บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
2.96
0.02 (0.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5711 out_tok=2829 at=2026-07-25T13:33:19 -->
# CMAN Q3/2564 พลิกขาดทุนเป็นกำไร รับดีมานด์ปูนไลม์ฟื้น-ส่งออกโต
## รายได้-กำไรฟื้นตัวแรง YoY แต่ GPM ถูกกดดันจากต้นทุนพลังงาน-ขนส่งพุ่งสูง
บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 5 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 25 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตถึง 76.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CMAN ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 76.9% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายปูนควิกไลม์ และการเริ่มให้บริการที่ศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley Distribution Center ในออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรคือ **ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ทำให้ GPM ถูกบีบตัว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ความต้องการปูนไลม์ในหลากหลายอุตสาหกรรมของลูกค้าแข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเหมืองอลูมิเนียม เหมืองทอง กระดาษและเยื่อกระดาษ ทำให้ปริมาณขายปูนควิกไลม์เพิ่มขึ้นถึง 23.5% QoQ ประการที่สอง การเปิดศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley Distribution Center ใน Western Australia ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน 2564 ช่วยเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าและสร้างรายได้เพิ่ม ประการที่สาม ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หนุนรายได้จากการส่งออก ซึ่งคิดเป็น 70% ของยอดขายทั้งหมด และส่งออกในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
ในทางกลับกัน ต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร โดยราคาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานของโรงงานในไทยและเวียดนามเพิ่มขึ้น 1% และ 60% ตามลำดับ YoY นอกจากนี้ ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น 42% YoY ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรจากกิจกรรมดำเนินงานลดลงเหลือ 2.3% ของยอดขาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน** ฝ่ายจัดการระบุว่าคำสั่งซื้อของบริษัทแสดงให้เห็นว่าความต้องการปูนไลม์ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภาคอุตสาหกรรมหลักต่างๆ ซึ่งจะทำให้รูปแบบการขายมีความสม่ำเสมอตลอดปี (seasonality ลดลง) และคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตที่โรงงานแก่งคอยจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 90% ในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วง peak period นอกจากนี้ ศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley คาดว่าจะมีกำลังการกระจายสินค้าได้กว่า 90% ภายในปี 2565
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักที่ต้องเผชิญคือการปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนด้านพลังงานและค่าขนส่งทั้งในและระหว่างประเทศ ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผลกำไรจากการดำเนินงาน บริษัทกำลังดำเนินการตามแผนกลยุทธ์เพื่อปรับปรุงการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.9% YoY** จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและการเริ่มให้บริการที่ศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 5 ล้านบาท** จากขาดทุน 25 ล้านบาทใน Q3/2563 แม้ GPM ถูกกดดัน
* **กำลังการผลิตโรงงานแก่งคอย (KK) เพิ่มเป็น 85%** จาก 75% ใน Q2/2564 รองรับความต้องการช่วง peak period
* **ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งสูงขึ้นมีนัยสำคัญ** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley ในออสเตรเลียเปิดดำเนินการแล้ว** และมีอัตราการใช้กำลังการกระจายสินค้า 66% ณ เดือน ต.ค. 64
* **หนี้สินสุทธิ (Net Debt) เพิ่มขึ้นเป็น 3,733 ล้านบาท** จากการเบิกเงินกู้เพื่อก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 CMAN มีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นถึง 76.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น รายได้จากการเริ่มให้บริการที่ศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 5 ล้านบาท หรือ 0.01 บาทต่อหุ้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 25 ล้านบาท หรือ (0.03) บาทต่อหุ้น ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานจะสูงขึ้นก็ตาม
เมื่อพิจารณา Adjusted EBITDA ยกเว้นรายการพิเศษ อยู่ที่ 161 ล้านบาท ลดลง 25.3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 130.6% YoY
สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2564 บริษัทมีกระแสเงินสดรับสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 171 ล้านบาท และมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 171 ล้านบาท
## โอกาส
* **ความต้องการปูนไลม์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง** จากภาคอุตสาหกรรมหลัก เช่น เหมืองอลูมิเนียม นิกเกิล เหล็ก กระดาษ น้ำตาล และพลาสติกชีวภาพ
* **การเปิดศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley Distribution Center** ใน Western Australia ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าและขยายฐานลูกค้าในออสเตรเลีย
* **การส่งออกที่แข็งแกร่ง** คิดเป็น 70% ของยอดขายทั้งหมดไปยัง 30 ประเทศในเอเชีย ออสเตรเลีย และแอฟริกา
* **การเพิ่มกำลังการผลิต** ที่โรงงานแก่งคอย คาดว่าจะเกิน 90% ในไตรมาส 4 และมีแผนเสริมความแข็งแกร่งและเตรียมพร้อมเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศไทยและเวียดนามในปีต่อๆ ไป
