บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.70
0.01 (1.41%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 302.66 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้การ ดำเนินงานผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า RH และ AVA เต็มงวดในปี 2563 ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการตำเนินการดังกล่าวจากเฉพาะโรงไฟฟ้า ETC
โดยบริษัทฯ รับโอนสินทรัพย์ดังกล่าวจากผู้รับเหมาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ทำให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ตันทุนทางการเงินที่ เกิดขึ้นสำหรับแต่ละโครงการในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ ในขณะที่ในปี 2562 บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ โรงไฟฟ้า RH และ AVA ซึ่งบริษัทฯ ได้บันทึกต้นทุนทางการเงินที่เกิดขึ้นในงวดดังกล่าวเป็นต้นทุนค่าก่อสร้างในงบ แสดงฐานะทางการเงิน และมีต้นทุนทางการเงินส่วนใหญ่เป็นต้นทุนทางการเงินของโครงการโรงไฟฟ้า ETC ในงบกำไร
ขาดทุนเบ็ตเสร็จ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5538 out_tok=2878 at=2026-07-25T14:01:54 -->
# ETC กำไรสุทธิ Q3/2566 ดิ่ง 74% รับผลกระทบซ่อมบำรุง-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้และกำไรขั้นต้นหดตัว เหตุหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า ขณะที่ต้นทุนพุ่งกระทบมาร์จิ้น
บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 10.95 ล้านบาท ลดลง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าที่ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าตามแผน และต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ ETC ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การหยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนดของโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและขายไฟฟ้าที่ลดลง ประกอบกับ **ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น** ทั้งจากวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอะไหล่อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมบำรุง
โดยในไตรมาส 3 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลงถึง 75% มาอยู่ที่ 10.26 ล้านบาท จาก 40.78 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 38% ในไตรมาส 3/2565 มาอยู่ที่ 34% ในไตรมาส 3/2566 และสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 40% มาอยู่ที่ 29%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การหยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนด (Scheduled Maintenance) เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ **ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง** โดยในไตรมาส 3 ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง 3% และสำหรับ 9 เดือนแรก ลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน เมื่อปริมาณขายลดลง แต่บริษัทฯ ยังคงมี **ค่าใช้จ่ายคงที่** เช่น ค่าตอบแทนพนักงาน และค่าเสื่อมราคา ที่ยังคงต้องแบกรับ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น
นอกจากนี้ **ต้นทุนการผลิตยังปรับตัวสูงขึ้น** จากราคาวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอะไหล่อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงมีราคาสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 4% ในไตรมาส 3 และเพิ่มขึ้น 10% ใน 9 เดือนแรก เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 3% ในไตรมาส 3 และ 7% ใน 9 เดือนแรก
ปัจจัยลบอื่นๆ ที่ส่งผลต่อกำไร ได้แก่ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางด้านกฎหมายและค่าที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อเตรียมการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ รวมถึง **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ถึง 139% ในไตรมาส 3 และ 98% ใน 9 เดือนแรก จากการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนดังกล่าว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นตามรอบการดำเนินงานปกติของโรงไฟฟ้า และมักจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและรายได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุว่าเป็นการ "หยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนด" ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่วางแผนไว้และจะสิ้นสุดลงเมื่อการซ่อมบำรุงเสร็จสิ้น
ส่วนต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น อาจมีความไม่แน่นอนว่าจะต่อเนื่องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดวัตถุดิบและค่าแรงในอนาคต แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินนั้น มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเตรียมการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 74% YoY** อยู่ที่ 10.95 ล้านบาท และ 9 เดือนแรก ลดลง 87% อยู่ที่ 20.19 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2566 ลดลง 3% YoY** อยู่ที่ 185.55 ล้านบาท และ 9 เดือนแรก ลดลง 7% อยู่ที่ 554.84 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2566 หดตัว** อยู่ที่ 34% จาก 38% YoY และ 9 เดือนแรก อยู่ที่ 29% จาก 40% YoY
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูงขึ้น** 139% ใน Q3/2566 และ 98% ใน 9 เดือนแรก จากการออกหุ้นกู้รองรับการลงทุนใหม่
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 12%** จากการออกหุ้นกู้เพื่อเตรียมลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ โดยมีเงินสดคงเหลือ 1,611 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 33%** จากการออกหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้ในการลงทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 จำนวน 10.95 ล้านบาท ลดลง 74% เมื่อเทียบกับ 41.82 ล้านบาทในปีก่อน และสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิ 20.19 ล้านบาท ลดลง 87% เมื่อเทียบกับ 157.54 ล้านบาทในปีก่อน
รายได้รวมในไตรมาส 3 ลดลง 3% มาอยู่ที่ 185.55 ล้านบาท และสำหรับ 9 เดือนแรก ลดลง 7% มาอยู่ที่ 554.84 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการหยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนดของโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง 3% ในไตรมาส 3 และ 8% ใน 9 เดือนแรก
