ETC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ETC
บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.74
0.01 (1.33%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 302.66 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้การ ดำเนินงานผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า RH และ AVA เต็มงวดในปี 2563 ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการตำเนินการดังกล่าวจากเฉพาะโรงไฟฟ้า ETC โดยบริษัทฯ รับโอนสินทรัพย์ดังกล่าวจากผู้รับเหมาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ทำให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ตันทุนทางการเงินที่ เกิดขึ้นสำหรับแต่ละโครงการในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ ในขณะที่ในปี 2562 บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ โรงไฟฟ้า RH และ AVA ซึ่งบริษัทฯ ได้บันทึกต้นทุนทางการเงินที่เกิดขึ้นในงวดดังกล่าวเป็นต้นทุนค่าก่อสร้างในงบ แสดงฐานะทางการเงิน และมีต้นทุนทางการเงินส่วนใหญ่เป็นต้นทุนทางการเงินของโครงการโรงไฟฟ้า ETC ในงบกำไร ขาดทุนเบ็ตเสร็จ

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5538 out_tok=2878 at=2026-07-25T14:01:54 --> # ETC กำไรสุทธิ Q3/2566 ดิ่ง 74% รับผลกระทบซ่อมบำรุง-ต้นทุนพุ่ง ## รายได้และกำไรขั้นต้นหดตัว เหตุหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า ขณะที่ต้นทุนพุ่งกระทบมาร์จิ้น บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 10.95 ล้านบาท ลดลง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าที่ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าตามแผน และต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ ETC ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การหยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนดของโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและขายไฟฟ้าที่ลดลง ประกอบกับ **ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น** ทั้งจากวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอะไหล่อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมบำรุง โดยในไตรมาส 3 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลงถึง 75% มาอยู่ที่ 10.26 ล้านบาท จาก 40.78 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 38% ในไตรมาส 3/2565 มาอยู่ที่ 34% ในไตรมาส 3/2566 และสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 40% มาอยู่ที่ 29% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การหยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนด (Scheduled Maintenance) เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ **ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง** โดยในไตรมาส 3 ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง 3% และสำหรับ 9 เดือนแรก ลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน เมื่อปริมาณขายลดลง แต่บริษัทฯ ยังคงมี **ค่าใช้จ่ายคงที่** เช่น ค่าตอบแทนพนักงาน และค่าเสื่อมราคา ที่ยังคงต้องแบกรับ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น นอกจากนี้ **ต้นทุนการผลิตยังปรับตัวสูงขึ้น** จากราคาวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอะไหล่อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงมีราคาสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 4% ในไตรมาส 3 และเพิ่มขึ้น 10% ใน 9 เดือนแรก เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 3% ในไตรมาส 3 และ 7% ใน 9 เดือนแรก ปัจจัยลบอื่นๆ ที่ส่งผลต่อกำไร ได้แก่ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางด้านกฎหมายและค่าที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อเตรียมการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ รวมถึง **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ถึง 139% ในไตรมาส 3 และ 98% ใน 9 เดือนแรก จากการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนดังกล่าว ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นตามรอบการดำเนินงานปกติของโรงไฟฟ้า และมักจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและรายได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุว่าเป็นการ "หยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนด" ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่วางแผนไว้และจะสิ้นสุดลงเมื่อการซ่อมบำรุงเสร็จสิ้น ส่วนต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น อาจมีความไม่แน่นอนว่าจะต่อเนื่องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดวัตถุดิบและค่าแรงในอนาคต แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินนั้น มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเตรียมการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทฯ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 74% YoY** อยู่ที่ 10.95 ล้านบาท และ 9 เดือนแรก ลดลง 87% อยู่ที่ 20.19 ล้านบาท * **รายได้รวม Q3/2566 ลดลง 3% YoY** อยู่ที่ 185.55 ล้านบาท และ 9 เดือนแรก ลดลง 7% อยู่ที่ 554.84 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2566 หดตัว** อยู่ที่ 34% จาก 38% YoY และ 9 เดือนแรก อยู่ที่ 29% จาก 40% YoY * **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูงขึ้น** 139% ใน Q3/2566 และ 98% ใน 9 เดือนแรก จากการออกหุ้นกู้รองรับการลงทุนใหม่ * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 12%** จากการออกหุ้นกู้เพื่อเตรียมลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ โดยมีเงินสดคงเหลือ 1,611 ล้านบาท * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 