บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.91
0.02 (2.15%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7179 out_tok=3124 at=2026-07-25T17:35:52 -->
# HENG กำไร 9 เดือนโต 14.2% รับพอร์ตสินเชื่อขยายตัว แต่ต้นทุนสำรองพุ่งกดดัน Q3
## รายได้รวม HENG Q3/2565 พุ่ง 31.8% แต่กำไรสุทธิลดลง 13.8% เหตุสำรองหนี้เสียพุ่งสูง
บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ HENG รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 253.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 27.0% แต่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2565 กลับมีกำไรสุทธิลดลง 13.8% เนื่องจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ HENG ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 คือ **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14.2% อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3/2565 แม้รายได้รวมจะเติบโตโดดเด่นถึง 31.8% แต่ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL)** เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ลดลงถึง 13.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** ฝ่ายจัดการระบุว่าจำนวนสาขาเพิ่มขึ้น 20.6% และพอร์ตสินเชื่อรวม ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 11,271.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.8% จากสิ้นปี 2564 การขยายสาขาและฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อและสัญญาเงินให้กู้ยืม รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโตถึง 104.2% ในงวด 9 เดือน
**การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL):** ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ECL เพิ่มขึ้น 63.7% เป็น 264.4 ล้านบาท และในไตรมาส 3/2565 เพิ่มขึ้นถึง 408.1% เป็น 90.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ลดลง แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุที่ชัดเจนของการเพิ่มขึ้นของ ECL แต่โดยทั่วไปอาจเกี่ยวข้องกับการประเมินความเสี่ยงของลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น หรือการปรับปรุงประมาณการหนี้เสียในอนาคต
**ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้น 26.4% ในงวด 9 เดือน และ 30.9% ในไตรมาส 3 โดยมีค่าใช้จ่ายหลักจากเงินเดือนพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาและบุคลากร รวมถึงขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 37.1% ในงวด 9 เดือน และ 64.9% ในไตรมาส 3
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและรายได้มีโอกาสต่อเนื่อง:** การขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (20.6% ณ สิ้น Q3/65) และการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ (22.8% ณ สิ้น Q3/65) บ่งชี้ว่าบริษัทมีแผนการขยายธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมในระยะต่อไป
**การเพิ่มขึ้นของ ECL เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด:** แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุแนวโน้มที่ชัดเจน แต่การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของ ECL ในไตรมาส 3 เป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่ง หากสถานการณ์เศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอน หรือคุณภาพสินทรัพย์ของลูกหนี้มีแนวโน้มแย่ลง อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไปได้ ฝ่ายจัดการควรให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้ ECL เพิ่มขึ้น เพื่อให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 14.2%** อยู่ที่ 253.5 ล้านบาท จาก 222.0 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 27.0%** แตะ 1,513.3 ล้านบาท โดยมีรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเงินให้กู้ยืมเติบโตโดดเด่น 46.3%
* **รายได้รวมไตรมาส 3/2565 พุ่ง 31.8%** อยู่ที่ 561.7 ล้านบาท จาก 426.1 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิไตรมาส 3/2565 ลดลง 13.8%** อยู่ที่ 97.4 ล้านบาท จาก 113.0 ล้านบาทในปีก่อน
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ในไตรมาส 3/2565 พุ่ง 408.1% เป็น 90.0 ล้านบาท และในงวด 9 เดือนเพิ่มขึ้น 63.7% เป็น 264.4 ล้านบาท
* **พอร์ตสินเชื่อรวม ณ สิ้น Q3/2565 ขยายตัว 22.8%** อยู่ที่ 11,271.9 ล้านบาท
* **จำนวนสาขาเพิ่มขึ้น 20.6%** เป็น 638 สาขา ณ สิ้น Q3/2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 97.4 ล้านบาท ลดลง 15.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13.8 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายสินทรัพย์
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 253.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 14.2 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 27.0% โดยมีรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเงินให้กู้ยืมเติบโต 46.3% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเติบโต 104.2%
## โอกาส
* **การขยายเครือข่ายสาขา:** การเพิ่มจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่อง (จาก 529 สาขา ณ สิ้นปี 2564 เป็น 638 สาขา ณ สิ้น Q3/2565) เป็นโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่และเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** การเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อ 22.8% แสดงถึงความต้องการผลิตภัณฑ์สินเชื่อของบริษัทฯ ที่ยังคงมีอยู่
* **การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด (104.2% ใน 9 เดือน) เป็นสัญญาณที่ดีของการสร้างรายได้ที่หลากหลายนอกเหนือจากดอกเบี้ย
* **การให้ความรู้ทางการเงิน:** โครงการส่งเสริมความรู้ทางการเงินและรายการ "เฮงรวยปัง" เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
