บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
2.96
0.02 (0.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6921 out_tok=3468 at=2026-07-25T13:15:14 -->
CMAN พลิกกำไร Q4/64 พุ่ง 59.4% รับอานิสงส์ส่งออก-ความต้องการปูนไลม์ฤดูน้ำตาล
รายได้-กำไรโตตามปริมาณขาย-ค่าเงินบาทอ่อน ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุน-รับมือค่าขนส่งสูง
บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 93 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 86.2% โดยมีรายได้รวม 888 ล้านบาท เติบโต 59.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดส่งออกและความต้องการปูนไลม์ในประเทศช่วงฤดูกาลน้ำตาล ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงช่วยหนุนรายได้จากการส่งออก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CMAN ในไตรมาส 4 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไร มาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จะยังคงเผชิญกับต้นทุนค่าขนส่งที่สูง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการที่สูงถึง 59.4% YoY** ซึ่งส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 93 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ปัจจัยนี้ขับเคลื่อนโดยปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการรับรู้รายได้จากการให้บริการที่ศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley และผลจากอัตราแลกเปลี่ยน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรก **ยอดส่งออกของเคมีแมนเพิ่มขึ้น 13.0% จากไตรมาส 3** และคิดเป็น 70% ของรายได้รวมในปี 2564 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังคงแข็งแกร่งในประเทศพัฒนาแล้ว ประการที่สอง **ความต้องการปูนไลม์ของลูกค้าในอุตสาหกรรมน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลน้ำตาล** (ไตรมาส 1 และ 4) ส่งผลให้ยอดขายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ประการที่สาม **กำลังการผลิตปูนควิกไลม์ของโรงงานแก่งคอย (KK) เพิ่มสูงถึง 85%** เพื่อรองรับความต้องการในช่วง peak period และ **กำลังการผลิตปูนไฮเดรตไลม์ของโรงงานระยอง (RY) เพิ่มขึ้น** เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ นอกจากนี้ **การอ่อนค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ** ยังเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออกที่ส่วนใหญ่ทำในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม บริษัทเผชิญกับ **ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าแบบตู้คอนเทนเนอร์ที่สูง** แม้ต้นทุนค่าขนส่งเหมาเรือจะลดลงในไตรมาส 4 แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าหากไม่รวมผลขาดทุน 38 ล้านบาทจากต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษจากการขนส่งเหมาเรือ 2 ลำไปยัง Western Australia ผลการดำเนินงานของบริษัทจะเป็นกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยกดดัน**
ปัจจัยบวกด้านปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เหมืองแร่โลหะ, พลาสติกชีวภาพ, กระดาษ, และน้ำตาล มีแนวโน้มจะส่งผลดีต่อรายได้ในปี 2565 ตามที่บริษัทคาดการณ์ว่าความต้องการปูนไลม์จะยังคงสูงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนค่าพลังงาน โดยเฉพาะราคาถ่านหินที่ปรับสูงขึ้นเกินเท่าตัวในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา** จะเป็นความท้าทายสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร เนื่องจากบริษัทต้องต่ออายุสัญญาซื้อขายถ่านหินในราคาที่สูงขึ้น นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley ที่ยังคงสูงในช่วงแรกของการเปิดดำเนินงานก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q4/64 แตะ 888 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.4% YoY** จากปริมาณขายที่สูงขึ้นทั้งในประเทศและส่งออก รวมถึงรายได้จากศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley และค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาทใน Q4/64** จากที่ขาดทุน 93 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยหากไม่รวมผลขาดทุนพิเศษจากค่าขนส่งเหมาเรือ 38 ล้านบาท บริษัทจะมีกำไร
* **EBITDA Q4/64 อยู่ที่ 127 ล้านบาท** พลิกจากขาดทุน 7 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **กำลังการผลิตปูนควิกไลม์โรงงานแก่งคอย (KK) สูงถึง 85%** เพื่อรองรับความต้องการช่วง peak period อุตสาหกรรมน้ำตาล
* **กำลังการผลิตปูนไฮเดรตไลม์โรงงานระยอง (RY) เพิ่มขึ้น** ตอบรับความต้องการกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ
* **ศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley ในออสเตรเลีย มีกำลังกระจายสินค้า 70%** ของที่ออกแบบไว้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 888 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 59.4% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากปริมาณการขายสินค้าที่สูงขึ้น รายได้จากการให้บริการที่ศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งบริษัทส่งออกสินค้า 70% ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
