บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.35
+0.01 (+2.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5886 out_tok=2414 at=2026-07-25T11:05:39 -->
# BYD พลิกขาดทุนปี 65 สู่กำไร 155 ล้านบาท รับรายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมพุ่ง
## รายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมโตแรงหนุน BYD พลิกมีกำไร ขณะส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วมยังกดดัน
บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 155.51 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 143.28 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ BYD พลิกจากขาดทุนในปี 2564 มามีกำไรสุทธิ 155.51 ล้านบาทในปี 2565 มาจาก **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม** ซึ่งสามารถชดเชยผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากส่วนแบ่งขาดทุนในเงินลงทุนในบริษัทร่วมได้ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะงบการเงินเฉพาะกิจการ รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 154.88% แต่หากรวมส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม รายได้รวมกลับลดลง 129.88%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** เพิ่มขึ้นถึง 1,097.05% หรือ 160.17 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมแก่บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทร่วม และดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามแผนการตลาด
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 208.70% หรือ 19.68 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมด้านวาณิชธนกิจที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 49.41% หรือ 19.36 ล้านบาท จากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมาก:** เพิ่มขึ้นถึง 1,929.75% หรือ 301.62 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทร่วมรับรู้ผลขาดทุนของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเข้าซื้อกิจการกลุ่มบริษัทสมาร์ทบัส จำกัด และกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์ โบ๊ท จำกัด ทำให้มีต้นทุนขายและให้บริการ ค่าเสื่อมราคา ค่าพลังงาน ค่าใช้จ่ายบุคลากร และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจะเติบโตได้ดีในปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ แต่การเติบโตดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากรายการที่เกี่ยวข้องกับบริษัทร่วมอย่าง ไทยสมายล์บัส ซึ่งมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงมากจากการขยายกิจการและการเข้าซื้อกิจการใหม่ ทำให้มีผลขาดทุนจำนวนมากที่ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งขาดทุนของ BYD การที่ผลประกอบการจะต่อเนื่องหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส รวมถึงแผนการดำเนินงานของ BYD ในการบริหารจัดการเงินลงทุนในบริษัทร่วม
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 155.51 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนขาดทุน 143.28 ล้านบาท
* **รายได้รวมเฉพาะกิจการโต 154.88%:** จาก 112.66 ล้านบาท เป็น 287.15 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยพุ่ง 1,097.05%:** จาก 14.60 ล้านบาท เป็น 174.77 ล้านบาท จากเงินให้กู้ยืมแก่ไทยสมายล์บัส และธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
* **รายได้ค่าธรรมเนียมโต 208.70%:** จาก 9.43 ล้านบาท เป็น 29.11 ล้านบาท จากธุรกิจวาณิชธนกิจ
* **ส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วมพุ่ง 1,929.75%:** จาก 15.63 ล้านบาท เป็น 317.25 ล้านบาท จากผลขาดทุนของกลุ่มไทยสมายล์บัส
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 155.51 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 143.28 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 303.74 ล้านบาท หรือ 204.91% โดยมีรายได้รวมตามงบการเงินเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 174.49% จาก 112.66 ล้านบาท เป็น 287.15 ล้านบาท ในขณะที่งบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย มีขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 11.11 ล้านบาท เป็น 161.74 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นถึง 317.25 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์:** มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้า ซึ่งเป็นไปตามแผนการตลาดของบริษัท
* **การเติบโตของธุรกิจวาณิชธนกิจ:** รายได้ค่าธรรมเนียมด้านวาณิชธนกิจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
* **การขยายตัวของธุรกิจขนส่งมวลชน:** การเข้าซื้อกิจการกลุ่มบริษัทสมาร์ทบัส และกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์ โบ๊ท จำกัด มีการขยายเส้นทางเดินรถและเพิ่มจำนวนรถให้บริการ รวมถึงการพัฒนาระบบตั๋วร่วมและเหมาจ่าย ซึ่งอาจสร้างรายได้และผลกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม:** การรับรู้ผลขาดทุนจำนวนมากจากกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ซึ่งมีต้นทุนขายและให้บริการ ค่าเสื่อมราคา ค่าพลังงาน และต้นทุนทางการเงินที่สูงมาก เป็นความเสี่ยงสำคัญที่กดดันผลประกอบการโดยรวม
