HMPRO
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
HMPRO
บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
6.65
0.05 (0.75%)

สรุปสั้น

การขยายสาขาในปี 2564 บริษัทฯ ขยายสาขาอย่างระมัดระวัง ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวได้ช้า โดย เปิดสาขาใหม่ในประเทศ 1 สาขาที่ บางนา กม. 1 และด้านธุรกิจต่างประเทศ เปิดสาขาในประเทศมาเลเซีย 1 สาขาที่มูเทีย ร่า ดามันซารา ซึ่ง ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีโฮมโปร 87 สาขา โฮมโปรเอส 6 สาขา เมกาโฮม 14 สาขา โฮมโปรในประเทศ มาเลเซียอีก 7 สาขา และโฮมโปรในประเทศเวียดนามที่ยังจําหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง E-Market Place เป็นหลัก กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 2,176.80 ล้านบาท หรือ 3.53% ซึ่งประกอบไปด้วย รายได้จากสัญญาที่ทํากับลูกค้า ซึ่งเป็นรายได้ที่ประกอบไปด้วยรายได้จากการขายสินค้า และรายได้ จากการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจํานวน 60,567.91 ล้านบาท ปรับตัวขึ้น 2,221.14 ล้าน บาท หรือ 3.81% รวมถึงสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง มีการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7243 out_tok=2756 at=2026-07-25T16:08:47 --> # HMPRO กำไรปี 65 โต 14% รับเศรษฐกิจฟื้น-ยอดขายพุ่ง ## รายได้รวมโต 8.55% สวนแรงกดดันต้นทุน-เงินเฟ้อ ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากกำลังซื้อฟื้น-ท่องเที่ยวคึกคัก ในปี 2565 บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO รายงานผลประกอบการเติบโตอย่างน่าพอใจ โดยมีกำไรสุทธิ 6,217.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.27% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนสินค้าและพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงภาวะเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ฝ่ายจัดการระบุว่าปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย การบริโภคในประเทศที่กลับมาคึกคัก และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ HMPRO ในปี 2565 ให้เติบโต 14.27% มาจาก **การฟื้นตัวของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 8.55%** โดยเฉพาะรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่กลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยสนับสนุน: * **การกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ:** เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีการปิดสาขาตามมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ปีนี้สามารถสร้างรายได้จากการขายสินค้าและบริการได้เต็มที่ * **การฟื้นตัวของการบริโภคและการท่องเที่ยว:** โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่เห็นการเติบโตชัดเจน สะท้อนถึงกำลังซื้อที่กลับมา * **การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย:** การจัดงานใหญ่ เช่น HomePro Expo, HomePro Living Expo, HomePro Super Expo และกิจกรรม Double Day ทั้งในสาขาและช่องทางออนไลน์ ช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างความสะดวกให้ลูกค้า * **การเติบโตของรายได้ค่าเช่า:** เพิ่มขึ้นถึง 40.67% จากการกลับมาเก็บค่าเช่าพื้นที่ได้เต็มที่ในสาขาโฮมโปรและศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ รวมถึงการรับรู้รายได้จากสาขาใหม่ นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 25.83% เป็น 26.14%** ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น และรายได้จากการบริการที่เพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนค่าขนส่งจะสูงขึ้นก็ตาม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการมองเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง และได้เร่งขยายสาขาเพื่อเพิ่มอัตราการขยายตัวของรายได้และกำไร ควบคู่ไปกับการยกระดับการนำเสนอสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การขยายช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ไปยัง Marketplace ต่างๆ และการร่วมลงทุนในแพลตฟอร์มวัสดุก่อสร้างออนไลน์ ก็เป็นกลยุทธ์ที่คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุนและเงินเฟ้อที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 14.27%** แตะ 6,217.09 ล้านบาท * **รายได้รวมปี 2565 เพิ่มขึ้น 8.55%** เป็น 69,389.43 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** จาก 25.83% เป็น 26.14% * **รายได้ค่าเช่าเติบโตโดดเด่น 40.67%** จากการกลับมาเก็บค่าเช่าเต็มที่ * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 10.31%** จากการเปิดสาขาใหม่และค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น * **เปิดสาขาใหม่ 2 สาขาโฮมโปร และ 4 สาขาเมกาโฮม** ในปี 2565 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับผลการดำเนินงานปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 69,389.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.55% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น 7.47% จากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ การบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว และการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก โดยเฉพาะในภาคใต้ นอกจากนี้ รายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้นถึง 40.67% จากการกลับมาเก็บค่าเช่าได้เต็มที่ และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 20.76% จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้า กำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าและการให้บริการรวม 17,013.