บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.35
+0.01 (+2.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3886 out_tok=2410 at=2026-07-25T13:19:37 -->
# BYD พลิกขาดทุนสุทธิ Q1/2565 พุ่ง 377% รับส่วนแบ่งขาดทุนเงินลงทุน
## รายได้รวมวูบ 92% ฝ่ายจัดการชี้ส่วนแบ่งขาดทุน "ไทยสมายล์บัส" ฉุดผลประกอบการ ขณะที่รายได้ค่านายหน้า-ที่ปรึกษาการเงินยังเติบโต
บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 377.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีขาดทุนสุทธิ 33.63 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 7.05 ล้านบาทในปีก่อน แม้รายได้ค่านายหน้าและรายได้ค่าธรรมเนียมจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมรายได้รวมกลับลดลงกว่า 92% เป็นผลหลักจากส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ BYD ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 23.87 ล้านบาท** ซึ่งเกิดจากการรับรู้ผลขาดทุนของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ประกอบกับการที่ **รายได้รวมลดลงอย่างมากถึง 92.42%** จาก 21.37 ล้านบาท เหลือเพียง 1.62 ล้านบาท แม้จะมีปัจจัยบวกจากรายได้ค่านายหน้าและรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การขาดทุนที่เพิ่มขึ้นนี้มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย โดยปัจจัยลบหลักคือ **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ขาดทุนของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ที่ BYD ถือหุ้นอยู่ นอกจากนี้ **รายได้รวมที่ลดลงอย่างมาก** เกิดจาก **กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงถึง 88.54%** จาก 4.80 ล้านบาท เหลือ 0.55 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง แม้ว่ารายได้ค่านายหน้าจะเพิ่มขึ้น 72.04% จาก 8.44 ล้านบาท เป็น 14.52 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายฐานลูกค้า และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 32.40% จาก 3.21 ล้านบาท เป็น 4.25 ล้านบาท จากการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบข้างต้นได้
ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมนั้นเพิ่มขึ้น 23.89% จาก 28.50 ล้านบาท เป็น 35.31 ล้านบาท โดยมี **ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น 16.19%** จาก 16.43 ล้านบาท เป็น 19.09 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับรายได้ค่านายหน้าที่เพิ่มขึ้นและจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับธุรกรรมที่เติบโต รวมถึง **ค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายเพิ่มขึ้น 55.44%** จาก 4.87 ล้านบาท เป็น 7.57 ล้านบาท ซึ่งแปรผันตามมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกคือ **การโอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 7.13 ล้านบาท** จากการได้รับชำระคืนเงินให้กู้ยืมและตั๋วแลกเงิน และ **ค่าใช้จ่ายอื่นลดลง 35.38%** จาก 23.43 ล้านบาท เป็น 15.14 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการประมาณการค่าใช้จ่ายจากคดีความที่ลดลงและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าผลประกอบการในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการ ซึ่งขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด เป็นหลัก ในขณะที่รายได้จากการดำเนินงานหลัก เช่น รายได้ค่านายหน้าและรายได้ค่าธรรมเนียม มีแนวโน้มเติบโตตามแผนการตลาดของบริษัท อย่างไรก็ตาม การลดลงของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินอาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 377.02%** เป็น 33.63 ล้านบาทใน Q1/2565 เทียบกับขาดทุน 7.05 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้รวมลดลง 92.42%** เหลือ 1.62 ล้านบาท จาก 21.37 ล้านบาทในปีก่อน
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 23.87 ล้านบาท** เป็นปัจจัยหลักกดดันผลประกอบการ
* **รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 72.04%** เป็น 14.52 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกค้าและมูลค่าการซื้อขาย
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 32.40%** เป็น 4.25 ล้านบาท จากธุรกิจที่ปรึกษาและจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
* **กำไรจากเครื่องมือทางการเงินลดลง 88.54%** เหลือ 0.55 ล้านบาท จากกำไรซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 23.89%** เป็น 35.31 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าธรรมเนียมบริการจ่ายเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD รายงานผลขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 33.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.58 ล้านบาท หรือ 377.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 7.05 ล้านบาท รายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 92.42% มาอยู่ที่ 1.62 ล้านบาท จาก 21.37 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 23.89% มาอยู่ที่ 35.31 ล้านบาท จาก 28.50 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ค่านายหน้า:** มาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าและมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นไปตามแผนการตลาดของบริษัท
* **การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการมีการควบคุมค่าใช้จ่ายโดยการลดหรือตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง ซึ่งอาจส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมของบริษัท
