บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.70
0.01 (1.41%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 302.66 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้การ ดำเนินงานผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า RH และ AVA เต็มงวดในปี 2563 ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการตำเนินการดังกล่าวจากเฉพาะโรงไฟฟ้า ETC
โดยบริษัทฯ รับโอนสินทรัพย์ดังกล่าวจากผู้รับเหมาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ทำให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ตันทุนทางการเงินที่ เกิดขึ้นสำหรับแต่ละโครงการในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ ในขณะที่ในปี 2562 บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ โรงไฟฟ้า RH และ AVA ซึ่งบริษัทฯ ได้บันทึกต้นทุนทางการเงินที่เกิดขึ้นในงวดดังกล่าวเป็นต้นทุนค่าก่อสร้างในงบ แสดงฐานะทางการเงิน และมีต้นทุนทางการเงินส่วนใหญ่เป็นต้นทุนทางการเงินของโครงการโรงไฟฟ้า ETC ในงบกำไร
ขาดทุนเบ็ตเสร็จ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5371 out_tok=2655 at=2026-07-27T09:36:53 -->
# ETC กำไรสุทธิ Q2/64 โต 3.6% รับแรงหนุนบริการคลังสินค้า-ขนส่งทางบก
## รายได้รวมโต 2.81% แม้ท่าเรือเชิงพาณิชย์หดตัว เหตุตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน-โควิดระบาด
บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 334.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 8.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% แม้รายได้จากบริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์จะลดลง แต่ได้แรงหนุนจากบริการคลังสินค้าและขนส่งทางบกที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ETC ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากบริการพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้า รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากบริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางบก** ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากบริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ได้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **บริการพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้า:** รายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 115.85% เป็นผลมาจากการนำเข้าตู้สินค้าในเขตปลอดอากรที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการรับรู้รายได้จากการให้บริการคลังสินค้าประเภทห้องเย็นในเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนที่เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา
* **บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางบก:** รายได้เพิ่มขึ้น 16.67% จากปริมาณการให้บริการที่เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการโหมดการขนส่ง และกลยุทธ์การตลาดที่เน้นให้บริการโรงงานและผู้ส่งออกโดยตรง
* **ปัจจัยกดดัน:** แม้ภาพรวมรายได้จะเติบโต แต่รายได้จากบริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ลดลง 0.91% เนื่องจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการให้บริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ รวมถึงการให้บริการซ่อมและล้างตู้คอนเทนเนอร์ที่ลดน้อยลง นอกจากนี้ รายได้จากบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ลดลง 93.95% เนื่องจากการให้บริการตัวแทนขนส่งสินค้าที่ลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของบริการคลังสินค้า เนื่องจากมีการเปิดให้บริการคลังสินค้าประเภทห้องเย็นใหม่ และปริมาณตู้สินค้าในเขตปลอดอากรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนบริการขนส่งทางบกก็ได้รับแรงหนุนจากการบริหารจัดการโหมดการขนส่งที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนและสถานการณ์โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/64 เท่ากับ 334.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.81% YoY**
* **กำไรสุทธิ Q2/64 เท่ากับ 8.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% YoY**
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น Q2/64 เท่ากับ 8.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.64% YoY**
* **รายได้บริการคลังสินค้าและพื้นที่จัดเก็บเพิ่มขึ้น 115.85%**
* **รายได้บริการขนส่งทางบกเพิ่มขึ้น 16.67%**
* **โครงการท่าเทียบเรือระหว่างประเทศเชิงพาณิชย์ใหม่คาดเริ่มให้บริการปี 2565**
* **โครงการคลังสินค้าให้เช่าคาดเริ่มให้บริการปลายปี 2564**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการรวม 334.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.81% เมื่อเทียบกับ 325.65 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากบริการพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้า (เพิ่มขึ้น 115.85%) และรายได้จากบริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางบก (เพิ่มขึ้น 16.67%) แม้ว่ารายได้จากบริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์จะลดลง 0.91% และรายได้จากบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ลดลง 93.95%
ต้นทุนการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 7.92% ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ เนื่องจากการปรับเปลี่ยนโหมดการขนส่งจากเรือบาร์จเป็นการขนส่งทางบกโดยรถหัวลากซึ่งมีต้นทุนสูงกว่า ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 13.77%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 13.46% เนื่องจากค่านายหน้าจ่ายลดลงและภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือน รวมถึงการบันทึกตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้ที่ค้างชำระนานในปี 2563
ต้นทุนทางการเงินลดลง 10.74% จากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ตามสัญญา
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 0.82 ล้านบาท ตามรายได้ส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 8.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จาก 8.59 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิคงที่ที่ 2.62%
## โอกาส
* **การขยายบริการคลังสินค้า:** การเปิดให้บริการคลังสินค้าประเภทห้องเย็นใหม่ และการเพิ่มขึ้นของปริมาณตู้สินค้าในเขตปลอดอากร เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่สำคัญ
