บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.70
0.01 (1.41%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 302.66 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้การ ดำเนินงานผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า RH และ AVA เต็มงวดในปี 2563 ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการตำเนินการดังกล่าวจากเฉพาะโรงไฟฟ้า ETC
โดยบริษัทฯ รับโอนสินทรัพย์ดังกล่าวจากผู้รับเหมาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ทำให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ตันทุนทางการเงินที่ เกิดขึ้นสำหรับแต่ละโครงการในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ ในขณะที่ในปี 2562 บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ โรงไฟฟ้า RH และ AVA ซึ่งบริษัทฯ ได้บันทึกต้นทุนทางการเงินที่เกิดขึ้นในงวดดังกล่าวเป็นต้นทุนค่าก่อสร้างในงบ แสดงฐานะทางการเงิน และมีต้นทุนทางการเงินส่วนใหญ่เป็นต้นทุนทางการเงินของโครงการโรงไฟฟ้า ETC ในงบกำไร
ขาดทุนเบ็ตเสร็จ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5430 out_tok=2751 at=2026-07-25T05:13:44 -->
# ETC กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 89% รับผลซ่อมบำรุง-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไรหดตัวหนัก เหตุหยุดผลิตซ่อมบำรุง-ต้นทุนพุ่ง ขณะที่ต้นทุนการเงินพุ่งเท่าตัว
บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 7.73 ล้านบาท ลดลงถึง 89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการหยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาของโรงไฟฟ้า ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งค่าวัสดุ อะไหล่ และค่าแรง ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากการออกหุ้นกู้เพื่อเตรียมลงทุนโครงการใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ ETC ในไตรมาส 2 ปี 2566 และครึ่งปีแรก หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **1) ปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน และ 2) ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น
### 1) หัวใจคืออะไร
กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 7.73 ล้านบาท ลดลง 89% จาก 67.33 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และสำหรับ 6 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 9.24 ล้านบาท ลดลง 92% จาก 115.55 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรลดลงอย่างมากคือ **กำไรขั้นต้นที่ลดลง 49% ในไตรมาส 2 และ 42% ใน 6 เดือนแรก** ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าที่ลดลง และต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่า บริษัทและบริษัทย่อย (โรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง) มีการหยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนด ทำให้ปริมาณการผลิตและขายไฟฟ้าในไตรมาส 2 ลดลง 5.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการลดลง 17% ในไตรมาส 2 และ 9% ใน 6 เดือนแรก
* **ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น:** แม้รายได้จะลดลง แต่ต้นทุนขายและบริการกลับเพิ่มขึ้น 5% ในไตรมาส 2 และ 13% ใน 6 เดือนแรก สาเหตุมาจากราคาวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอะไหล่อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับประสิทธิภาพของเครื่องจักรที่ถึงระยะเวลาซ่อมบำรุง ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าตอบแทนพนักงาน และค่าเสื่อมราคา ยังคงเท่าเดิม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก จาก 42% ในปีก่อน เหลือ 26% ในปีนี้
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 101% ในไตรมาส 2 และ 80% ใน 6 เดือนแรก เป็นผลมาจากการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมการลงทุนในโรงไฟฟ้าโครงการใหม่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะถัดไป
เหตุผล: การหยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นปกติของโรงไฟฟ้า และมักจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและรายได้ในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อการซ่อมบำรุงเสร็จสิ้น โรงไฟฟ้าจะกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ฝ่ายจัดการได้มีการเตรียมการลงทุนโครงการใหม่ ซึ่งอาจสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 89% YoY:** อยู่ที่ 7.73 ล้านบาท จาก 67.33 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรก/66 หายไป 92%:** อยู่ที่ 9.24 ล้านบาท จาก 115.55 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง:** Q2/66 อยู่ที่ 160.50 ล้านบาท (-17% YoY), 6 เดือนแรก/66 อยู่ที่ 336.14 ล้านบาท (-9% YoY)
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวแรง:** Q2/66 อยู่ที่ 26% จาก 42% YoY, 6 เดือนแรก/66 อยู่ที่ 26% จาก 41% YoY
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งเท่าตัว:** Q2/66 อยู่ที่ 28.27 ล้านบาท (+101% YoY), 6 เดือนแรก/66 อยู่ที่ 51.87 ล้านบาท (+80% YoY)
* **เงินสดพร้อมลงทุน:** มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,836 ล้านบาท เพื่อเตรียมลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 7.73 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 67.33 ล้านบาท สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 9.24 ล้านบาท ลดลง 92% จาก 115.55 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
รายได้รวมในไตรมาส 2 อยู่ที่ 187.31 ล้านบาท ลดลง 18% YoY และสำหรับ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 369.29 ล้านบาท ลดลง 10% YoY โดยรายได้หลักมาจากการขายและบริการ ซึ่งลดลง 17% ในไตรมาส 2 และ 9% ใน 6 เดือนแรก
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 อยู่ที่ 26% ลดลงจาก 42% ในปีก่อนหน้า และสำหรับ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 26% ลดลงจาก 41% ในปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น
ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 101% YoY และ 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 80% YoY เนื่องจากการออกหุ้นกู้เพื่อเตรียมการลงทุนโครงการใหม่
## โอกาส
* **การลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่:** บริษัทได้ชนะการเสนอโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ และมีการเตรียมการลงทุน รวมถึงการลงทุนในที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้และกำไรในอนาคต
* **การกลับมาผลิตปกติหลังซ่อมบำรุง:** เมื่อการซ่อมบำรุงตามระยะเวลาแล้วเสร็จ โรงไฟฟ้าจะกลับมาดำเนินการผลิตได้เต็มที่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรในไตรมาสถัดไป
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** ราคาวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว หากไม่สามารถปรับขึ้นค่าไฟฟ้าได้ตามต้นทุน
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** แม้ ETC จะเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงบางส่วนอาจมีความผันผวนตามราคาตลาดโลก
* **ความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการใหม่:** หากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าโครงการใหม่ล่าช้ากว่าแผน อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าโครงการใหม่:** การเดินหน้าตามแผนและกำหนดเวลาเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **แนวโน้มต้นทุนการผลิต:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และค่าแรง จะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ประสิทธิภาพการผลิตหลังการซ่อมบำรุง:** การกลับมาผลิตเต็มกำลังและมีประสิทธิภาพหลังการซ่อมบำรุง
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากภาระดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ปริมาณการผลิตและขายไฟฟ้า:** ในไตรมาส 2/66 ปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง 5.68% YoY เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 5% ใน Q2/66 และ 13% ใน 6 เดือนแรก แม้รายได้จะลดลง แสดงถึงแรงกดดันด้านต้นทุนต่อหน่วยที่สูงขึ้น จากราคาวัสดุ อุปกรณ์ และค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 42% ในปีก่อนหน้า เหลือ 26% ในปีนี้ สะท้อนการส่งผ่านต้นทุนที่ทำได้ยากในภาวะที่รายได้ลดลง
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 101% ใน Q2/66 และ 80% ใน 6 เดือนแรก จากการออกหุ้นกู้จำนวน 702 ล้านบาท เพื่อเตรียมลงทุนโครงการใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,137.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.87% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,836 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เตรียมไว้สำหรับการลงทุนในโรงไฟฟ้าโครงการใหม่ และการลงทุนในที่ดิน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,228.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.89% จากสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 702 ล้านบาท และการกู้ยืมระยะสั้น 115 ล้านบาท เพื่อใช้ในการชำระค่าที่ดิน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินไปแล้ว 242 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.32% อยู่ที่ 2,908.35 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกำไรจากผลการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
ETC เผชิญกับผลประกอบการที่หดตัวอย่างหนักในไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปี 2566 โดยมีกำไรสุทธิลดลงถึง 89% และ 92% ตามลำดับ ปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลงเนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน และต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากการออกหุ้นกู้เพื่อเตรียมลงทุนโครงการใหม่ แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะดูน่ากังวล แต่การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตในอนาคต นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการ และแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ETC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
192.69
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
62.51
ล้านบาท
↓ 9.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.44
%
กำไรสุทธิ
29.34
ล้านบาท
↑ 129.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.22
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
193
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
63
↓ -9.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↑ + 129.7%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ETC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
15.20
ROA (%)
14.28
Book Value/หุ้น
1.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ETC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-202
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+377
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ETC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-201.78
+46.92%
|
-137.34
-45.98%
|
-254.26
-28.28%
|
-354.54
+38.86%
|
-255.32
-169.95%
|
364.99
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
376.91
-213.93%
|
-330.84
-379.66%
|
118.30
-72.01%
|
422.68
+162.70%
|
160.90
-199.25%
|
-162.11
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
155.73
-72.90%
|
574.71
-207.23%
|
-535.96
-162.45%
|
858.21
+459.75%
|
153.32
-86.33%
|
1,121.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
330.86
+218.20%
|
103.98
-115.45%
|
-672.86
-172.64%
|
926.35
+1,472.75%
|
58.90
-95.55%
|
1,324.50
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,144.76
+38.18%
|
1,552.12
+25.62%
|
1,235.58
+5.80%
|
1,167.87
-14.02%
|
1,358.25
+3,924.44%
|
33.75
-72.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,102.14
-48.61%
|
2,144.76
+38.18%
|
1,552.12
+25.62%
|
1,235.58
+5.80%
|
1,167.87
-14.02%
|
1,358.25
+3,924.32%
|