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** กำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงสะท้อนถึงความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์
* **ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันอัตรากำไรหากรายได้ไม่เติบโตตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด และผลกระทบต่อส่วนแบ่งขาดทุน
* แนวโน้มมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์และจำนวนลูกค้าที่จะส่งผลต่อรายได้ค่านายหน้า
* การเติบโตของธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
* ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวมของบริษัท
* ความผันผวนของตลาดทุนและผลกระทบต่อรายได้จากเครื่องมือทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของธุรกิจหลักทรัพย์ BYD มีการเติบโตของรายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 72.04% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 32.40% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการขยายฐานลูกค้าและการดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน อย่างไรก็ตาม กำไรจากเครื่องมือทางการเงินลดลงอย่างมากถึง 88.54% ซึ่งสะท้อนถึงความผันผวนของตลาดและอาจเป็นปัจจัยกดดันรายได้ในส่วนนี้
ในด้านค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น 16.19% สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้และจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับธุรกิจที่ขยายตัว ค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายเพิ่มขึ้น 55.44% ตามปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้น การโอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 7.13 ล้านบาท เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลขาดทุนโดยรวมได้บ้าง
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือ **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 23.87 ล้านบาท** ซึ่งเป็นปัจจัยลบหลักที่ทำให้ผลประกอบการโดยรวมขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
BYD ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากส่วนแบ่งขาดทุนจำนวนมากจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ประกอบกับการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้รวม แม้ว่าธุรกิจหลักอย่างค่านายหน้าและค่าธรรมเนียมจะยังคงเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบได้ ทำให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรจับตาดูผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม และความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจหลัก เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BYD ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
196.48
ล้านบาท
↓ 65.3% YoY
กำไรขั้นต้น
264.24
ล้านบาท
↓ 47.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
134.48
%
กำไรสุทธิ
-250.91
ล้านบาท
↑ 180.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-127.70
%
D/E Ratio
0.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
196
↓ -65.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
264
↓ -47.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-251
↑ + 180.4%
YoY
D/E Ratio
0.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BYD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.05
ROE (%)
-44.49
ROA (%)
-40.58
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BYD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
5,079.21
-36.14%
|
7,954.16
-33.80%
|
12,014.65
-1.15%
|
12,154.93
+666.40%
|
1,661.91
+140.43%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
253.81
-29.91%
|
362.11
+48.34%
|
244.10
+34.05%
|
182.11
+26.13%
|
148.45
+41.11%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
4,825.39
-36.44%
|
7,592.05
-35.50%
|
11,770.55
-1.69%
|
11,972.83
+730.52%
|
1,513.46
+158.26%
|
| D/E | — |
0.05
|
0.05
|
0.02
|
0.02
|
0.10
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
-44.49
|
-47.28
|
-4.14
|
-2.41
|
-12.75
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
-40.58
|
-44.76
|
-3.37
|
-3.02
|
-11.38
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-124
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,216
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BYD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-123.61
-126.47%
|
467.05
-46.97%
|
880.67
-685.24%
|
-150.48
-121.81%
|
689.81
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,216.19
+478.89%
|
210.09
-140.77%
|
-515.32
-12.23%
|
-587.14
-1,781.87%
|
34.91
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
38.74
-333.80%
|
-16.57
+234.75%
|
-4.95
-134.09%
|
14.52
-101.46%
|
-993.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
360.41
-149.84%
|
-723.10
+168.73%
|
-269.08
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,044.34
-25.75%
|
1,406.58
-25.01%
|
1,875.80
+439.63%
|
347.61
+682.20%
|
44.44
-15.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
427.67
-59.05%
|
1,044.34
-25.75%
|
1,406.58
-25.01%
|
1,875.80
+79.65%
|
1,044.12
+708.02%
|