กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โรงแรมและรีสอร์ทในเครือฯ
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
4.72
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5856 out_tok=2648 at=2026-07-25T14:35:11 -->
# CTARAF Q3/2565 กำไรวูบ 57% เหตุส่งมอบโครงการใหญ่ลดลง สวนทางรายได้บริการ-โรงพยาบาลโต
## รายได้จากการขายหดตัวรุนแรงกดดันกำไรสุทธิ แม้รายได้บริการและโรงพยาบาลเติบโตดีขึ้น
บริษัท กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โรงแรมและรีสอร์ทในเครือฯ (CTARAF) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 85.73 ล้านบาท ลดลง 57.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้รายได้จากการให้บริการและรายได้จากกิจการโรงพยาบาลจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายโครงการขนาดใหญ่เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรเบ็ดเสร็จรวมของ CTARAF ในไตรมาส 3 ปี 2565 ลดลง 57.53% มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขาย** ซึ่งหดตัวถึง 76.87% คิดเป็นมูลค่า 1,023.90 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 51.33% และรายได้จากกิจการโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 40.39% ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักของการลดลงของรายได้จากการขาย มาจากการที่บริษัทมีการ **ส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่เพียง 1 โครงการ** ในไตรมาสนี้ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการส่งมอบโครงการจัดตั้งศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน และโครงการขนาดใหญ่อีก 4 โครงการ ซึ่งการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้มีมูลค่าสูงและส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขาย
ในทางกลับกัน รายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 51.33% มาจากการมีจำนวนสัญญาให้บริการบำรุงรักษาเพิ่มขึ้น ส่วนรายได้จากกิจการโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 40.39% เกิดจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าที่เข้ามารับบริการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจบริการที่แยกออกมา
นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวดีขึ้นจาก 19.06% เป็น 24.28% เนื่องจากมีการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นจากกิจการโรงพยาบาลก็สูงขึ้นจาก 20.17% เป็น 28.22% จากการบริหารจัดการต้นทุนบริการที่ดีขึ้นเช่นกัน แต่ผลบวกเหล่านี้ถูกบดบังด้วยปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสที่จะฟื้นตัวได้ในอนาคตอันใกล้ จากการที่รายได้จากการขายที่ลดลงในไตรมาสนี้เป็นผลมาจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ (cyclical) ไม่ใช่การลดลงของความสามารถในการดำเนินธุรกิจโดยรวม การที่บริษัทมีรายได้จากการให้บริการและรายได้จากกิจการโรงพยาบาลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของธุรกิจบริการ ซึ่งอาจเข้ามาช่วยลดความผันผวนของรายได้ในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม การกลับมาของรายได้จากการขายโครงการขนาดใหญ่จะขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาของการส่งมอบโครงการใหม่ๆ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรเบ็ดเสร็จรวม:** 85.73 ล้านบาท ลดลง 57.53% YoY
* **รายได้จากการขาย:** 308.02 ล้านบาท ลดลง 76.87% YoY เนื่องจากส่งมอบโครงการใหญ่เพียง 1 โครงการ เทียบกับปีก่อน 4 โครงการ
* **รายได้จากการให้บริการ:** 89.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.33% YoY จากจำนวนสัญญาบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากกิจการโรงพยาบาล:** 26.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.39% YoY จากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย:** เพิ่มขึ้นจาก 19.06% เป็น 24.28% จากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากกิจการโรงพยาบาล:** เพิ่มขึ้นจาก 20.17% เป็น 28.22% จากการบริหารจัดการต้นทุนบริการที่ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย:** ลดลง 22.49% YoY จากการปรับลดค่าใช้จ่ายบุคลากร
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 52.36% YoY จากดอกเบี้ยจ่ายเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 454.00 ล้านบาท ลดลง 67.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้รวม 1,417.99 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายที่หดตัวลงอย่างมากถึง 76.87% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 51.33% และรายได้จากกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 40.39%
กำไรขั้นต้นรวมลดลง 63.42% จาก 270.28 ล้านบาท เหลือ 98.87 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายจะปรับตัวดีขึ้น แต่ปริมาณการขายที่ลดลงส่งผลให้กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ลดลง 57.16% จาก 258.06 ล้านบาท เหลือ 110.55 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรเบ็ดเสร็จรวมจากส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทเท่ากับ 85.73 ล้านบาท ลดลง 57.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 201.86 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบริการ:** รายได้จากการให้บริการและรายได้จากกิจการโรงพยาบาลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตัวของธุรกิจบริการ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอและลดการพึ่งพารายได้จากโครงการขนาดใหญ่
