บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.70
0.01 (1.41%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 302.66 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้การ ดำเนินงานผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า RH และ AVA เต็มงวดในปี 2563 ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการตำเนินการดังกล่าวจากเฉพาะโรงไฟฟ้า ETC
โดยบริษัทฯ รับโอนสินทรัพย์ดังกล่าวจากผู้รับเหมาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ทำให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ตันทุนทางการเงินที่ เกิดขึ้นสำหรับแต่ละโครงการในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ ในขณะที่ในปี 2562 บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ โรงไฟฟ้า RH และ AVA ซึ่งบริษัทฯ ได้บันทึกต้นทุนทางการเงินที่เกิดขึ้นในงวดดังกล่าวเป็นต้นทุนค่าก่อสร้างในงบ แสดงฐานะทางการเงิน และมีต้นทุนทางการเงินส่วนใหญ่เป็นต้นทุนทางการเงินของโครงการโรงไฟฟ้า ETC ในงบกำไร
ขาดทุนเบ็ตเสร็จ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5186 out_tok=2958 at=2026-07-25T14:08:15 -->
# ETC กำไรสุทธิปี 65 หาย 30% ต้นทุนพุ่ง-ยกเลิกสัญญาเช่าฉุด
## ต้นทุนผลิต-ค่าใช้จ่ายพิเศษกดดันกำไร ETC ปี 65 วูบ 30% แม้รายได้โตเล็กน้อย
บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 136 ล้านบาท ลดลง 57 ล้านบาท หรือ 29.44% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 193 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 26% เหลือ 17% แม้รายได้รวมจะเติบโต 4.47% ก็ตาม ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และรายการยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ ETC ในปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับรายการค่าใช้จ่ายพิเศษจากการยกเลิกสัญญาเช่าที่ดิน** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิโดยรวม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ต้นทุนผลิตและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากการปรับราคาของวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอะไหล่เครื่องจักรอุปกรณ์ เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) โดย GPM ในปี 2565 อยู่ที่ 36.67% ลดลงจาก 46.47% ในปีก่อน คิดเป็นการลดลงถึง 9.80% หรือประมาณ 68.59 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 19.61% ในขณะที่รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นเพียง 1.10%
2. **รายการยกเลิกสัญญาเช่าที่ดิน:** มีการบันทึกค่าใช้จ่ายจากการยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินจำนวน 31 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ต้องบอกเลิกสัญญาเช่าเดิมกับนิคมอุตสาหกรรมก่อน เพื่อให้บริษัทย่อยสามารถเข้าทำสัญญาเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวต่อได้ ซึ่งรายการนี้ถือเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษ (Non-recurring item) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ
3. **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารรวมเพิ่มขึ้น 14.46% หรือ 14.40 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจัดอันดับเครดิตเรทติ้งและค่าใช้จ่ายในการเตรียมการออกหุ้นกู้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยหลักที่กดดันกำไรในปี 2565 มีลักษณะเป็นครั้งคราวเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรายการยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินจำนวน 31 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษเพื่อปรับโครงสร้างการเช่าที่ดินให้รองรับโครงการใหม่ของบริษัทย่อย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น อาจมีความผันผวนและต้องติดตามแนวโน้มราคาในอนาคต แต่การที่บริษัทฯ มีการชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง 8.48% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้บางส่วน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 136 ล้านบาท ลดลง 29.44% YoY** จาก 193 ล้านบาทในปี 2564
* **อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 17.40%** จาก 25.77% ในปีก่อน
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 4.47% YoY** อยู่ที่ 782.62 ล้านบาท จาก 749.16 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 19.61% YoY** เป็น 467.52 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 20.21% YoY
* **มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการยกเลิกสัญญาเช่าที่ดิน 31 ล้านบาท** เพื่อปรับโครงสร้างการเช่าให้บริษัทย่อย
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 8.48% YoY** จากการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 782.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.47 ล้านบาท หรือ 4.47% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 738.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.06 ล้านบาท หรือ 1.10% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 76.65 ล้านบาท หรือ 19.61% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 68.59 ล้านบาท หรือ 20.21% มาอยู่ที่ 270.74 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 25.41 ล้านบาท หรือ 134.13% มาอยู่ที่ 44.36 ล้านบาท แต่กำไรก่อนค่าใช้จ่ายรวมลดลง 43.18 ล้านบาท หรือ 12.05% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารเพิ่มขึ้น 14.40 ล้านบาท หรือ 14.46% เป็น 113.97 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 57.58 ล้านบาท หรือ 22.26% มาอยู่ที่ 201.13 ล้านบาท แม้ต้นทุนทางการเงินจะลดลง 5.82 ล้านบาท หรือ 8.48% แต่กำไรก่อนภาษีเงินได้ก็ยังคงลดลง 51.76 ล้านบาท หรือ 27.23% มาอยู่ที่ 138.35 ล้านบาท และเมื่อหักภาษีเงินได้ (ซึ่งกลับเป็นบวกจากปีก่อน) ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดปี 2565 อยู่ที่ 136.21 ล้านบาท ลดลง 56.82 ล้านบาท หรือ 29.44% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การผลิตและขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น:** บริษัทและบริษัทย่อยสามารถผลิตและขายหน่วยไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1.17% ในปี 2565 ซึ่งแสดงถึงการดำเนินงานที่ยังคงสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
* **การปรับโครงสร้างเพื่อรองรับโครงการใหม่:** การยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินเดิมและให้บริษัทย่อยเข้าเช่าต่อ เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อยื่นเสนอโครงการโรงไฟฟ้าโครงการใหม่ ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต
