บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.70
0.01 (1.41%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 302.66 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้การ ดำเนินงานผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า RH และ AVA เต็มงวดในปี 2563 ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการตำเนินการดังกล่าวจากเฉพาะโรงไฟฟ้า ETC
โดยบริษัทฯ รับโอนสินทรัพย์ดังกล่าวจากผู้รับเหมาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ทำให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ตันทุนทางการเงินที่ เกิดขึ้นสำหรับแต่ละโครงการในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ ในขณะที่ในปี 2562 บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ โรงไฟฟ้า RH และ AVA ซึ่งบริษัทฯ ได้บันทึกต้นทุนทางการเงินที่เกิดขึ้นในงวดดังกล่าวเป็นต้นทุนค่าก่อสร้างในงบ แสดงฐานะทางการเงิน และมีต้นทุนทางการเงินส่วนใหญ่เป็นต้นทุนทางการเงินของโครงการโรงไฟฟ้า ETC ในงบกำไร
ขาดทุนเบ็ตเสร็จ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5334 out_tok=2604 at=2026-07-25T16:22:14 -->
# ETC กำไรสุทธิ Q1/2565 โต 5.9% รับรายได้ธุรกิจหลัก-คลาวด์ขยายตัว
## รายได้รวมพุ่ง 10.2% หนุนกำไรขั้นต้นเพิ่ม 13.5% แม้ต้นทุนบริการสูงขึ้นตามปริมาณงาน
บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 52.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 10.2% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจให้บริการคลาวด์ แม้ต้นทุนขายและบริการจะปรับตัวสูงขึ้นตามปริมาณงาน แต่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคา commodity/ASP, ปริมาณขาย-ผลิต, ต้นทุนต่อหน่วย, ส่วนต่าง refining/margin, สต็อก, หรือรายการ non-recurring
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ETC ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากธุรกิจให้บริการคลาวด์ (Cloud Service) และการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
รายได้จากการขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 115.6 ล้านบาท หรือ 10.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจาก:
1. **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ:** โครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับเข้ามาตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อนเริ่มทยอยรับรู้รายได้ ทำให้รายได้รวมเติบโตขึ้น
2. **การเติบโตของธุรกิจให้บริการคลาวด์ (Cloud Service):** ส่วนงานนี้มีอัตราการเติบโตสูงถึง 39% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 13.1% ของรายได้รวม สะท้อนถึงความต้องการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการข้อมูลของลูกค้าองค์กรชั้นนำที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายจัดการมีแผนมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าในส่วนงานนี้ต่อไป
3. **รายได้จากธุรกิจหลัก (พัฒนาและวางระบบ, บำรุงรักษาระบบงาน):** แม้สัดส่วนรายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังคงเติบโต 6.5% คิดเป็น 65.9 ล้านบาท
การเติบโตของรายได้นี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 26.8 ล้านบาท หรือ 13.5% แม้ต้นทุนขายและต้นทุนบริการจะเพิ่มขึ้น 88.8 ล้านบาท (9.5%) ตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไว้ได้ที่ 18.0% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนเล็กน้อย (17.5%) การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังคงมีประสิทธิภาพ โดยมีสัดส่วนต่อรายได้ลดลงจาก 14.0% เป็น 12.9%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 มีมูลค่างานในมือ (Backlog) สูงถึง 6,668 ล้านบาท ซึ่งสามารถรับรู้รายได้ต่อเนื่องได้ถึง 5 ปี และมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 284 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564
* **แนวโน้มการเติบโตของ Cloud Service:** ฝ่ายจัดการระบุว่าธุรกิจให้บริการคลาวด์มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีแผนมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าในส่วนงานนี้
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนและภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งอาจมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของลูกค้าในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 52.0 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 5.9% YoY
* **รายได้รวม 1,251.3 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 10.2% YoY
* **กำไรขั้นต้น 225.3 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 13.4% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น 18.0%:** เพิ่มขึ้น 0.5% จาก 17.5% ในปีก่อน
* **ธุรกิจ Cloud Service เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 39.0% YoY และมีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 13.1%
* **Backlog สูง 6,668 ล้านบาท:** รองรับรายได้ระยะยาวสูงสุด 5 ปี และเพิ่มขึ้น 284 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ ETC มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,251.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,135.7 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 225.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 17.5% เป็น 18.0% แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน แต่การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่รัดกุม ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมใกล้เคียงปีก่อน ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) เพิ่มขึ้น 4.9% เป็น 68.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 3.2 ล้านบาท เป็น -0.2 ล้านบาท) และมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 1.2% เป็น 65.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 52.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9%