ปริมาณขายปูนควิกไลม์ลดลงเล็กน้อย 4.1% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบจาก supply chain bottlenecks แต่ปริมาณขายปูนไฮเดรตไลม์เพิ่มขึ้น 37.0% จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพและเหมืองแร่นิกเกิล
การผลิตที่โรงงานแก่งคอยอยู่ที่ประมาณ 85% เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ส่วนโรงงานที่เวียดนามมีกำลังการผลิตประมาณ 90% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้า
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้า แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายดำเนินงานของศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นได้ดี
บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 13 ล้านบาท หรือ (0.01) บาทต่อหุ้นในไตรมาส 4 ปี 2564 เทียบกับผลขาดทุน 93 ล้านบาท หรือ (0.10) บาทต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
สำหรับภาพรวมปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 3,002 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.0% จากปีก่อน ซึ่งเป็นมูลค่ารายได้ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เปิดดำเนินการ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และการอ่อนตัวของค่าเงินบาท EBITDA เพิ่มขึ้น 137.8% เป็น 553 ล้านบาท และพลิกมีกำไรสุทธิ 98 ล้านบาท หรือ 0.10 บาทต่อหุ้น จากที่ขาดทุนสุทธิ 120 ล้านบาท หรือ (0.12) บาทต่อหุ้นในปี 2563
## โอกาส
* **ความต้องการปูนไลม์ในตลาดปี 2565 ยังคงสูงต่อเนื่อง** ในหลายภาคอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มเหมืองแร่โลหะและอโลหะ, เหล็กและเหล็กกล้า, พลาสติกชีวภาพ, กระดาษและเยื่อกระดาษ, และอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งจะช่วยให้ portfolio ลูกค้าสมดุลและลดความผันผวนตามฤดูกาล
* **การเพิ่มกำลังการผลิตปูนไฮเดรตไลม์ที่โรงงานระยอง** เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น
* **เตาเผาปูนไลม์เตาที่ 2 ของโรงงาน Easternbulk Lime ประเทศอินเดีย** คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงต้นไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิต
* **การปรับเงื่อนไขทางการขายเป็น FOB สำหรับสินค้าส่งออกในอนาคต** เพื่อลดความเสี่ยงจากต้นทุนค่าขนส่งทางเรือ
* **การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม** มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนค่าพลังงาน โดยเฉพาะราคาถ่านหินที่ปรับสูงขึ้น** เกินเท่าตัวในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จะเป็นความท้าทายสำคัญที่บริษัทต้องบริหารจัดการ เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิต และคาดว่าต้นทุนจะขยับสูงขึ้นจากการต่ออายุสัญญาซื้อขาย
* **ความท้าทายด้าน supply chain ที่ตึงตัว** เช่น ความแออัดของท่าเรือ ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ไม่เพียงพอ และระยะเวลาขนส่งที่นานกว่าปกติ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งสูงเกินคาดและกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19** ยังคงมีความไม่แน่นอนของผลกระทบและระยะเวลาสิ้นสุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ สถานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสด
* **การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley** และการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในส่วนที่ยังคงสูงในช่วงแรกของการเปิดดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาถ่านหินและผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน** ในปี 2565
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่ง** โดยเฉพาะการปรับเงื่อนไขการขายเป็น FOB
* **ผลการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนของศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley** ในออสเตรเลีย
* **ความคืบหน้าการเริ่มดำเนินการของเตาเผาปูนไลม์เตาที่ 2 ที่ประเทศอินเดีย**
* **การตอบรับของตลาดต่อกำลังการผลิตปูนไฮเดรตไลม์ที่เพิ่มขึ้น**
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19** ต่ออุปสงค์และอุปทาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization Rate:** กำลังการผลิตปูนควิกไลม์โรงงานแก่งคอย (KK) อยู่ที่ 85% เพื่อรองรับความต้องการในช่วง peak period ของอุตสาหกรรมน้ำตาล และกำลังการผลิตปูนไฮเดรตไลม์ของโรงงานระยอง (RY) เพิ่มขึ้นตามความต้องการของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ โรงงานที่เวียดนามมีกำลังการผลิตประมาณ 90% ในไตรมาส 4
