บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.91
0.02 (2.15%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5906 out_tok=2299 at=2026-07-25T16:54:31 -->
# HENG กำไร Q1/2566 พุ่ง 51.7% รับพอร์ตสินเชื่อโต-บริหารต้นทุนดีขึ้น
## รายได้รวมโต 38.9% หนุนกำไรสุทธิ 101 ล้านบาท ขณะที่การตั้งสำรองลดลงช่วยเสริม
บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ HENG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 101.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้รวมและการบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ดีขึ้น แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ HENG ในไตรมาส 1 ปี 2566 ให้เติบโตถึง 51.7% มาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวม ประกอบกับการบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) ที่ลดลง**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้รวมเติบโต 38.9%:** ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อ 18.5% และรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเงินให้กู้ยืมที่พุ่งสูงถึง 55.6% สะท้อนถึงการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 6.5% เป็น 12,801.5 ล้านบาท และการขยายจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น 22.4% เป็น 830 สาขา นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการยังเติบโตถึง 77.4% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขยายฐานลูกค้าและบริการที่หลากหลายขึ้น
2. **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 21.7%:** แม้ว่าอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อลูกหนี้รวมจะปรับเพิ่มขึ้นจาก 1.9% เป็น 2.4% แต่ตัวเลขผลขาดทุนที่บันทึกในงบกำไรขาดทุนกลับลดลง 20.9 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่าการตั้งสำรองในปีนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมอาจมีการปรับปรุงเมื่อเทียบกับปีก่อน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายสาขาและพอร์ตสินเชื่อที่ยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยมีแนวโน้มเติบโตตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และการตั้งสำรองที่เหมาะสมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตราการเติบโตของกำไรในระยะยาว การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงิน 92.8% และขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (407.0%) เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นปัจจัยกดดันกำไรในอนาคตหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 เติบโต 51.7% YoY** แตะ 101.0 ล้านบาท
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 38.9% YoY** เป็น 640.5 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม
* **พอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 6.5%** ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 12,801.5 ล้านบาท
* **จำนวนสาขาขยายตัว 22.4%** ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 มี 830 สาขา
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 21.7% YoY** แต่ NPL Coverage Ratio อาจต้องติดตาม
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 92.8% YoY** และขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 407.0% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 101.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 34.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 51.7 รายได้รวมสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 จำนวน 640.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 179.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 38.9 โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อและสัญญาเงินให้กู้ยืม รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การขยายเครือข่ายสาขา:** การเพิ่มจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่องเป็นการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินในพื้นที่ต่างๆ
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** การเพิ่มขึ้นของยอดลูกหนี้สินเชื่อสะท้อนถึงความต้องการสินเชื่อในตลาดและการขยายธุรกิจของบริษัท
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม:** การเติบโตของรายได้ส่วนนี้บ่งชี้ถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายขึ้น ซึ่งสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและมีอัตรากำไรสูง
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 92.8% อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิ หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายสินทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 407.0% บ่งชี้ถึงความเสี่ยงในการบริหารจัดการสินทรัพย์ หรืออาจมีสินทรัพย์ที่ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น
* **อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อลูกหนี้รวมที่เพิ่มขึ้น:** การปรับตัวขึ้นจาก 1.9% เป็น 2.4% อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ต้องเฝ้าระวัง
* **อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นจาก 1.3 เท่า เป็น 1.5 เท่า บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สิน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและจำนวนสาขาในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและผลกระทบต่ออัตรากำไร
* การควบคุมคุณภาพสินทรัพย์และระดับการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ
* ผลกระทบจากการขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายสินทรัพย์ต่อผลประกอบการ
* การบริหารจัดการหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 HENG แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในด้านรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจการเงิน โดยรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้นถึง 55.6% และรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 18.5% สอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม 6.5% และการเพิ่มจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ 77.4% ยังเป็นสัญญาณที่ดีของการสร้างรายได้ที่หลากหลายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือ ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 92.8% ซึ่งอาจกดดัน Net Interest Margin (NIM) หากต้นทุนทางการเงินสูงกว่ารายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายสินทรัพย์ที่พุ่งสูงถึง 407.0% เป็นสัญญาณที่น่ากังวลและต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาวหรือไม่ แม้ว่าผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจะลดลง 21.7% แต่การที่อัตราส่วน NPL Coverage Ratio เพิ่มขึ้นก็เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 13,107.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของยอดลูกหนี้สินเชื่อ หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,761.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืม ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 1.3 เท่า เป็น 1.5 เท่า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.9% เป็น 5,345.3 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
HENG ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้อย่างน่าประทับใจถึง 51.7% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายทางการเงินและขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สิน เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาการเติบโตและสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ HENG ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
473.30
ล้านบาท
↓ 27.5% YoY
กำไรขั้นต้น
455.39
ล้านบาท
↓ 28.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
96.22
%
กำไรสุทธิ
-37.12
ล้านบาท
↓ 162.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-7.84
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
473
↓ -27.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
455
↓ -28.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↓ -162.4%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — HENG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
0.66
ROA (%)
3.39
Book Value/หุ้น
1.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — HENG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,800
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-26
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — HENG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,800.10
-25,206.00%
|
7.17
-99.49%
|
1,410.35
+73.94%
|
810.84
-293.97%
|
-418.02
-221.01%
|
345.44
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-26.04
-120.95%
|
124.32
+91.59%
|
64.89
+78.96%
|
36.26
+330.64%
|
8.42
-124.85%
|
-33.89
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,578.93
+15,913.49%
|
9.86
-100.76%
|
-1,293.90
-6,651.39%
|
19.75
-97.83%
|
909.73
-394.96%
|
-308.43
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-247.20
-274.90%
|
141.34
-22.06%
|
181.35
-79.08%
|
866.84
+73.32%
|
500.14
+15,930.13%
|
3.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
83.92
-82.52%
|
480.15
+199.53%
|
160.30
-68.64%
|
511.11
+1,322.12%
|
35.94
-21.78%
|
45.95
-66.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
104.52
+24.55%
|
83.92
-82.52%
|
480.15
+199.53%
|
160.30
-68.64%
|
511.11
+941.59%
|
49.07
+6.78%
|