* **การลดลงของ seasonality** ในการขาย เนื่องจากความต้องการที่สม่ำเสมอจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ทั้งในและระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์** และการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมขนส่ง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** แม้ว่าบริษัทจะมีกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง แต่ก็ยังคงมีผลกระทบอยู่บ้าง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19** ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ สถานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสด
* **การเลื่อนการจัดส่งของลูกค้าบางกลุ่ม** จากผลกระทบด้าน supply chain bottlenecks
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และค่าขนส่ง** ว่าจะปรับตัวขึ้นหรือลง และส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างไร
* **อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานแก่งคอยและเวียดนาม** ว่าจะสามารถรักษาหรือเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **ความคืบหน้าในการดำเนินงานและอัตราการใช้กำลังการกระจายสินค้าของศูนย์ Hope Valley**
* **ผลกระทบจากปัญหา Supply Chain Bottlenecks และการขาดแคลนแรงงาน** ต่อการส่งมอบสินค้าและต้นทุน
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุน** ของบริษัท เพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
* **การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน** โดยเฉพาะผลกระทบจากค่าเงิน AUD/USD และ USD/THB
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** กำลังการผลิตโรงงานแก่งคอยเพิ่มเป็น 85% ใน Q3/2564 จาก 75% ใน Q2/2564 และคาดว่าจะเกิน 90% ใน Q4/2564 โรงงานเวียดนามมีกำลังการผลิตกว่า 90% ใน Q3/2564 เพิ่มขึ้นจาก 86% ใน Q2/2564
* **Order Book:** ฝ่ายจัดการระบุว่าความต้องการปูนไลม์ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภาคอุตสาหกรรมหลัก
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น
* **GPM:** ถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น
* **ส่งออก:** คิดเป็น 70% ของยอดขายทั้งหมด ส่งออกในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หนุนรายได้จากการส่งออก มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้และรับรู้ได้ใน Q3 ลดลงเหลือ 12 ล้านบาท
* **สินค้าคงคลัง:** วงจรเงินสดเพิ่มขึ้น 12 วัน QoQ เป็น 71 วัน จากระยะเวลา credit term เฉลี่ยที่ได้รับสั้นลง และต้นทุนค่าขนส่งทางเรือที่เพิ่มสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **หนี้สิน:** หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย ณ 30 ก.ย. 2564 เท่ากับ 3,904 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% QoQ จากการเบิกเงินกู้ 117 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley และชำระคืนเงินกู้ 89 ล้านบาท หนี้สินสุทธิ (Net Debt) เพิ่มขึ้นเป็น 3,733 ล้านบาท
* **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดรับสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานสำหรับงวดเก้าเดือนเท่ากับ 171 ล้านบาท กระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมลงทุนเท่ากับ 769 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในศูนย์กระจายสินค้า Hope Valley กระแสเงินสดรับสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินเท่ากับ 454 ล้านบาท
* **เงินสด:** เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาส จำนวน 171 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CMAN ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถพลิกกลับมามีกำไรได้จากแรงหนุนของรายได้ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการฟื้นตัวของความต้องการปูนไลม์ในอุตสาหกรรมต่างๆ และการเริ่มรับรู้รายได้จากศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ในออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตาคือต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าฝ่ายจัดการจะมีแผนกลยุทธ์เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและคาดการณ์แนวโน้มความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ COVID-19 และปัญหา Supply Chain ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CMAN ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
896.11
ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
337.83
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
37.70
%
กำไรสุทธิ
80.41
ล้านบาท
↓ 4.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.97
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
896
↓ -4.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
338
↓ -4.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
80
↓ -4.4%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CMAN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
13.90
ROA (%)
8.46
Book Value/หุ้น
2.98
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CMAN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-595
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+109
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CMAN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-595.30
+0.85%
|
-590.26
-17.60%
|
-716.35
-2.76%
|
-736.65
-17.37%
|
-891.46
+3,341.93%
|
-25.90
-148.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
108.80
+23.93%
|
87.79
-33.65%
|
132.32
+1,016.62%
|
11.85
-97.78%
|
533.23
-334.59%
|
-227.30
-56.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,054.80
+38.95%
|
759.11
+33.33%
|
569.34
+24.46%
|
457.45
+117.30%
|
210.52
-41.39%
|
359.20
-29.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
489.24
+53.82%
|
318.05
+580.61%
|
46.73
-158.19%
|
-80.30
-260.18%
|
50.13
-58.16%
|
119.81
+256.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
415.38
+151.49%
|
165.17
+34.66%
|
122.66
-36.75%
|
193.93
-60.71%
|
493.57
+129.08%
|
215.46
+71.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
135.38
-67.41%
|
415.38
+151.49%
|
165.17
+34.66%
|
122.66
-36.75%
|
193.93
-60.71%
|
493.57
+129.08%
|