บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
6.65
0.05 (0.75%)
สรุปสั้น
การขยายสาขาในปี 2564 บริษัทฯ ขยายสาขาอย่างระมัดระวัง ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวได้ช้า โดย เปิดสาขาใหม่ในประเทศ 1 สาขาที่ บางนา กม. 1 และด้านธุรกิจต่างประเทศ เปิดสาขาในประเทศมาเลเซีย 1 สาขาที่มูเทีย ร่า ดามันซารา ซึ่ง ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีโฮมโปร 87 สาขา โฮมโปรเอส 6 สาขา เมกาโฮม 14 สาขา โฮมโปรในประเทศ มาเลเซียอีก 7 สาขา และโฮมโปรในประเทศเวียดนามที่ยังจําหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง E-Market Place เป็นหลัก
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 2,176.80 ล้านบาท หรือ 3.53% ซึ่งประกอบไปด้วย รายได้จากสัญญาที่ทํากับลูกค้า ซึ่งเป็นรายได้ที่ประกอบไปด้วยรายได้จากการขายสินค้า และรายได้ จากการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจํานวน 60,567.91 ล้านบาท ปรับตัวขึ้น 2,221.14 ล้าน บาท หรือ 3.81%
รวมถึงสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง มีการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7984 out_tok=2021 at=2026-07-25T17:36:24 -->
# HMPRO กำไร Q3/65 พุ่ง 76% รับเศรษฐกิจฟื้น-ยอดขายโต
## รายได้รวมโต 23% อานิสงส์ท่องเที่ยว-จับจ่ายใช้สอยคึกคัก แม้เจอพิษน้ำท่วม
บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,533.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 76.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย การกลับมาของนักท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่งผลให้รายได้รวมปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ HMPRO ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวมที่เติบโต 22.97%** โดยเฉพาะรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น 20.70% และการเติบโตของกำไรขั้นต้นที่ 28.37% ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 76.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรก **การกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบทุกสาขา** หลังปีก่อนมีการปิดบางสาขาตามมาตรการล็อกดาวน์ ประกอบกับการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก แม้จะมีปัจจัยลบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมในบางพื้นที่ แต่บริษัทฯ ได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เช่น Homepro Super Expo และ Homepro Electric Expo เพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะในกลุ่มเมืองท่องเที่ยวที่เติบโตชัดเจน
นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขาย (GPM) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 25.20% เป็น 26.80%** ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ (Home Service) แม้ต้นทุนค่าขนส่งจะสูงขึ้นจากราคาน้ำมันก็ตาม
รายได้ค่าเช่าก็เติบโตโดดเด่นถึง 103.01% จากการกลับมาเก็บค่าเช่าพื้นที่ได้เต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว และการรับรู้รายได้จากสาขาใหม่ที่เปิดปลายปีก่อน รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และกำลังซื้อของผู้บริโภค เป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงานยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและสต็อกสินค้า รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโมเมนตัมการเติบโต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 76.16% YoY** อยู่ที่ 1,533.33 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/65 เติบโต 22.97% YoY** แตะ 16,941.50 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการ Q3/65 เพิ่มขึ้น 20.70% YoY** เป็น 15,896.57 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/65 ขยายตัวเป็น 26.80%** จาก 25.20% ในปีก่อน
* **รวมการบริหารงานเมกาโฮมเข้ากับโฮมโปร** ตั้งแต่ 1 ก.ค. 65 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
* **เปิดสาขาโฮมโปร 1 สาขา (ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ย้ายที่) และเมกาโฮม 2 สาขา (พัทยา, ฉะเชิงเทรา)** ณ สิ้น Q3/65 มีโฮมโปร 86 สาขา, เมกาโฮม 16 สาขา และโฮมโปรมาเลเซีย 7 สาขา
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 4,564.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 50,921.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.36% ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศและภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการเปิดให้บริการเต็มทุกสาขา และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 25.37% เป็น 26.16%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** ส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค
* **การรวมธุรกิจเมกาโฮม:** เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การควบคุมต้นทุน และสร้างโอกาสทางธุรกิจ