33%** จากการออกหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้ในการลงทุน ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 จำนวน 10.95 ล้านบาท ลดลง 74% เมื่อเทียบกับ 41.82 ล้านบาทในปีก่อน และสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิ 20.19 ล้านบาท ลดลง 87% เมื่อเทียบกับ 157.54 ล้านบาทในปีก่อน รายได้รวมในไตรมาส 3 ลดลง 3% มาอยู่ที่ 185.55 ล้านบาท และสำหรับ 9 เดือนแรก ลดลง 7% มาอยู่ที่ 554.84 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการหยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนดของโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง 3% ในไตรมาส 3 และ 8% ใน 9 เดือนแรก อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 อยู่ที่ 34% ลดลงจาก 38% ในปีก่อน และสำหรับ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 29% ลดลงจาก 40% ในปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากรายได้ที่ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุง และต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอะไหล่อุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท และสำหรับ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท หรือ 36% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทางด้านกฎหมายและที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อเตรียมการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 18.22 ล้านบาท (139%) และสำหรับ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 41.23 ล้านบาท (98%) เนื่องจากการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมการลงทุนในโรงไฟฟ้าโครงการใหม่ ## โอกาส * **การลงทุนในโรงไฟฟ้าโครงการใหม่:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเตรียมการลงทุนในโรงไฟฟ้าโครงการใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายกำลังการผลิตและสร้างรายได้ในอนาคต * **เงินสดสำรองเพื่อการลงทุน:** การมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 1,611 ล้านบาท คิดเป็น 31% ของสินทรัพย์ทั้งหมด แสดงถึงความพร้อมด้านการเงินในการเข้าลงทุนในโครงการใหม่ที่ชนะการเสนอ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของต้นทุนการผลิต:** ราคาวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอะไหล่อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงอาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร * **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมการลงทุนโครงการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้น * **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การออกหุ้นกู้และการกู้ยืมเพื่อรองรับการลงทุนใหม่ ทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นภาระต่อกำไร * **การพึ่งพิงการหยุดซ่อมบำรุง:** การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าตามรอบเวลาเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในแต่ละช่วงเวลา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่:** ติดตามแผนการก่อสร้าง กำลังการผลิต และระยะเวลาที่จะเริ่มสร้างรายได้ * **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและอะไหล่อุปกรณ์:** สังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงของราคาที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **ประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ติดตามการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น * **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** ตรวจสอบการใช้เงินสดจากการออกหุ้นกู้และการกู้ยืม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการลงทุน * **ผลกระทบจากการซ่อมบำรุงในอนาคต:** ประเมินผลกระทบของการซ่อมบำรุงที่จะเกิดขึ้นในไตรมาสถัดไป ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) * **ปริมาณการผลิตและขายไฟฟ้า:** ในไตรมาส 3/2566 ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง 3% YoY เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนดของโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้ * **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 4% ในไตรมาส 3 และ 10% ใน 9 เดือนแรก YoY แม้รายได้จะลดลง สะท้อนต้นทุนต่อหน่วยที่สูงขึ้นจากการหยุดซ่อมบำรุง และราคาวัตถุดิบ/อะไหล่ที่สูงขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 38% ใน Q3/2565 เป็น 34% ใน Q3/2566 และจาก 40% ใน 9 เดือนแรก เป็น 29% ใน 9 เดือนแรกของปีนี้ * **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 139% ใน Q3/2566 และ 98% ใน 9 เดือนแรก จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเพื่อเตรียมการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,119.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,611 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เตรียมไว้สำหรับการลงทุนในโรงไฟฟ้าใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,200.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นกู้เพิ่ม 702 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะสั้น 324 ล้านบาท เพื่อใช้ในการชำระค่าที่ดินสำหรับโครงการใหม่ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,919.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกำไรจากการดำเนินงาน ## สรุปท้าย ผลประกอบการของ ETC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าตามแผน และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ กำลังอยู่ในช่วงเตรียมการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต โดยมีเงินสดสำรองเพียงพอ แต่ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ETC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
