บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.35
+0.01 (+2.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7180 out_tok=2536 at=2026-07-25T03:40:01 -->
# BYD พลิกกำไร Q2/66 สวนทางขาดทุนหนักจากบริษัทร่วม รับดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมโต
## รายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมหนุนงบเฉพาะกิจการ BYD พลิกบวก ขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมยังกดดันภาพรวม
บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 76.26 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 30.77 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากการดำเนินงานเฉพาะกิจการ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณางบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 367.68 ล้านบาท จากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจำนวนมากจากบริษัทร่วม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BYD ในงบการเงินเฉพาะกิจการพลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2566 มาจาก **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ** ซึ่งชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงานอื่นๆ ได้ โดยรายได้รวมเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้นถึง 794.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในทางตรงกันข้าม หัวใจสำคัญที่ทำให้ภาพรวมผลประกอบการ (งบส่วนได้เสีย) ยังคงขาดทุนหนัก คือ **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น:** มาจากการรับรู้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมแก่บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทางอ้อม และดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามแผนการตลาด
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น:** ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมจากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียมจากการบริหารกองทุนส่วนบุคคล และค่าธรรมเนียมด้านวาณิชธนกิจ ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมในธุรกิจหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น:** เกิดจากการรับรู้ผลขาดทุนของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการขยายการลงทุน ทำให้มีค่าใช้จ่ายและค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นมากกว่ารายได้ที่เติบโต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
สำหรับผลประกอบการเฉพาะกิจการที่พลิกกลับมามีกำไรนั้น มีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปได้หากกิจกรรมในธุรกิจหลักทรัพย์ยังคงคึกคักและบริษัทสามารถบริหารจัดการการให้สินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนจากบริษัทร่วมยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลัก ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ากลุ่มไทยสมายล์บัสอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการขยายการลงทุนและมีแผนจะนำรถเข้าให้บริการเพิ่มเติมจำนวนมาก การเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารยังต่ำกว่าคาดการณ์ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามแผน ทำให้ต้องเร่งกลยุทธ์การตลาดต่อไป ซึ่งความสำเร็จของกลยุทธ์ดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาว่าส่วนแบ่งขาดทุนจะลดลงได้หรือไม่ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรเฉพาะกิจการ:** งบการเงินเฉพาะกิจการมีกำไรสุทธิ 76.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 30.77 ล้านบาทใน Q2/65
* **ขาดทุนภาพรวมเพิ่มขึ้น:** งบส่วนได้เสียขาดทุนสุทธิ 367.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 48.80 ล้านบาทใน Q2/65
* **รายได้ดอกเบี้ยพุ่ง:** รายได้ดอกเบี้ยเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น 3,392.86% มาจากเงินให้กู้ยืมแก่ไทยสมายล์บัส และสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์
* **ค่าธรรมเนียมเติบโต:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น 335.83% จากธุรกิจหลักทรัพย์และ Wealth Management
* **ส่วนแบ่งขาดทุนมหาศาล:** ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม (เอซอินคอร์ปอเรชั่น) เพิ่มขึ้น 2,362.23% เป็น 443.94 ล้านบาท จากผลประกอบการของไทยสมายล์บัส
* **ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น 114.53% จากการจ้างงานเพื่อรองรับธุรกิจหลักทรัพย์และ Wealth Management
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งบการเงินเฉพาะกิจการ:**
* **ไตรมาส 2/2566:** มีกำไรสุทธิ 76.26 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 30.77 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565
* **6 เดือนแรกปี 2566:** มีกำไรสุทธิ 157.41 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 40.53 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
**งบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย:**
* **ไตรมาส 2/2566:** มีขาดทุนสุทธิ 367.68 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 48.80 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565
* **6 เดือนแรกปี 2566:** มีขาดทุนสุทธิ 655.11 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 82.43 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจหลักทรัพย์:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงกิจกรรมที่คึกคักในธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และการบริหารจัดการกองทุน
* **การขยายธุรกิจ Wealth Management:** การเพิ่มขึ้นของพนักงานเพื่อรองรับธุรกิจนี้บ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่อขยายฐานลูกค้าและบริการ
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากเศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์และกิจกรรมการลงทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** การขาดทุนจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และผลกำไร
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งขาดทุนจำนวนมากจากกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่กดดันผลประกอบการโดยรวมของ BYD