## ความเสี่ยง
* **คุณภาพสินทรัพย์และผลขาดทุนด้านเครดิต:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ในไตรมาส 3/2565 เป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในอนาคต
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 9.5% ในงวด 9 เดือน และ 19.7% ในไตรมาส 3 ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ:** ธุรกิจสินเชื่อมีการแข่งขันสูง ทั้งจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบการรายอื่น ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ย
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค:** สภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า และเพิ่มความเสี่ยงด้านเครดิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL):** จะยังคงอยู่ในระดับสูง หรือสามารถบริหารจัดการให้ลดลงได้ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่ ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** จะยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตที่สูงนี้ไว้ได้หรือไม่
* **แผนการขยายสาขาและบุคลากร:** การลงทุนในการขยายสาขาและบุคลากรจะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรในระยะยาวอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** รายได้ดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้น 27.0% ในงวด 9 เดือน โดยรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเงินให้กู้ยืมเติบโตสูงถึง 46.3% สะท้อนการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูล NIM โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของ ECL อาจส่งผลกระทบต่อ Net Interest Income (NII) ในอนาคต
* **NPL/Coverage:** อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อรวม ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 อยู่ที่ 3.1% เพิ่มขึ้นจาก 1.9% ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งบ่งชี้ถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่อาจมีแนวโน้มแย่ลง
* **Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 104.2% ในงวด 9 เดือน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากดอกเบี้ย
* **CAR/Basel:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ CAR หรือการปฏิบัติตามข้อกำหนด Basel
* **Credit Cost:** Credit Cost ในงวด 9 เดือนอยู่ที่ 3.1% (คำนวณจาก ECL 264.4 ล้านบาท / พอร์ตสินเชื่อเฉลี่ยประมาณ 8,500 ล้านบาท) ซึ่งสูงกว่า 1.9% ในปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 11,376.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของยอดลูกหนี้สินเชื่อ หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,345.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.9% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 5,030.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสำหรับงวด อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.3 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.0 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
HENG แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายสาขาและพอร์ตสินเชื่อที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างน่าพอใจในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3/2565 เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิของบริษัทฯ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์และมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตของบริษัทฯ ในระยะต่อไป ควบคู่ไปกับการติดตามการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่สำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HENG ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
473.30
ล้านบาท
↓ 27.5% YoY
กำไรขั้นต้น
455.39
ล้านบาท
↓ 28.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
96.22
%
กำไรสุทธิ
-37.12
ล้านบาท
↓ 162.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-7.84
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
473
↓ -27.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
455
↓ -28.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↓ -162.4%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HENG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
0.66
ROA (%)
3.39
Book Value/หุ้น
1.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HENG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,800
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-26
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HENG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,800.10
-25,206.00%
|
7.17
-99.49%
|
1,410.35
+73.94%
|
810.84
-293.97%
|
-418.02
-221.01%
|
345.44
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-26.04
-120.95%
|
124.32
+91.59%
|
64.89
+78.96%
|
36.26
+330.64%
|
8.42
-124.85%
|
-33.89
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,578.93
+15,913.49%
|
9.86
-100.76%
|
-1,293.90
-6,651.39%
|
19.75
-97.83%
|
909.73
-394.96%
|
-308.43
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-247.20
-274.90%
|
141.34
-22.06%
|
181.35
-79.08%
|
866.84
+73.32%
|
500.14
+15,930.13%
|
3.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
83.92
-82.52%
|
480.15
+199.53%
|
160.30
-68.64%
|
511.11
+1,322.12%
|
35.94
-21.78%
|
45.95
-66.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
104.52
+24.55%
|
83.92
-82.52%
|
480.15
+199.53%
|
160.30
-68.64%
|
511.11
+941.59%
|
49.07
+6.78%
|