บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.70
0.01 (1.41%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 302.66 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้การ ดำเนินงานผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า RH และ AVA เต็มงวดในปี 2563 ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการตำเนินการดังกล่าวจากเฉพาะโรงไฟฟ้า ETC
โดยบริษัทฯ รับโอนสินทรัพย์ดังกล่าวจากผู้รับเหมาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ทำให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ตันทุนทางการเงินที่ เกิดขึ้นสำหรับแต่ละโครงการในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ ในขณะที่ในปี 2562 บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ โรงไฟฟ้า RH และ AVA ซึ่งบริษัทฯ ได้บันทึกต้นทุนทางการเงินที่เกิดขึ้นในงวดดังกล่าวเป็นต้นทุนค่าก่อสร้างในงบ แสดงฐานะทางการเงิน และมีต้นทุนทางการเงินส่วนใหญ่เป็นต้นทุนทางการเงินของโครงการโรงไฟฟ้า ETC ในงบกำไร
ขาดทุนเบ็ตเสร็จ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9730 out_tok=3026 at=2026-07-25T15:16:51 -->
# ไทยวา (TWPC) กำไรสุทธิ Q4/2564 พุ่ง 742% รับยอดขายแป้งมันฯ โต-ต้นทุนบริหารจัดการดี
## รายได้-กำไรโตแรงใน Q4/2564 จากยอดขายแป้งมันสำปะหลังและ HVA ที่ฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72 ล้านบาท หรือ 800% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น ประกอบกับมีกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่ทั้งปี 2564 กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 744% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจแป้งมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเติบโตของสัดส่วนธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) และอาหาร ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TWPC ในไตรมาส 4 ปี 2564 และทั้งปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native) และแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA)** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาส 4 กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 800% YoY และทั้งปีเพิ่มขึ้น 744% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยและการเติบโตของสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมาจากหลายปัจจัยประการแรก **อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับการส่งออกสินค้าแป้งมันสำปะหลัง** สะท้อนจากการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยปริมาณการส่งออกแป้งมันสำปะหลังของประเทศไทยในปี 2564 เพิ่มขึ้นถึง 32% และมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบกับปีก่อน ประการที่สอง **ราคาขายเฉลี่ยของสินค้าแป้งมันสำปะหลังปรับตัวสูงขึ้น** ร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประการที่สาม **การเติบโตของกลุ่มสินค้าธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA)** ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าแป้งมันสำปะหลังทั่วไป นอกจากนี้ **ธุรกิจอาหาร** ก็ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศเวียดนามที่เติบโตถึง 79% ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจาก 16% ในปี 2563 เป็น 20% ในปี 2564 แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่า **แนวโน้มการส่งออกปี 2565 ของบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่องด้วยการเติบโตตัวเลขสองหลัก (Double digit)** และคาดว่าจะสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีได้ แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบและอัตราค่าขนส่งก็ตาม ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ การประมาณการปริมาณหัวมันสำปะหลังในฤดูกาลผลิต 2564/2565 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4% และการเริ่มดำเนินงานโครงการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพจากแป้งมันสำปะหลังในไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ความยั่งยืนในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/2564 พุ่ง 800% YoY** สู่ระดับ 81 ล้านบาท และ **ทั้งปี 2564 กำไรสุทธิโต 744% YoY** สู่ระดับ 323 ล้านบาท
* **ยอดขายรวมปี 2564 เติบโต 28%** แตะ 9,105 ล้านบาท โดยธุรกิจแป้งมันสำปะหลังโต 39% จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 16%
* **อัตรากำไรขั้นต้นปี 2564 เพิ่มขึ้น 4%** สู่ระดับ 20% จากอุปสงค์ส่งออกที่ฟื้นตัว ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น และการเติบโตของสินค้า HVA และอาหาร
* **ธุรกิจอาหารเติบโตต่อเนื่อง** ยอดขายปี 2564 เพิ่มขึ้น 13% โดยเฉพาะในเวียดนามที่โต 79%
* **คาดการณ์ปี 2565 เติบโต Double digit** และรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายรวมในปี 2564 เท่ากับ 9,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของยอดขายสินค้าแป้งมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้น 39% ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 16% สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ในขณะที่ยอดขายกลุ่มธุรกิจอาหารยังคงเติบโตต่อเนื่อง 13%
อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2564 อยู่ที่ 20% เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ปัจจัยหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นคืออุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับการส่งออกสินค้าแป้งมันสำปะหลัง ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น การเติบโตของกลุ่มสินค้า HVA และสินค้ากลุ่มอาหาร รวมถึงการบริหารจัดการลดต้นทุนด้วย Lean Program
อัตรากำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 4% ดีขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรสุทธิส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง
ในไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 800% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น และกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 7 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดแป้งมันสำปะหลัง:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ส่งออกแป้งมันสำปะหลังเป็นปัจจัยบวกสำคัญ
* **การเติบโตของสินค้ามูลค่าเพิ่ม (HVA) และอาหาร:** กลุ่มสินค้าเหล่านี้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะในตลาดเวียดนาม
