.17% แม้ว่าต้นทุนค่าเช่าและค่าใช้จ่ายในการขายจัดจำหน่ายและบริหารจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนวันเปิดทำการ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดนี้อยู่ที่ 1,432.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.97%
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 32,786.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.37% และมีกำไรสุทธิ 2,795.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การปรับตัวเข้ากับ New Normal:** การเน้นสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในบ้าน เช่น สินค้ากลุ่มป้องกันและฆ่าเชื้อโรครวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ Work From Home และ Cooking at Home
* **การพัฒนาช่องทาง Omni Channel:** การพัฒนาแอปพลิเคชัน HomePro, Home Service, Chat Shop4U, บริการจัดส่งภายในวัน (Sameday Delivery) และ Click & Collect เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายและเพิ่มความสะดวกสบายในการซื้อสินค้า
* **การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย:** การจัดกิจกรรม HomePro Super Expo และกิจกรรมส่งเสริมการขายอื่นๆ ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพ:** การเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนจัดซื้อสินค้าและการบริหารสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นสูง
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่และมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงการดำเนินงานของสาขา
* **มาตรการ Lockdown ในต่างประเทศ:** มาตรการ Lockdown ในประเทศมาเลเซียส่งผลกระทบต่อยอดขายในส่วนดังกล่าว
* **กำลังซื้อของผู้บริโภค:** ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย อาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19:** ผลกระทบต่อมาตรการของภาครัฐและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์ Omni Channel:** การตอบรับของลูกค้าและการสร้างรายได้จากช่องทางออนไลน์
* **การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น:** ความสามารถในการรักษา GPM ในสภาวะการแข่งขัน
* **ยอดขายในประเทศมาเลเซีย:** การฟื้นตัวหลังจากการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown
* **การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย:** ผลลัพธ์ของแคมเปญต่างๆ ในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และยอดขายสาขาเดิม (SSS):** แม้จะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลง แต่ยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจโฮมโปรในประเทศและเมกาโฮมยังสามารถเติบโตได้เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อนหน้า เนื่องจากฐานรายได้ที่ต่ำในปี 2563 จากการปิดสาขาชั่วคราว
**จำนวนสาขาและ Capacity:** ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีโฮมโปร 86 สาขา, โฮมโปรเอส 8 สาขา, เมกาโฮม 14 สาขา และโฮมโปรในประเทศมาเลเซีย 7 สาขา การเพิ่มจำนวนวันเปิดให้บริการส่งผลให้ Utilization ของสาขาเพิ่มขึ้น
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** GPM เพิ่มขึ้นจาก 23.78% เป็น 25.17% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรสูงและการบริหารการจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพ
**ต้นทุนแรงงานและค่าเช่า:** ต้นทุนค่าเช่าเพิ่มขึ้นตามจำนวนวันเปิดให้บริการ แต่บริษัทฯ ยังคงมีการปรับลดค่าเช่าให้แก่ผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายจัดจำหน่ายและบริหารเพิ่มขึ้นตามจำนวนวันเปิดทำการ แต่เมื่อเทียบกับยอดขายแล้ว อัตราส่วนลดลงเล็กน้อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการคืนกู้ยืมเงินระยะสั้นและการออกหุ้นกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 19.18% ในไตรมาส 2/64 และ 13.47% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564
## สรุปท้าย
HMPRO โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 51.97% จากการฟื้นตัวของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 17.89% และการบริหารจัดการต้นทุนที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวได้ดี การปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตใหม่และการพัฒนาช่องทาง Omni Channel เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโต แม้จะยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 และกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่แนวโน้มการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HMPRO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
17,742.73
ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
4,916.71
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.71
%
กำไรสุทธิ
1,601.89
ล้านบาท
↓ 7.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.03
%
D/E Ratio
1.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
17,743
↓ -2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,917
↓ -1.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,602
↓ -7.2%
YoY
D/E Ratio
1.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HMPRO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.71
ROE (%)
22.73
ROA (%)
11.60
Book Value/หุ้น
2.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HMPRO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,905
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,987
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HMPRO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,905.09
-18.91%
|
-4,815.74
+12.51%
|
-4,280.46
+50.60%
|
-2,842.19
+38.53%
|
-2,051.70
-124.53%
|
8,362.88
+284.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,986.51
+41.05%
|
1,408.42
-60.59%
|
3,573.83
+2,110.57%
|
161.67
-39.31%
|
266.37
-108.47%
|
-3,144.81
+411.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8,517.07
-16.77%
|
10,232.92
-2.64%
|
10,510.92
+305.32%
|
2,593.27
+30.51%
|
1,987.03
-141.42%
|
-4,797.48
+373.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6,598.19
-3.13%
|
6,811.69
-30.55%
|
9,807.39
-10,003.45%
|
-99.03
-158.77%
|
168.51
-60.14%
|
422.71
-22.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,553.72
-13.61%
|
6,428.67
+18.60%
|
5,420.30
+19.23%
|
4,545.97
+38.48%
|
3,282.69
+14.78%
|
2,859.98
-54.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,487.99
-19.19%
|
5,553.72
-13.61%
|
6,428.67
+18.60%
|
5,420.30
+19.23%
|
4,545.97
+38.48%
|
3,282.69
+14.78%
|