บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
2.96
0.02 (0.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6051 out_tok=2902 at=2026-07-25T11:59:29 -->
# CMAN กำไรสุทธิ Q3/2566 วูบ 80.9% รับแรงกดดันเศรษฐกิจโลกชะลอ-เลื่อนคำสั่งซื้อ
## รายได้-กำไรหดตัวตามฤดูกาลและเศรษฐกิจ แต่ GPM พุ่งรับการบริหารต้นทุน-ซ่อมบำรุงเตา
บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 769 ล้านบาท ลดลง 19.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 14 ล้านบาท ลดลงถึง 80.9% โดยมีปัจจัยหลักมาจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและความต้องการสินค้าปูนไลม์ลดลงตามฤดูกาล ทำให้ลูกค้าเลื่อนคำสั่งซื้อออกไป อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้จากการบริหารจัดการต้นทุนและการหยุดเดินเตาเผาเพื่อซ่อมบำรุงใหญ่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ CMAN ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความต้องการสินค้าปูนไลม์ที่ลดลงตามฤดูกาล ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการหดตัวลง 19.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้จำนวน 23 ล้านบาท** ซึ่งกดดันกำไรสุทธิให้เหลือเพียง 14 ล้านบาท หรือลดลง 80.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความต้องการสินค้าปูนไลม์ที่ลดต่ำลงตามฤดูกาล รวมถึงภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว ทำให้ลูกค้าเลื่อนคำสั่งซื้อออกไปเป็นช่วงไตรมาส 4 โดยเฉพาะในกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการขายในต่างประเทศที่ลดลง 34.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้จำนวน 23 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินดองเวียดนาม ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิ
อย่างไรก็ตาม ในด้านต้นทุนขายและบริการ บริษัทมีการหยุดเดินเตาเผาปูนไลม์บางเตาเพื่อซ่อมบำรุงใหญ่ ประกอบกับราคาพลังงานที่ลดลง และยอดขายที่ลดลง ส่งผลให้ต้นทุนขายลดลง 26.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ต้นทุนการบริการลดลง 19.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 34.68% จาก 29.48% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากคำสั่งซื้อของลูกค้าต่างประเทศที่เลื่อนมาจากไตรมาส 3 และความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กลุ่มเหมืองแร่ กลุ่มน้ำตาล และกลุ่มเยื่อกระดาษและกระดาษ ทำให้ CMAN คาดว่ายอดขายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการปูนไลม์ของตลาดจะเพิ่มสูงสุดตามฤดูกาล ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการขยายฐานลูกค้าในตลาดที่มีศักยภาพ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้ Q3/2566 อยู่ที่ 769 ล้านบาท ลดลง 19.9% YoY** จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความต้องการสินค้าปูนไลม์ที่ลดลงตามฤดูกาล
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 อยู่ที่ 14 ล้านบาท ลดลง 80.9% YoY** โดยมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้จำนวน 23 ล้านบาท เป็นปัจจัยกดดันสำคัญ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นเป็น 34.68%** จาก 29.48% YoY เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนและการหยุดเดินเตาเผาเพื่อซ่อมบำรุงใหญ่
* **EBITDA (Adjusted) อยู่ที่ 174 ล้านบาท ลดลง 43.9% YoY** จากยอดขายที่ปรับตัวลดลงและการปรับเงินเดือนพนักงานประจำปี
* **หนี้สินรวมลดลง 9.9% จากสิ้นปี 2565** สู่ระดับ 3,980 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวเป็นหลัก
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 CMAN มีรายได้จากการขายและบริการรวม 769 ล้านบาท ลดลง 10.2% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 19.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ในประเทศอยู่ที่ 317 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% YoY แต่ลดลง 4.1% QoQ เนื่องจากสิ้นสุดฤดูหีบอ้อย ขณะที่รายได้ในต่างประเทศอยู่ที่ 380 ล้านบาท ลดลง 34.6% YoY และ 16.1% QoQ จากความต้องการที่ลดลงและลูกค้าเลื่อนคำสั่งซื้อ
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 14 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 76.8% QoQ และ 80.9% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 1.8% ซึ่งลดลงจาก 6.6% ในไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้จำนวน 23 ล้านบาท หากไม่นับรวมรายการนี้ กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 36 ล้านบาท ซึ่งคงที่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **การขยายฐานลูกค้าในประเทศเป้าหมายที่มีอัตราเติบโตสูง:** เช่น อินโดนีเซียและออสเตรเลีย ซึ่งมีแผนโครงการเหมืองแร่สำคัญในปี 2567-2569 เช่น นิกเกิล ลิเทียม และแร่ธาตุหายาก (Rare earths) ที่ใช้ปูนไลม์ในกระบวนการผลิต
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ:** เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและมีมูลค่าเพิ่มสูง
* **การลงทุนในพลังงานสะอาด:** แผนลงทุนเพิ่มเติมในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการรถไฟฟ้า (Electric Vehicles) จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
* **การเพิ่มกำลังการผลิต:** มีเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตเป็น 2 ล้านตันต่อปี เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจและเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาเงินเฟ้อ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวน อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าปูนไลม์
* **อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการกระแสเงินสด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** โดยเฉพาะการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินดองเวียดนาม ส่งผลกระทบต่อผลกำไรที่ยังไม่รับรู้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อในไตรมาส 4/2566:** โดยเฉพาะจากลูกค้าต่างประเทศ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ กลุ่มน้ำตาล และกลุ่มเยื่อกระดาษ