* **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและจากกิจการโรงพยาบาลปรับตัวดีขึ้น บ่งชี้ถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำกำไรเมื่อปริมาณการขายกลับมา
* **การลงทุนในบริษัทย่อย:** การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย (บริษัท แคนเซอร์อลิอันซ์ จำกัด) เป็น 73.97% อาจส่งผลดีต่อการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้จากการขายโครงการ:** การพึ่งพารายได้จากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ทำให้ผลประกอบการมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาของการส่งมอบโครงการ
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** แม้จะมีแนวโน้มการเติบโต แต่ธุรกิจโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการรักษาโรคมะเร็งอาจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอนาคต
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วย แต่ความผันผวนของค่าเงินก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แผนการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต:** ความคืบหน้าและมูลค่าของโครงการที่จะมีการส่งมอบในไตรมาสถัดไป
* **แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการให้บริการ:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้จากสัญญาบำรุงรักษา
* **ผลประกอบการของบริษัทย่อย (โรงพยาบาล):** การเติบโตของจำนวนลูกค้าและรายได้จากกิจการโรงพยาบาล
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของรายได้จากการขาย ซึ่งเป็นรายได้หลักของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างของ CTARAF ในไตรมาส 3 ปี 2565 มีมูลค่า 308.02 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 76.87% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่เพียง 1 โครงการ เทียบกับปีก่อนที่มีการส่งมอบถึง 5 โครงการ (รวมโครงการจัดตั้งศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน และอีก 4 โครงการขนาดใหญ่) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะธุรกิจที่มีรายได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการส่งมอบโครงการใหญ่เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายกลับปรับตัวดีขึ้นจาก 19.06% ในปีก่อน เป็น 24.28% ในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของสินค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ปริมาณการขายจะลดลง แต่การควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้นช่วยลดผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นได้บางส่วน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับงบแสดงฐานะการเงินและงบกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนในบริษัทย่อย โดยเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 บริษัทฯ ได้จ่ายชำระเงินลงทุนในบริษัทย่อย (บริษัท แคนเซอร์อลิอันซ์ จำกัด) จำนวน 96.4 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 65% เป็น 73.97% บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยดังกล่าวเท่ากับ 1.33 ล้านบาท ตามสัดส่วนการลงทุน
นอกจากนี้ มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 52.36% เนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าลดลง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเงินทุนหรือการดำเนินงานที่ส่งผลต่อภาระดอกเบี้ย
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ CTARAF ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการลดลงอย่างรุนแรงของรายได้จากการขายโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิให้ลดลงถึง 57.53% แม้ว่าธุรกิจบริการทั้งรายได้จากการให้บริการและรายได้จากกิจการโรงพยาบาลจะเติบโตได้ดี และบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการในอนาคตยังคงต้องจับตาจังหวะการส่งมอบโครงการใหญ่เป็นสำคัญ ขณะที่ธุรกิจบริการมีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอมากขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CTARAF ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
45.92
ล้านบาท
↓ 0.1% YoY
กำไรขั้นต้น
45.92
ล้านบาท
↓ 0.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
100.00
%
กำไรสุทธิ
42.39
ล้านบาท
↓ 3.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
92.31
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
46
↓ -0.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
46
↓ -0.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
42
↓ -3.4%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CTARAF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
5.20
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CTARAF
| รายการ | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
2,048.55
-1.97%
|
2,089.78
+0.37%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
3.94
-48.87%
|
7.70
-72.15%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
74.26
|
43.64
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-87
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CTARAF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-87.27
+2.67%
|
-85.00
+2.10%
|
-83.25
+5.17%
|
-79.16
-3.43%
|
-81.97
-300.46%
|
40.89
-1.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
84.48
+0.38%
|
84.16
|
84.16
+4.57%
|
80.48
-1.69%
|
81.86
-304.14%
|
-40.10
-1.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|