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.76% และอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายปรับเพิ่มขึ้นจาก 25.83% เป็น 26.14% ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงและรายได้จากการบริการที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 10.31% เป็น 12,519.17 ล้านบาท โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายอยู่ที่ 19.23% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลจากการเปิดสาขาใหม่ ค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่งผลให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้อยู่ที่ 8,087.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.84% และเมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้แล้ว กำไรสุทธิสำหรับงวดปี 2565 อยู่ที่ 6,217.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.27% เมื่อเทียบกับปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ หนุนกำลังซื้อและการบริโภค * **ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว:** ส่งผลดีต่อธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยว * **การขยายช่องทางออนไลน์:** การเพิ่มการขายผ่าน Marketplace และแอปพลิเคชันของบริษัทฯ ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภค * **การร่วมลงทุนในแพลตฟอร์มวัสดุก่อสร้างออนไลน์:** เพิ่มโอกาสในการกระจายสินค้าและสร้างรายได้ให้กับเมกาโฮม * **การพัฒนากลุ่มสินค้าใหม่:** เช่น สินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง สินค้าประหยัดพลังงาน (Solar Panel) เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค * **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่ทั้งโฮมโปรและเมกาโฮม เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและสร้างการเติบโต ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนสินค้าและพลังงานสูงขึ้น:** จากสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน * **ภาวะเงินเฟ้อ:** กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** เพิ่มต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ * **ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกถดถอย:** อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยและกำลังซื้อ * **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** สูงและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ต้องปรับตัวให้ทันต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภค:** ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้น * **ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและสินค้า:** ต่ออัตรากำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน * **ประสิทธิภาพการขยายสาขาใหม่:** ทั้งโฮมโปรและเมกาโฮม * **การเติบโตของยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์:** และการแข่งขันในตลาด E-commerce * **ความคืบหน้าของการพัฒนากลุ่มสินค้าใหม่:** และการตอบรับของตลาด * **การบริหารจัดการ Supply Chain:** เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนสินค้า ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **รายได้และยอดขาย:** รายได้จากการขายสินค้าและบริการเติบโต 7.47% เป็นผลมาจากการกลับมาเปิดสาขาเต็มรูปแบบ การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการท่องเที่ยว รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่หลากหลาย ฝ่ายจัดการระบุว่ายอดขายในกลุ่มเมืองท่องเที่ยวเติบโตชัดเจน โดยเฉพาะภาคใต้ **จำนวนสาขาและการขยายตัว:** ในปี 2565 มีการเปิดสาขาใหม่ 2 สาขาโฮมโปร (ย้ายที่ตั้งสาขาเดิม) และ 4 สาขาเมกาโฮม ขณะเดียวกันมีการปิด 1 สาขาโฮมโปร (หมดสัญญาเช่า) และย้ายที่ตั้งอีก 1 สาขา ณ สิ้นปี 2565 มีโฮมโปร 87 สาขา, โฮมโปรเอส 5 สาขา, เมกาโฮม 18 สาขา และโฮมโปรในต่างประเทศ 7 สาขา การขยายสาขาเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว **อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 25.83% เป็น 26.14% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและส่วนผสมของสินค้า อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 18.74% เป็น 19.23% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเปิดสาขาใหม่และค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น **ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนแรงงานโดยตรง แต่กล่าวถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงต้นทุนแรงงานที่ปรับตามภาวะเศรษฐกิจ ส่วนค่าเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 15.79% จากต้นทุนค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้นจากการกลับมาดำเนินงานปกติ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล (สินทรัพย์ หนี้สิน) หรืองบกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงการออกหุ้นกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อเตรียมชำระหนี้ที่ครบกำหนด ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน ## สรุปท้าย HMPRO ในปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ถึง 14.27% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 8.55% จากการกลับมาของกำลังซื้อ การท่องเที่ยว และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ปรับตัวดีขึ้น แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและภาวะเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในช่องทางออนไลน์ และการพัฒนากลุ่มสินค้าใหม่ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตในอนาคต แต่ก็ต้องจับตาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของต้นทุนต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HMPRO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
17,742.73 ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
4,916.71 ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.71 %
กำไรสุทธิ
1,601.89 ล้านบาท