* **การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ:** แม้ราคาพลังงานโลกจะลดลง แต่ยังต้องติดตามความผันผวน
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ:** โดยเฉพาะโครงการเหมืองแร่ในอินโดนีเซียและออสเตรเลีย
* **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนทางการเงิน:** และความสามารถในการชำระคืนหนี้
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** และผลกระทบต่อกำไรที่รับรู้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การหยุดเดินเตาเผาบางเตาเพื่อซ่อมบำรุงใหญ่ในไตรมาส 3 สะท้อนถึงการบริหารจัดการเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตในช่วง High Season ในไตรมาส 4 และ 1
* **Order Book:** มีการกล่าวถึงการเลื่อนคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศมายังไตรมาส 4 ซึ่งบ่งชี้ถึงการมี Order Book ที่จะสนับสนุนรายได้ในไตรมาสถัดไป
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตปูนไลม์โดยตรง แต่กล่าวถึงราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุน
* **GPM:** ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 34.68% จาก 29.48% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงจากการหยุดเดินเตาเผาและการลดลงของราคาพลังงาน
* **การส่งออก:** รายได้จากการขายในต่างประเทศลดลง 34.6% YoY เนื่องจากความต้องการที่ลดลงและลูกค้าเลื่อนคำสั่งซื้อ
* **ค่าเงิน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้จำนวน 23 ล้านบาท จากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินดองเวียดนาม เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง แต่สินทรัพย์รวมลดลง 4.6% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากลูกหนี้คงค้างและสินค้าคงเหลือที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสุทธิ:** อยู่ที่ 100 ล้านบาท ณ สิ้นสุด 9 เดือนแรกปี 2566
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 705 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** จ่ายออก 106 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ในโครงการโซล่าร์ฟาร์ม ต้นทุนซ่อมบำรุงใหญ่ และการปรับปรุงศูนย์กระจายสินค้าที่ออสเตรเลีย
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** จ่ายออก 598 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวและหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน 443 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวม:** 6,459 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากสิ้นปี 2565
* **หนี้สินรวม:** 3,980 ล้านบาท ลดลง 9.9% จากสิ้นปี 2565 จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวเป็นหลัก
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1.65 เท่า ลดลงจาก 1.95 เท่า ณ สิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
CMAN เผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและปัจจัยฤดูกาล ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนที่เข้มข้นและการหยุดเดินเตาเผาเพื่อซ่อมบำรุงใหญ่ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น ขณะที่การชำระคืนหนี้สินอย่างต่อเนื่องช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานะการเงิน แม้จะมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้เข้ามาเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ แต่แนวโน้มคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 ประกอบกับการมุ่งเน้นโอกาสการเติบโตในตลาดใหม่ๆ และการลงทุนในพลังงานสะอาด จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CMAN ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
896.11
ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
337.83
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
37.70
%
กำไรสุทธิ
80.41
ล้านบาท
↓ 4.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.97
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
896
↓ -4.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
338
↓ -4.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
80
↓ -4.4%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CMAN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
13.90
ROA (%)
8.46
Book Value/หุ้น
2.98
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CMAN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-595
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+109
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CMAN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-595.30
+0.85%
|
-590.26
-17.60%
|
-716.35
-2.76%
|
-736.65
-17.37%
|
-891.46
+3,341.93%
|
-25.90
-148.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
108.80
+23.93%
|
87.79
-33.65%
|
132.32
+1,016.62%
|
11.85
-97.78%
|
533.23
-334.59%
|
-227.30
-56.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,054.80
+38.95%
|
759.11
+33.33%
|
569.34
+24.46%
|
457.45
+117.30%
|
210.52
-41.39%
|
359.20
-29.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
489.24
+53.82%
|
318.05
+580.61%
|
46.73
-158.19%
|
-80.30
-260.18%
|
50.13
-58.16%
|
119.81
+256.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
415.38
+151.49%
|
165.17
+34.66%
|
122.66
-36.75%
|
193.93
-60.71%
|
493.57
+129.08%
|
215.46
+71.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
135.38
-67.41%
|
415.38
+151.49%
|
165.17
+34.66%
|
122.66
-36.75%
|
193.93
-60.71%
|
493.57
+129.08%
|