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 อยู่ที่ 34% ลดลงจาก 38% ในปีก่อน และสำหรับ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 29% ลดลงจาก 40% ในปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากรายได้ที่ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุง และต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอะไหล่อุปกรณ์
ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท และสำหรับ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท หรือ 36% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทางด้านกฎหมายและที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อเตรียมการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 18.22 ล้านบาท (139%) และสำหรับ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 41.23 ล้านบาท (98%) เนื่องจากการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมการลงทุนในโรงไฟฟ้าโครงการใหม่
## โอกาส
* **การลงทุนในโรงไฟฟ้าโครงการใหม่:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเตรียมการลงทุนในโรงไฟฟ้าโครงการใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายกำลังการผลิตและสร้างรายได้ในอนาคต
* **เงินสดสำรองเพื่อการลงทุน:** การมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 1,611 ล้านบาท คิดเป็น 31% ของสินทรัพย์ทั้งหมด แสดงถึงความพร้อมด้านการเงินในการเข้าลงทุนในโครงการใหม่ที่ชนะการเสนอ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนการผลิต:** ราคาวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอะไหล่อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงอาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมการลงทุนโครงการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การออกหุ้นกู้และการกู้ยืมเพื่อรองรับการลงทุนใหม่ ทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นภาระต่อกำไร
* **การพึ่งพิงการหยุดซ่อมบำรุง:** การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าตามรอบเวลาเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในแต่ละช่วงเวลา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่:** ติดตามแผนการก่อสร้าง กำลังการผลิต และระยะเวลาที่จะเริ่มสร้างรายได้
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและอะไหล่อุปกรณ์:** สังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงของราคาที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ติดตามการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** ตรวจสอบการใช้เงินสดจากการออกหุ้นกู้และการกู้ยืม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการลงทุน
* **ผลกระทบจากการซ่อมบำรุงในอนาคต:** ประเมินผลกระทบของการซ่อมบำรุงที่จะเกิดขึ้นในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ปริมาณการผลิตและขายไฟฟ้า:** ในไตรมาส 3/2566 ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง 3% YoY เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนดของโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 4% ในไตรมาส 3 และ 10% ใน 9 เดือนแรก YoY แม้รายได้จะลดลง สะท้อนต้นทุนต่อหน่วยที่สูงขึ้นจากการหยุดซ่อมบำรุง และราคาวัตถุดิบ/อะไหล่ที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 38% ใน Q3/2565 เป็น 34% ใน Q3/2566 และจาก 40% ใน 9 เดือนแรก เป็น 29% ใน 9 เดือนแรกของปีนี้
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 139% ใน Q3/2566 และ 98% ใน 9 เดือนแรก จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเพื่อเตรียมการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,119.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,611 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เตรียมไว้สำหรับการลงทุนในโรงไฟฟ้าใหม่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,200.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นกู้เพิ่ม 702 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะสั้น 324 ล้านบาท เพื่อใช้ในการชำระค่าที่ดินสำหรับโครงการใหม่
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,919.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกำไรจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ ETC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าตามแผน และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ กำลังอยู่ในช่วงเตรียมการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต โดยมีเงินสดสำรองเพียงพอ แต่ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ETC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
192.69
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
62.51
ล้านบาท
↓ 9.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.44
%
กำไรสุทธิ
29.34
ล้านบาท
↑ 129.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.22
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
193
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
63
↓ -9.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↑ + 129.7%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ETC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
15.20
ROA (%)
14.28
Book Value/หุ้น
1.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ETC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-202
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+377
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ETC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-201.78
+46.92%
|
-137.34
-45.98%
|
-254.26
-28.28%
|
-354.54
+38.86%
|
-255.32
-169.95%
|
364.99
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
376.91
-213.93%
|
-330.84
-379.66%
|
118.30
-72.01%
|
422.68
+162.70%
|
160.90
-199.25%
|
-162.11
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
155.73
-72.90%
|
574.71
-207.23%
|
-535.96
-162.45%
|
858.21
+459.75%
|
153.32
-86.33%
|
1,121.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
330.86
+218.20%
|
103.98
-115.45%
|
-672.86
-172.64%
|
926.35
+1,472.75%
|
58.90
-95.55%
|
1,324.50
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,144.76
+38.18%
|
1,552.12
+25.62%
|
1,235.58
+5.80%
|
1,167.87
-14.02%
|
1,358.25
+3,924.44%
|
33.75
-72.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,102.14
-48.61%
|
2,144.76
+38.18%
|
1,552.12
+25.62%
|
1,235.58
+5.80%
|
1,167.87
-14.02%
|
1,358.25
+3,924.32%
|