↓ 7.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.03 %
D/E Ratio
1.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
17,743
↓ -2.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,917
↓ -1.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,602
↓ -7.2% YoY
D/E Ratio
1.71

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HMPRO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
17,742.73
-2.73%
18,241.07
+0.35%
18,176.63
-1.58%
18,467.86
+6.37%
17,362.10
+8.47%
16,006.33
-5.46%
กำไรขั้นต้น
4,916.71
-1.14%
4,973.42
+0.91%
4,928.69
+4.03%
4,737.66
+2.57%
4,618.73
+12.01%
4,123.45
-13.07%
ค่าใช้จ่ายรวม
3,631.43
+3.02%
3,525.04
+0.53%
3,506.62
+0.40%
3,492.72
+8.46%
3,220.24
+10.83%
2,905.58
-49.64%
กำไรสุทธิ
1,601.89
-7.24%
1,727.02
+2.96%
1,677.44
+1.49%
1,652.74
-6.89%
1,775.05
+14.89%
1,544.99
-11.61%
กำไรต่อหุ้น
0.12
-7.52%
0.13
+3.10%
0.13
+1.57%
0.13
-7.30%
0.14
+15.13%
0.12
-11.85%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
+100.00%
-25.85
+8.27%
-28.18
-194.77%
-9.56
-785.19%
-1.08
+59.70%
ROE(%)
22.73
-8.49%
24.84
-3.98%
25.87
-1.93%
26.38
+7.76%
24.48
+1.41%
24.14
-8.42%
ROA(%)
11.60
-8.08%
12.62
-0.55%
12.69
-2.91%
13.07
+6.43%
12.28
-0.16%
12.30
-8.41%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.71
+6.87%
1.60
-5.88%
1.70
+0.59%
1.69
+8.33%
1.56
-2.50%
1.60
-1.23%
P/E
14.06
-26.58%
19.15
-20.14%
23.98
-25.44%
32.16
-12.13%
36.60
+8.83%
33.63
-2.27%
P/BV
3.52
-28.60%
4.93
-23.45%
6.44
-28.60%
9.02
-0.44%
9.06
+0.67%
9.00
-16.67%
BV
1.89
-1.05%
1.91
+4.95%
1.82
+5.81%
1.72
+7.50%
1.60
+5.26%
1.52
+2.70%
YIELD(%)
6.56
+53.99%
4.26
+31.08%
3.25
+57.77%
2.06
-0.48%
2.07
-25.27%
2.77
+26.48%
ราคาหุ้น
6.65
-29.26%
9.40
-19.66%
11.70
-24.52%
15.50
+6.90%
14.50
+5.07%
13.80
-13.75%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
27.71
+1.65%
27.26
+0.52%
27.12
+5.73%
25.65
-3.57%
26.60
+3.26%
25.76
-8.07%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
20.47
+5.95%
19.32
+0.16%
19.29
+2.01%
18.91
+1.94%
18.55
+2.20%
18.15
-46.74%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
9.03
-4.65%
9.47
+2.60%
9.23
+3.13%
8.95
-12.43%
10.22
+5.91%
9.65
-6.49%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.71
ROE (%)
22.73
ROA (%)
11.60
Book Value/หุ้น
2.01

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HMPRO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
22,207.57
-1.95%
22,649.58
-0.04%
22,658.95
+5.73%
21,429.97
+13.26%
18,920.21
+19.53%
15,828.32
+0.88%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
48,440.91
+3.03%
47,015.29
+1.35%
46,388.94
+6.02%
43,754.77
+10.31%
39,666.14
-1.48%
40,262.45
+10.74%
รวมสินทรัพย์
70,648.48
+1.41%
69,664.87
+0.89%
69,047.89
+5.93%
65,184.74
+11.26%
58,586.35
+4.45%
56,090.77
+7.77%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
30,283.81
+16.70%
25,949.09
+10.05%
23,579.26
-3.70%
24,485.03
+19.38%
20,510.68
-0.48%
20,610.00
-7.53%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
14,267.44
-15.64%
16,913.34
-15.05%
19,909.84
+21.00%
16,453.83
+8.35%
15,185.23
+9.12%
13,915.53
+61.40%
รวมหนี้สิน
44,551.25
+3.94%
42,862.43
-1.44%
43,489.10
+6.23%
40,938.86
+14.69%
35,695.91
+3.39%
34,525.53
+11.69%
รวมส่วนของเจ้าของ
26,097.22
-2.63%
26,802.44
+4.87%
25,558.79
+5.41%
24,245.88
+5.92%
22,890.43
+6.15%
21,565.24
+2.02%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
22.73
24.84
25.87
26.38
24.48
24.14
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
11.60
12.62
12.69
13.07
12.28
12.30
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.73
0.87
0.96
0.88
0.92
0.77
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.23
0.29
0.36
0.31
0.30
0.25
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
11.74
10.78
0.00
0.00
10.17
11.22
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
111.72
104.22
0.00
0.00
91.85
85.83
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
114.25
110.79
0.00
0.00
108.31
112.10
วงจรเงินสด
9.21
4.21
0.00
0.00
-6.28
-15.04
D/E
1.71
1.60
1.70
1.69
1.56
1.60
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,905
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,987
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HMPRO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-3,905.09
-18.91%
-4,815.74
+12.51%
-4,280.46
+50.60%
-2,842.19
+38.53%
-2,051.70
-124.53%
8,362.88
+284.97%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
1,986.51
+41.05%
1,408.42
-60.59%
3,573.83
+2,110.57%
161.67
-39.31%
266.37
-108.47%
-3,144.81
+411.77%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
8,517.07
-16.77%
10,232.92
-2.64%
10,510.92
+305.32%
2,593.27
+30.51%
1,987.03
-141.42%
-4,797.48
+373.20%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
6,598.19
-3.13%
6,811.69
-30.55%
9,807.39
-10,003.45%
-99.03
-158.77%
168.51
-60.14%
422.71
-22.45%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
5,553.72
-13.61%
6,428.67
+18.60%
5,420.30
+19.23%
4,545.97
+38.48%
3,282.69
+14.78%
2,859.98
-54.15%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
4,487.99
-19.19%
5,553.72
-13.61%
6,428.67
+18.60%
5,420.30
+19.23%
4,545.97
+38.48%
3,282.69
+14.78%