* **การแข่งขันในธุรกิจหลักทรัพย์:** ธุรกิจหลักทรัพย์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมและการเช่าซื้อรถบัสของกลุ่มไทยสมายล์บัส อาจเป็นภาระต่อเนื่อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **กลยุทธ์การตลาดของไทยสมายล์บัส:** ความสามารถในการเพิ่มจำนวนผู้โดยสารให้เป็นไปตามแผน และการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย เพื่อลดส่วนแบ่งขาดทุน
* **แนวโน้มรายได้ดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการให้สินเชื่อของบริษัท
* **ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์:** ทิศทางของตลาดทุนและปริมาณการซื้อขายที่จะส่งผลต่อรายได้ค่าธรรมเนียม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิต:** การติดตามคุณภาพสินเชื่อและตั้งสำรองหนี้สูญอย่างเหมาะสม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**รายได้ดอกเบี้ย:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 3,392.86% ในไตรมาส 2/66 และ 2,997.88% ใน 6 เดือนแรกปี 66 โดยหลักมาจากดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมแก่บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด และดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ซึ่งสะท้อนถึงการขยายการให้สินเชื่อของบริษัท
**รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** เพิ่มขึ้น 335.83% ในไตรมาส 2/66 และ 235.91% ใน 6 เดือนแรกปี 66 จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียมจากการบริหารกองทุนส่วนบุคคล และค่าธรรมเนียมด้านวาณิชธนกิจ บ่งชี้ถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในธุรกิจหลักทรัพย์
**ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** เป็นปัจจัยลบสำคัญที่กดดันผลประกอบการภาพรวม โดยเฉพาะจากกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส ที่มีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นมากจากการเข้าซื้อกิจการและขยายเส้นทางเดินรถ แต่ต้นทุนขายและให้บริการ รวมถึงต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นสูงกว่ารายได้ ทำให้เกิดส่วนแบ่งขาดทุนจำนวนมาก
**ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน:** เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในงบเฉพาะกิจการและงบรวม สะท้อนถึงการขยายทีมงานเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจหลักทรัพย์และ Wealth Management
**การกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** เกิดจากการได้รับชำระคืนจากตั๋วแลกเงินที่เคยตั้งสำรองไว้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกชั่วคราว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่จากข้อมูลรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อ และจากค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินจากการกู้ยืมและการเช่าซื้อของกลุ่มไทยสมายล์บัส
## สรุปท้าย
BYD ในงบการเงินเฉพาะกิจการสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ในไตรมาส 2 ปี 2566 จากแรงหนุนของรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เติบโตอย่างโดดเด่นในธุรกิจหลักทรัพย์และ Wealth Management อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผลประกอบการยังคงถูกกดดันอย่างหนักจากส่วนแบ่งขาดทุนจำนวนมหาศาลที่รับรู้จากกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส ซึ่งอยู่ในช่วงของการลงทุนและขยายธุรกิจอย่างหนัก แม้จะมีโอกาสจากการเติบโตของธุรกิจหลักทรัพย์ แต่ความเสี่ยงจากผลประกอบการของบริษัทร่วมและความผันผวนของตลาดทุนยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BYD ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
196.48
ล้านบาท
↓ 65.3% YoY
กำไรขั้นต้น
264.24
ล้านบาท
↓ 47.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
134.48
%
กำไรสุทธิ
-250.91
ล้านบาท
↑ 180.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-127.70
%
D/E Ratio
0.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
196
↓ -65.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
264
↓ -47.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-251
↑ + 180.4%
YoY
D/E Ratio
0.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BYD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.05
ROE (%)
-44.49
ROA (%)
-40.58
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BYD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
5,079.21
-36.14%
|
7,954.16
-33.80%
|
12,014.65
-1.15%
|
12,154.93
+666.40%
|
1,661.91
+140.43%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
253.81
-29.91%
|
362.11
+48.34%
|
244.10
+34.05%
|
182.11
+26.13%
|
148.45
+41.11%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
4,825.39
-36.44%
|
7,592.05
-35.50%
|
11,770.55
-1.69%
|
11,972.83
+730.52%
|
1,513.46
+158.26%
|
| D/E | — |
0.05
|
0.05
|
0.02
|
0.02
|
0.10
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
-44.49
|
-47.28
|
-4.14
|
-2.41
|
-12.75
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
-40.58
|
-44.76
|
-3.37
|
-3.02
|
-11.38
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-124
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,216
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BYD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-123.61
-126.47%
|
467.05
-46.97%
|
880.67
-685.24%
|
-150.48
-121.81%
|
689.81
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,216.19
+478.89%
|
210.09
-140.77%
|
-515.32
-12.23%
|
-587.14
-1,781.87%
|
34.91
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
38.74
-333.80%
|
-16.57
+234.75%
|
-4.95
-134.09%
|
14.52
-101.46%
|
-993.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
360.41
-149.84%
|
-723.10
+168.73%
|
-269.08
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,044.34
-25.75%
|
1,406.58
-25.01%
|
1,875.80
+439.63%
|
347.61
+682.20%
|
44.44
-15.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
427.67
-59.05%
|
1,044.34
-25.75%
|
1,406.58
-25.01%
|
1,875.80
+79.65%
|
1,044.12
+708.02%
|