* **การเติบโตของบริการขนส่งทางบก:** การบริหารจัดการโหมดการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและการเข้าถึงลูกค้าโดยตรง เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของบริการนี้
* **โครงการลงทุนใหม่:** โครงการท่าเทียบเรือระหว่างประเทศเชิงพาณิชย์แห่งใหม่ที่คาดว่าจะเริ่มให้บริการในปี 2565 และโครงการคลังสินค้าให้เช่าที่คาดว่าจะเริ่มให้บริการปลายปี 2564 จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันรายได้จากบริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์
* **สถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการขนส่ง
* **ต้นทุนการขนส่ง:** การปรับเปลี่ยนโหมดการขนส่งไปสู่ทางบกที่มีต้นทุนสูงกว่า อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากไม่สามารถบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพ
* **ความผันผวนของปริมาณการนำเข้า-ส่งออก:** ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการแก้ไขปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน:** จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของบริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการท่าเทียบเรือและคลังสินค้า:** เพื่อประเมินการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนการขนส่งทางบก:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อปริมาณการขนส่ง:** โดยเฉพาะในภาคการส่งออก
* **การขยายตัวของบริการคลังสินค้าห้องเย็น:** ศักยภาพในการสร้างรายได้เพิ่มเติม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์และคลังสินค้าในกลุ่มทรัพยากร การเปลี่ยนแปลงของปริมาณการนำเข้า-ส่งออก และความต้องการใช้พื้นที่จัดเก็บเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรายได้ของ ETC
* **ราคา Commodity/ASP:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงราคา Commodity โดยตรง แต่การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์บ่งชี้ถึงความต้องการขนส่งที่สูง ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าระวางเรือและค่าบริการที่เกี่ยวข้อง
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากบริการพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้า รวมถึงบริการขนส่งทางบก สะท้อนถึงปริมาณการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนค่าขนส่งต่อตู้ที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนโหมดการขนส่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **กำลังการผลิต/พื้นที่ให้บริการ:** การเปิดคลังสินค้าห้องเย็นใหม่เป็นการเพิ่มกำลังการให้บริการ
* **โครงการลงทุน:** โครงการท่าเทียบเรือและคลังสินค้าใหม่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** เอกสารระบุถึงการได้รับความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการท่าเทียบเรือใหม่ ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ ลดลง 2.16% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการใช้เงินสดไปในการจ่ายคืนเงินกู้และการตัดจำหน่ายสิทธิการใช้สินทรัพย์
หนี้สินรวมลดลง 4.28% จากปีก่อน เนื่องจากการจ่ายคืนเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการตัดจำหน่ายหนี้สินตามสัญญาเช่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 0.2% จากปีก่อน เนื่องจากการจ่ายปันผล 0.035 บาทต่อหุ้น รวม 21.25 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานสำหรับงวด 6 เดือนจำนวน 14.91 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 14.91 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ETC ในไตรมาส 2 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นรายได้รวมให้เติบโตได้ 2.81% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 3.6% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของบริการคลังสินค้าและบริการขนส่งทางบก ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนและสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อบริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ แม้ต้นทุนการขนส่งจะปรับสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ช่วยหนุนผลกำไรให้ดีขึ้น โครงการลงทุนใหม่ที่กำลังจะเปิดให้บริการในอนาคตเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา แต่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ETC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
192.69
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
62.51
ล้านบาท
↓ 9.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.44
%
กำไรสุทธิ
29.34
ล้านบาท
↑ 129.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.22
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
193
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
63
↓ -9.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↑ + 129.7%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ETC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
15.20
ROA (%)
14.28
Book Value/หุ้น
1.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ETC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-202
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+377
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ETC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-201.78
+46.92%
|
-137.34
-45.98%
|
-254.26
-28.28%
|
-354.54
+38.86%
|
-255.32
-169.95%
|
364.99
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
376.91
-213.93%
|
-330.84
-379.66%
|
118.30
-72.01%
|
422.68
+162.70%
|
160.90
-199.25%
|
-162.11
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
155.73
-72.90%
|
574.71
-207.23%
|
-535.96
-162.45%
|
858.21
+459.75%
|
153.32
-86.33%
|
1,121.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
330.86
+218.20%
|
103.98
-115.45%
|
-672.86
-172.64%
|
926.35
+1,472.75%
|
58.90
-95.55%
|
1,324.50
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,144.76
+38.18%
|
1,552.12
+25.62%
|
1,235.58
+5.80%
|
1,167.87
-14.02%
|
1,358.25
+3,924.44%
|
33.75
-72.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,102.14
-48.61%
|
2,144.76
+38.18%
|
1,552.12
+25.62%
|
1,235.58
+5.80%
|
1,167.87
-14.02%
|
1,358.25
+3,924.32%
|