* **โครงการเม็ดพลาสติกชีวภาพ:** การเริ่มดำเนินงานโครงการนี้ในไตรมาส 1 ปี 2565 จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาวและสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
* **การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล:** การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ตลอดห่วงโซ่อุปทานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
* **ประมาณการผลผลิตมันสำปะหลังปี 2564/2565:** คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4% จากปริมาณน้ำฝนที่เอื้ออำนวย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุน:** การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ (หัวมันสำปะหลัง) และต้นทุนพลังงานยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
* **ค่าขนส่งและค่าระวางเรือ:** ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการส่งออกและอาจทำให้การส่งออกล่าช้า
* **ผลกระทบจากอุทกภัย:** ภาวะน้ำท่วมในบางพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตหัวมันสำปะหลังที่คาดการณ์ไว้
* **สถานการณ์โควิด-19:** แม้จะคาดว่าผลกระทบเป็นระยะสั้น แต่การแพร่ระบาดระลอกใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยของแป้งมันสำปะหลังและสินค้า HVA ในปี 2565
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือ
* ความคืบหน้าและผลการดำเนินงานของโครงการเม็ดพลาสติกชีวภาพ
* ปริมาณผลผลิตหัวมันสำปะหลังจริงเทียบกับการประมาณการ และผลกระทบจากอุทกภัย
* การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native & HVA):** ยอดขายรวมในไตรมาส 4 ปี 2564 เพิ่มขึ้น 34% YoY โดย Native แตะ 1,348 ล้านบาท และ HVA อยู่ที่ 659 ล้านบาท การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกที่ฟื้นตัว โดยปริมาณและมูลค่าการส่งออกแป้งมันสำปะหลังของไทยเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นเป็น 17% ในปี 2564 จาก 12% ในปี 2563 แม้จะเผชิญความท้าทายเรื่องค่าขนส่ง
**ธุรกิจอาหาร:** ยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์วุ้นเส้น ยอดขายไตรมาส 4 ปี 2564 เพิ่มขึ้น 14% YoY สู่ระดับ 480 ล้านบาท และทั้งปี 2564 เติบโต 13% สู่ระดับ 1,767 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนยอดขายในประเทศ 83% และส่งออก 17% การเติบโตในเวียดนามโดดเด่นถึง 79% จากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและความหลากหลายของสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุค New Normal อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารลดลง 1% YoY สู่ 31% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
**ต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบ หัวมันสำปะหลัง และค่าขนส่งจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นจากการปรับราคาขายเฉลี่ยและการเพิ่มสัดส่วนสินค้า HVA และอาหาร นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลง 0.6% แม้ค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้น 25% YoY เนื่องจากการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ค่าพลังงาน และค่าใช้จ่ายพิเศษช่วงโควิด-19
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
สำหรับปี 2564 เงินสดสุทธิได้มาจากการดำเนินงานอยู่ที่ 440 ล้านบาท ลดลง 129 ล้านบาท YoY สาเหตุหลักมาจากปริมาณสินค้าคงค้างรอขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเงินสดสุทธิได้มาจากการดำเนินงานก่อนรวมการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์หมุนเวียน พบว่าเพิ่มขึ้น 416 ล้านบาท จากกำไรที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ ยังคงรักษาความสามารถในการรักษาเงินสดที่เพียงพอสำหรับการลงทุนในอนาคต
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ TWPC ในปี 2564 และไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นตัวของยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและ HVA ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์โลกที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนค่าขนส่งและวัตถุดิบ แต่แนวโน้มการเติบโต Double digit ในปี 2565 และการเปิดตัวโครงการเม็ดพลาสติกชีวภาพ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง รวมถึงผลกระทบจากสภาพอากาศและสถานการณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ETC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
192.69
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
62.51
ล้านบาท
↓ 9.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.44
%
กำไรสุทธิ
29.34
ล้านบาท
↑ 129.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.22
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
193
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
63
↓ -9.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↑ + 129.7%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ETC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
15.20
ROA (%)
14.28
Book Value/หุ้น
1.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ETC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-202
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+377
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ETC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-201.78
+46.92%
|
-137.34
-45.98%
|
-254.26
-28.28%
|
-354.54
+38.86%
|
-255.32
-169.95%
|
364.99
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
376.91
-213.93%
|
-330.84
-379.66%
|
118.30
-72.01%
|
422.68
+162.70%
|
160.90
-199.25%
|
-162.11
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
155.73
-72.90%
|
574.71
-207.23%
|
-535.96
-162.45%
|
858.21
+459.75%
|
153.32
-86.33%
|
1,121.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
330.86
+218.20%
|
103.98
-115.45%
|
-672.86
-172.64%
|
926.35
+1,472.75%
|
58.90
-95.55%
|
1,324.50
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,144.76
+38.18%
|
1,552.12
+25.62%
|
1,235.58
+5.80%
|
1,167.87
-14.02%
|
1,358.25
+3,924.44%
|
33.75
-72.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,102.14
-48.61%
|
2,144.76
+38.18%
|
1,552.12
+25.62%
|
1,235.58
+5.80%
|
1,167.87
-14.02%
|
1,358.25
+3,924.32%
|