* **การขยายสาขา:** ทั้งโฮมโปรและเมกาโฮมในทำเลที่มีศักยภาพ
* **การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย:** กระตุ้นยอดขายและสร้างความถี่ในการซื้อของลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อและราคาพลังงาน:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนการดำเนินงาน
* **สถานการณ์น้ำท่วม:** อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของลูกค้าและการเข้าใช้บริการที่สาขา
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่นที่รุนแรง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อของผู้บริโภคท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* ผลของการรวมธุรกิจเมกาโฮมต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและต้นทุน
* แผนการขยายสาขาและการปรับปรุงสาขาเดิม
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่งและค่าสาธารณูปโภค
* ผลกระทบจากสภาพอากาศที่อาจส่งผลต่อยอดขายในบางพื้นที่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSSG):** มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากใน Q3/65 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากฐานยอดขายที่ต่ำในปีก่อนจากการล็อกดาวน์ และแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอย
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้น Q3/65 มีโฮมโปร 86 สาขา, โฮมโปรเอส 6 สาขา, เมกาโฮม 16 สาขา และโฮมโปรในมาเลเซีย 7 สาขา มีการเปิดสาขาใหม่และย้ายสาขาเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวสูงขึ้นจาก 25.20% เป็น 26.80% ใน Q3/65 ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการส่วนผสมสินค้าและรายได้บริการ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 20.77% YoY ใน Q3/65 โดยอัตราส่วนต่อยอดขายใกล้เคียงปีก่อนที่ 19.69% ซึ่งเป็นผลจากการเปิดสาขาใหม่ ค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงการออกหุ้นกู้เพื่อชำระหนี้ที่ครบกำหนด และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงินเล็กน้อย
## สรุปท้าย
HMPRO โชว์ผลประกอบการ Q3/65 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 76.16% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่หนุนรายได้รวมให้เติบโต 22.97% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและส่วนผสมสินค้าที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น แม้จะเผชิญความท้าทายจากน้ำท่วมและเงินเฟ้อ แต่การรวมธุรกิจเมกาโฮมและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกที่น่าจะช่วยรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HMPRO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
17,742.73
ล้านบาท
↓ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
4,916.71
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.71
%
กำไรสุทธิ
1,601.89
ล้านบาท
↓ 7.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.03
%
D/E Ratio
1.71
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
17,743
↓ -2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,917
↓ -1.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,602
↓ -7.2%
YoY
D/E Ratio
1.71
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HMPRO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.71
ROE (%)
22.73
ROA (%)
11.60
Book Value/หุ้น
2.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HMPRO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,905
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,987
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HMPRO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,905.09
-18.91%
|
-4,815.74
+12.51%
|
-4,280.46
+50.60%
|
-2,842.19
+38.53%
|
-2,051.70
-124.53%
|
8,362.88
+284.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,986.51
+41.05%
|
1,408.42
-60.59%
|
3,573.83
+2,110.57%
|
161.67
-39.31%
|
266.37
-108.47%
|
-3,144.81
+411.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8,517.07
-16.77%
|
10,232.92
-2.64%
|
10,510.92
+305.32%
|
2,593.27
+30.51%
|
1,987.03
-141.42%
|
-4,797.48
+373.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6,598.19
-3.13%
|
6,811.69
-30.55%
|
9,807.39
-10,003.45%
|
-99.03
-158.77%
|
168.51
-60.14%
|
422.71
-22.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,553.72
-13.61%
|
6,428.67
+18.60%
|
5,420.30
+19.23%
|
4,545.97
+38.48%
|
3,282.69
+14.78%
|
2,859.98
-54.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,487.99
-19.19%
|
5,553.72
-13.61%
|
6,428.67
+18.60%
|
5,420.30
+19.23%
|
4,545.97
+38.48%
|
3,282.69
+14.78%
|