**Order Book:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดของ order book โดยตรง แต่ระบุถึงความต้องการปูนไลม์ที่สูงต่อเนื่องในหลายภาคอุตสาหกรรมสำหรับปี 2565
**ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะราคาถ่านหินเป็นความท้าทายสำคัญที่คาดว่าจะสูงขึ้นจากการต่ออายุสัญญาซื้อขาย
**GPM (Gross Profit Margin):** ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่ระบุว่าอัตรากำไรจากกิจกรรมดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2564 เท่ากับ 3.7% ของยอดขาย สูงขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า จากค่าขนส่งที่ลดลง (จากการปรับเงื่อนไขการขายเป็น FOB) ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
**การส่งออก:** ยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 13.0% จากไตรมาส 3 และคิดเป็น 70% ของรายได้รวมในปี 2564 โดยส่งออกไปยัง 30 ประเทศในเอเชีย ออสเตรเลีย และแอฟริกา
**ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก
**สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดของสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสุทธิ 194 ล้านบาท
สินทรัพย์รวมเท่ากับ 7,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 919 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายเท่ากับ 3,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.2% จากปีก่อนหน้า โดยหนี้สินสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 3,794 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืม 1,142 ล้านบาท และการเบิกเงินกู้ 1,610 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อใช้ในการก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley
สำหรับงวดสิบสองเดือนปี 2564 กระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเท่ากับ 307 ล้านบาท กระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมลงทุนเท่ากับ 1,014 ล้านบาท และกระแสเงินสดรับสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินเท่ากับ 1,137 ล้านบาท
วงจรเงินสดเฉลี่ยในปี 2564 อยู่ที่ 48 วัน ลดลง 31 วันจากปี 2563 จากระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยและระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยที่สั้นลง และการได้รับ credit term ที่ยาวขึ้นจากเจ้าหนี้การค้า
## สรุปท้าย
CMAN พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 4 ปี 2564 จากการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากภาคการส่งออกและอานิสงส์จากฤดูกาลผลิตน้ำตาล ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในปี 2565 คือต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากราคาถ่านหินที่ปรับตัวขึ้น และปัญหา Supply Chain ที่ยังคงอยู่ ซึ่งฝ่ายจัดการต้องเร่งบริหารจัดการเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ในขณะเดียวกัน บริษัทก็มีโอกาสจากการขยายกำลังการผลิตและการเปิดดำเนินการโครงการใหม่ๆ ที่จะช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CMAN ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
896.11
ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
337.83
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
37.70
%
กำไรสุทธิ
80.41
ล้านบาท
↓ 4.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.97
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
896
↓ -4.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
338
↓ -4.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
80
↓ -4.4%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CMAN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
13.90
ROA (%)
8.46
Book Value/หุ้น
2.98
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CMAN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-595
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+109
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CMAN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-595.30
+0.85%
|
-590.26
-17.60%
|
-716.35
-2.76%
|
-736.65
-17.37%
|
-891.46
+3,341.93%
|
-25.90
-148.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
108.80
+23.93%
|
87.79
-33.65%
|
132.32
+1,016.62%
|
11.85
-97.78%
|
533.23
-334.59%
|
-227.30
-56.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,054.80
+38.95%
|
759.11
+33.33%
|
569.34
+24.46%
|
457.45
+117.30%
|
210.52
-41.39%
|
359.20
-29.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
489.24
+53.82%
|
318.05
+580.61%
|
46.73
-158.19%
|
-80.30
-260.18%
|
50.13
-58.16%
|
119.81
+256.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
415.38
+151.49%
|
165.17
+34.66%
|
122.66
-36.75%
|
193.93
-60.71%
|
493.57
+129.08%
|
215.46
+71.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
135.38
-67.41%
|
415.38
+151.49%
|
165.17
+34.66%
|
122.66
-36.75%
|
193.93
-60.71%
|
493.57
+129.08%
|