192.69 ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
62.51 ล้านบาท
↓ 9.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.44 %
กำไรสุทธิ
29.34 ล้านบาท
↑ 129.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.22 %
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
193
↓ -1.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
63
↓ -9.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↑ + 129.7% YoY
D/E Ratio
0.09

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ETC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
192.69
-1.21%
195.05
-0.85%
196.73
+7.31%
183.32
-6.96%
197.04
-39.30%
324.60
กำไรขั้นต้น —
62.51
-9.44%
69.02
-7.35%
74.50
+47.96%
50.35
-38.75%
82.20
-20.07%
102.85
+12.38%
ค่าใช้จ่ายรวม —
20.26
-13.05%
23.30
+8.53%
21.46
-54.16%
46.83
+19.83%
39.08
+6.93%
36.55
กำไรสุทธิ —
29.34
+129.72%
12.77
-0.72%
12.86
+158.31%
-22.06
-183.63%
26.38
-69.39%
86.16
กำไรต่อหุ้น —
0.01
+116.67%
0.01
0.01
+160.00%
-0.01
-183.33%
0.01
-68.42%
0.04
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
15.20
+379.50%
3.17
+196.26%
1.07
-77.09%
4.67
-34.04%
7.08
-37.46%
11.32
+255.97%
ROA(%) —
14.28
+253.47%
4.04
+27.85%
3.16
-33.05%
4.72
-27.05%
6.47
-23.97%
8.51
+92.97%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.09
-87.14%
0.70
-5.41%
0.74
+29.82%
0.57
+29.55%
0.44
-22.81%
0.57
+3.64%
P/E —
2.64
-93.67%
41.70
+1,228.03%
3.14
-93.58%
48.92
+66.00%
29.47
-6.18%
31.41
+900.32%
P/BV —
0.36
-72.52%
1.31
-37.91%
2.11
-30.59%
3.04
+24.59%
2.44
+45.24%
1.68
+250.00%
BV —
1.54
+15.79%
1.33
+3.10%
1.29
1.29
+6.61%
1.21
+9.01%
1.11
-27.92%
YIELD(%) —
6.49
6.49
6.49
6.49
0.00
0.00
-100.00%
ราคาหุ้น —
0.56
-67.82%
1.74
-36.03%
2.72
-30.61%
3.92
+32.43%
2.96
+58.29%
1.87
+152.70%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
32.44
-8.34%
35.39
-6.55%
37.87
+37.86%
27.47
-34.16%
41.72
+31.69%
31.68
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
10.51
-11.98%
11.94
+9.44%
10.91
-57.28%
25.54
+28.79%
19.83
+76.11%
11.26
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
15.22
+132.37%
6.55
+0.15%
6.54
+154.36%
-12.03
-189.84%
13.39
-49.55%
26.54
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
15.20
ROA (%)
14.28
Book Value/หุ้น
1.54

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ETC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,428.43
-42.26%
2,473.85
+22.62%
2,017.56
+10.35%
1,908.36
+29.56%
1,472.90
-8.44%
1,608.63
+566.73%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
2,406.41
-10.30%
2,682.75
-13.02%
3,084.49
+13.27%
2,643.19
+5.87%
2,496.72
+3.31%
2,416.77
+2.63%
รวมสินทรัพย์ —
3,834.85
-25.63%
5,156.61
+1.07%
5,102.04
+12.09%
4,551.55
+14.66%
3,969.62
-1.39%
4,025.40
+55.05%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
264.71
-66.60%
792.45
+24.92%
634.34
-7.68%
687.13
+57.51%
436.23
+5.37%
413.99
-2.43%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
44.02
-96.70%
1,334.13
-13.15%
1,536.13
+59.13%
965.32
+25.22%
770.92
-26.04%
1,042.37
-18.46%
รวมหนี้สิน —
308.72
-85.48%
2,126.57
-2.02%
2,170.48
+31.35%
1,652.44
+36.89%
1,207.15
-17.11%
1,456.35
-14.47%
รวมส่วนของเจ้าของ —
3,526.13
+16.37%
3,030.03
+3.36%
2,931.57
+1.12%
2,899.11
+4.95%
2,762.47
+7.53%
2,569.04
+187.53%
D/E —
0.09
0.70
0.74
0.57
0.44
0.57
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
15.20
3.17
1.07
4.67
7.08
11.32
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
14.28
4.04
3.16
4.72
6.47
8.51
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
5.40
3.12
3.18
2.78
3.38
3.89
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
4.75
2.90
2.73
2.05
3.10
3.82
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
74.07
76.07
0.00
0.00
102.24
113.33
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
22.05
21.73
0.00
0.00
2.07
1.71
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
87.86
99.46
0.00
0.00
111.36
147.60
วงจรเงินสด —
8.27
-1.66
0.00
0.00
-7.05
-32.56
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-202
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+377
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ETC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-201.78
+46.92%
-137.34
-45.98%
-254.26
-28.28%
-354.54
+38.86%
-255.32
-169.95%
364.99
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
376.91
-213.93%
-330.84
-379.66%
118.30
-72.01%
422.68
+162.70%
160.90
-199.25%
-162.11
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
155.73
-72.90%
574.71
-207.23%
-535.96
-162.45%
858.21
+459.75%
153.32
-86.33%
1,121.62
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
330.86
+218.20%
103.98
-115.45%
-672.86
-172.64%
926.35
+1,472.75%
58.90
-95.55%
1,324.50
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
2,144.76
+38.18%
1,552.12
+25.62%
1,235.58
+5.80%
1,167.87
-14.02%
1,358.25
+3,924.44%
33.75
-72.20%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
1,102.14
-48.61%
2,144.76
+38.18%
1,552.12
+25.62%
1,235.58
+5.80%
1,167.87
-14.02%
1,358.25
+3,924.32%