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินลดลง อันเนื่องมาจากความผันผวนของสภาพตลาดทุน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การขยายกิจการและการตัดจำหน่ายสิทธิการเดินรถบางสายที่ถูกปฏิรูป รวมถึงค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส:** ความสามารถในการสร้างรายได้และควบคุมต้นทุนของกลุ่มบริษัทนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อส่วนแบ่งขาดทุนของ BYD
* **แผนการให้บริการเชื่อมโครงข่ายและการตลาด:** การพัฒนาระบบตั๋วร่วมและเหมาจ่าย รวมถึงการขยายเส้นทาง อาจเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมและการเช่าซื้อรถ เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **รายได้ค่านายหน้า:** เพิ่มขึ้น 49.41% จาก 39.18 ล้านบาท เป็น 58.54 ล้านบาท จากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นและจำนวนลูกค้าที่มากขึ้น
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** เพิ่มขึ้น 208.70% จาก 9.43 ล้านบาท เป็น 29.11 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจวาณิชธนกิจ
* **รายได้ดอกเบี้ย:** เพิ่มขึ้น 1,097.05% จาก 14.60 ล้านบาท เป็น 174.77 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินให้กู้ยืมแก่ไทยสมายล์บัส และธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
* **กำไร/ขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงิน:** ลดลง 46.97% จาก 30.06 ล้านบาท เป็น 15.94 ล้านบาท จากกำไรการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 1,929.75% จาก 15.63 ล้านบาท เป็น 317.25 ล้านบาท จากผลขาดทุนของกลุ่มไทยสมายล์บัส
* **ค่าใช้จ่ายรวม:** ลดลง 28.52% จาก 251.75 ล้านบาท เป็น 179.94 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายอื่นลดลงจากการประมาณการค่าใช้จ่ายจากคดีความ และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 246.09 ล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมเงินและการเช่าซื้อรถ ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้สินทางการเงิน
## สรุปท้าย
BYD พลิกกลับมามีกำไรในปี 2565 จากการเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทร่วมอย่างไทยสมายล์บัส อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนจำนวนมากจากบริษัทร่วมยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและสร้างผลกำไรจากธุรกิจขนส่งมวลชน รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวม จะเป็นกุญแจสำคัญต่อทิศทางผลประกอบการของบริษัทในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BYD ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
196.48
ล้านบาท
↓ 65.3% YoY
กำไรขั้นต้น
264.24
ล้านบาท
↓ 47.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
134.48
%
กำไรสุทธิ
-250.91
ล้านบาท
↑ 180.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-127.70
%
D/E Ratio
0.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
196
↓ -65.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
264
↓ -47.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-251
↑ + 180.4%
YoY
D/E Ratio
0.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BYD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.05
ROE (%)
-44.49
ROA (%)
-40.58
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BYD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
5,079.21
-36.14%
|
7,954.16
-33.80%
|
12,014.65
-1.15%
|
12,154.93
+666.40%
|
1,661.91
+140.43%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
253.81
-29.91%
|
362.11
+48.34%
|
244.10
+34.05%
|
182.11
+26.13%
|
148.45
+41.11%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
4,825.39
-36.44%
|
7,592.05
-35.50%
|
11,770.55
-1.69%
|
11,972.83
+730.52%
|
1,513.46
+158.26%
|
| D/E | — |
0.05
|
0.05
|
0.02
|
0.02
|
0.10
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
-44.49
|
-47.28
|
-4.14
|
-2.41
|
-12.75
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
-40.58
|
-44.76
|
-3.37
|
-3.02
|
-11.38
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-124
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,216
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BYD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-123.61
-126.47%
|
467.05
-46.97%
|
880.67
-685.24%
|
-150.48
-121.81%
|
689.81
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,216.19
+478.89%
|
210.09
-140.77%
|
-515.32
-12.23%
|
-587.14
-1,781.87%
|
34.91
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
38.74
-333.80%
|
-16.57
+234.75%
|
-4.95
-134.09%
|
14.52
-101.46%
|
-993.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
360.41
-149.84%
|
-723.10
+168.73%
|
-269.08
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,044.34
-25.75%
|
1,406.58
-25.01%
|
1,875.80
+439.63%
|
347.61
+682.20%
|
44.44
-15.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
427.67
-59.05%
|
1,044.34
-25.75%
|
1,406.58
-25.01%
|
1,875.80
+79.65%
|
1,044.12
+708.02%
|