* **การออกหุ้นกู้:** การออกหุ้นกู้จำนวน 500 ล้านบาท และการกู้ยืมระยะสั้น 203 ล้านบาท เพื่อใช้ในการชำระค่าที่ดินสำหรับการเสนอโครงการใหม่ แสดงถึงการเตรียมเงินทุนเพื่อการลงทุนและขยายธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองผันผวน:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอะไหล่เครื่องจักรอุปกรณ์ปรับตัวสูงขึ้น เป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ หรือหากต้นทุนยังคงอยู่ในระดับสูง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหาร ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเตรียมการออกหุ้นกู้ อาจเป็นภาระต้นทุนที่ต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
* **การพึ่งพิงต้นทุนการผลิต:** ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีความอ่อนไหวต่อต้นทุนเชื้อเพลิงและวัสดุที่ใช้ในการผลิต หากราคาผันผวนอย่างรุนแรง อาจกระทบต่อผลกำไรได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลือง:** ติดตามทิศทางราคาของวัตถุดิบและวัสดุที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หรือมีแนวโน้มลดลง
* **ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าใหม่:** การเตรียมการเพื่อยื่นเสนอโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ของบริษัทย่อย จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** จับตาการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรให้มีประสิทธิภาพ
* **การชำระคืนหนี้สิน:** การที่บริษัทฯ มีการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงินจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง ซึ่งเป็นผลดี แต่ต้องติดตามการบริหารจัดการหนี้สินในภาพรวม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า:** ในปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยทั้ง 3 แห่ง สามารถผลิตและขายหน่วยไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1.17% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างคงที่ แสดงถึงการดำเนินงานที่สม่ำเสมอของโรงไฟฟ้าที่มีอยู่
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 36.67% ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 46.47% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับราคาขึ้นของวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอะไหล่อุปกรณ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจโรงไฟฟ้า
**ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินลดลง 8.48% เนื่องจากโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งได้มีการชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเป็นจำนวนมาก ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงตามเงินต้นที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นได้
**การลงทุนและโครงสร้างหนี้:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 14.66% เป็น 4,551 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นกู้ 500 ล้านบาท และการกู้ยืมระยะสั้น 203 ล้านบาท เพื่อใช้ในการชำระค่าที่ดินสำหรับการเสนอโครงการใหม่ ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 36.89% เป็น 1,652 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้และการกู้ยืมระยะสั้นดังกล่าว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,551.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 581.93 ล้านบาท หรือ 14.66% จากปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นนี้มาจากการออกหุ้นกู้ 500 ล้านบาท และการกู้ยืมระยะสั้น 203 ล้านบาท เพื่อใช้ในการชำระค่าที่ดินสำหรับโครงการใหม่ หักลบด้วยการตัดจ่ายการยกเลิกสัญญาเช่าที่ดิน 31 ล้านบาท และการตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,652.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 445.29 ล้านบาท หรือ 36.89% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้ 500 ล้านบาท และการกู้ยืมระยะสั้น 203 ล้านบาท เพื่อใช้ในการชำระค่าที่ดิน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการจ่ายชำระหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินไปแล้ว 275 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,899.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.64 ล้านบาท หรือ 4.95% จากปีก่อน ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากผลกำไรจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ ETC เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนัก โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากการปรับราคาวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลือง ประกอบกับรายการค่าใช้จ่ายพิเศษจากการยกเลิกสัญญาเช่าที่ดิน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 30% แม้รายได้รวมจะยังเติบโตได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการเตรียมเงินทุนเพื่อการลงทุนในโครงการใหม่ และสามารถลดต้นทุนทางการเงินลงได้จากการชำระคืนหนี้สิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าการบริหารจัดการต้นทุนและทิศทางโครงการใหม่จะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาเติบโตได้ในอนาคตหรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ETC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
192.69
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
62.51
ล้านบาท
↓ 9.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.44
%
กำไรสุทธิ
29.34
ล้านบาท
↑ 129.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.22
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
193
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
63
↓ -9.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↑ + 129.7%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ETC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
15.20
ROA (%)
14.28
Book Value/หุ้น
1.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ETC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-202
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+377
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ETC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-201.78
+46.92%
|
-137.34
-45.98%
|
-254.26
-28.28%
|
-354.54
+38.86%
|
-255.32
-169.95%
|
364.99
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
376.91
-213.93%
|
-330.84
-379.66%
|
118.30
-72.01%
|
422.68
+162.70%
|
160.90
-199.25%
|
-162.11
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
155.73
-72.90%
|
574.71
-207.23%
|
-535.96
-162.45%
|
858.21
+459.75%
|
153.32
-86.33%
|
1,121.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
330.86
+218.20%
|
103.98
-115.45%
|
-672.86
-172.64%
|
926.35
+1,472.75%
|
58.90
-95.55%
|
1,324.50
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,144.76
+38.18%
|
1,552.12
+25.62%
|
1,235.58
+5.80%
|
1,167.87
-14.02%
|
1,358.25
+3,924.44%
|
33.75
-72.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,102.14
-48.61%
|
2,144.76
+38.18%
|
1,552.12
+25.62%
|
1,235.58
+5.80%
|
1,167.87
-14.02%
|
1,358.25
+3,924.32%
|