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ Cloud Service:** เป็นโอกาสสำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มสัดส่วนรายได้ในระยะยาว เนื่องจากสอดคล้องกับแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการข้อมูลของลูกค้าองค์กร
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** มูลค่างานในมือ 6,668 ล้านบาท เป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถในการสร้างรายได้ต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้า
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกระตุ้นภาคท่องเที่ยวของภาครัฐ อาจส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของลูกค้า
* **โครงการใหม่ๆ:** การได้รับโครงการขนาดใหญ่ตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน แสดงถึงศักยภาพในการแข่งขันและโอกาสในการรับงานใหม่ๆ เพิ่มเติม
## ความเสี่ยง
* **ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนและภาวะเงินเฟ้อโลก:** เป็นปัจจัยลบที่อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย และอาจกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของลูกค้า
* **การแข่งขันด้านราคาในธุรกิจไอที:** ธุรกิจผู้ให้บริการด้านไอทีมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรในอนาคต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอาจส่งผลกระทบต่อกำไรโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของรายได้ Cloud Service:** จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตสูงต่อเนื่องได้หรือไม่ และการขยายฐานลูกค้าเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ความคืบหน้าของโครงการต่างๆ และการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ
* **ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลก:** ต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจลงทุนของลูกค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางการแข่งขัน
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** แนวโน้มการฟื้นตัวหรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในฐานะผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบ ETC ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) หรือการผลิตพลังงาน อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจที่ ETC ให้บริการนั้นมีความเชื่อมโยงกับภาพรวมเศรษฐกิจและทิศทางการลงทุนของภาคธุรกิจต่างๆ
* **รายได้จากการขายและให้บริการ:** เติบโต 10.2% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจ Cloud Service ที่เติบโต 39% และการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ
* **ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ:** เพิ่มขึ้น 9.5% ตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ใกล้เคียงเดิม
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 18.0% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนและราคาขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้นเพียง 1.4% โดยมีสัดส่วนต่อรายได้ลดลง แสดงถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
* **Backlog:** มูลค่างานในมือ 6,668 ล้านบาท เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงข้อมูลต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย (จาก 2.7 ล้านบาท เป็น 3.3 ล้านบาท) และการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 12.0 ล้านบาท เป็น 1.7 ล้านบาท) ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
ETC ในไตรมาส 1 ปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิได้ตามเป้าหมาย โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การขยายตัวของธุรกิจ Cloud Service และการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ซึ่งส่งผลให้ Backlog ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเงินเฟ้อและสงคราม ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายยังคงมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ETC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
192.69
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
62.51
ล้านบาท
↓ 9.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.44
%
กำไรสุทธิ
29.34
ล้านบาท
↑ 129.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.22
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
193
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
63
↓ -9.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↑ + 129.7%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ETC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
15.20
ROA (%)
14.28
Book Value/หุ้น
1.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ETC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-202
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+377
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ETC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-201.78
+46.92%
|
-137.34
-45.98%
|
-254.26
-28.28%
|
-354.54
+38.86%
|
-255.32
-169.95%
|
364.99
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
376.91
-213.93%
|
-330.84
-379.66%
|
118.30
-72.01%
|
422.68
+162.70%
|
160.90
-199.25%
|
-162.11
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
155.73
-72.90%
|
574.71
-207.23%
|
-535.96
-162.45%
|
858.21
+459.75%
|
153.32
-86.33%
|
1,121.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
330.86
+218.20%
|
103.98
-115.45%
|
-672.86
-172.64%
|
926.35
+1,472.75%
|
58.90
-95.55%
|
1,324.50
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,144.76
+38.18%
|
1,552.12
+25.62%
|
1,235.58
+5.80%
|
1,167.87
-14.02%
|
1,358.25
+3,924.44%
|
33.75
-72.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,102.14
-48.61%
|
2,144.76
+38.18%
|
1,552.12
+25.62%
|
1,235.58
+5.80%
|
1,167.87
-14.02%
|
1,358.25
+3,924.32%
|