บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
2.02
+0.02 (+1.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=30535 out_tok=3173 at=2026-07-25T01:52:06 -->
# BTS กำไรสุทธิขาดทุนหนัก รับผลขาดทุนพิเศษ-ต้นทุนการเงินพุ่ง
## รายได้รวมทรงตัว แต่กำไรสุทธิพลิกขาดทุน 1.2 พันล้านบาท จากรายการพิเศษและต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น
ในปีงบประมาณ 2568/69 บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (บีทีเอส กรุ๊ป) มีรายได้รวม 28,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รายงานขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 1,152 ล้านบาท พลิกจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,324 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายการขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนใน JMART และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการรวมงบการเงินของ RABBIT และ ROCTEC เต็มปี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BTS Group พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นในปี 2568/69 คือ **การบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (JMART) จำนวน 961 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (one-time item) ประกอบกับ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะจากการรวมงบการเงินของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (RABBIT) และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) (ROCTEC) เต็มปี
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ขาดทุนจากการด้อยค่า JMART:** ฝ่ายจัดการได้บันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนใน JMART ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิโดยตรง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การรวมงบการเงินของ RABBIT และ ROCTEC เข้ามาเป็นบริษัทย่อยเต็มปี ส่งผลให้ภาระหนี้สินทางการเงินของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้น นำไปสู่ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับรายการขาดทุนจากการด้อยค่า JMART นั้นเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปีนี้ ดังนั้นจึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในลักษณะเดียวกันนี้อีกในปีถัดไป อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการรวมบริษัทย่อยอาจมีผลต่อเนื่อง แต่จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างหนี้สินและการบริหารจัดการทางการเงินของบริษัทฯ ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 0.6% YoY:** อยู่ที่ 28,960 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการรวมงบการเงินของ RABBIT และ ROCTEC แต่ถูกหักล้างด้วยการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยรับ
* **Recurring EBITDA เพิ่มขึ้น 24.3% YoY:** อยู่ที่ 11,861 ล้านบาท จากการปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA ในธุรกิจ MATCH โดยเฉพาะ RABBIT และ ROCTEC
* **ขาดทุนสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น 1,152 ล้านบาท:** พลิกจากปีก่อนที่มีกำไร 2,324 ล้านบาท สาเหตุหลักจากขาดทุนจากการด้อยค่า JMART และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 35.0%:** อยู่ที่ 19,812 ล้านบาท จากการใช้เงินสดไปในกิจกรรมลงทุนเป็นหลัก
* **อันดับเครดิตปรับแนวโน้มเป็น "ลบ":** โดย TRIS สะท้อนการลงทุนสูงกว่าคาดและภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงแรงกดดันต่อ EBITDA จากผลการดำเนินงานที่เติบโตช้ากว่าคาดของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและชมพู
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปีงบประมาณ 2568/69 บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 28,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของ RABBIT และ ROCTEC ซึ่งถูกรวมเข้ามาเป็นบริษัทย่อยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้รวมถูกชดเชยด้วยการไม่บันทึกกำไรพิเศษจากการเปลี่ยนสถานะของ RABBIT และ ROCTEC จำนวน 3,368 ล้านบาท และการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยรับ 1,439 ล้านบาท อันเนื่องมาจากการได้รับชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในเดือนตุลาคม 2568
ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 22.1% เป็น 22,811 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการรวมงบการเงินของ RABBIT และ ROCTEC รวมถึงการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าใน JMART จำนวน 961 ล้านบาท
Recurring EBITDA เพิ่มขึ้น 24.3% เป็น 11,861 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA ในธุรกิจ MATCH จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ RABBIT และ ROCTEC อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกหักลบด้วย Recurring EBITDA ของธุรกิจ MOVE ที่ลดลง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 84.6% เป็น 1,106 ล้านบาท
บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิสำหรับปีจำนวน 2,497 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 1,152 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าใน JMART และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการรวมงบการเงิน RABBIT เต็มปี หากหักรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ บริษัทฯ รายงานขาดทุนสุทธิหลังปรับปรุงแล้วจำนวน 783 ล้านบาท
เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นสุทธิ ลดลง 35.0% เป็น 19,812 ล้านบาท จากวันที่ 31 มีนาคม 2568
## โอกาส
* **การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีชมพู:** ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและศักยภาพในการเดินทางไปยังเมืองทองธานี
* **การได้รับเงินสนับสนุนจาก รฟม.:** สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพู ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและเสริมสภาพคล่อง
* **การได้รับชำระหนี้ O&M สายสีเขียว:** จาก กทม. ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับบริษัทฯ
* **โครงการทางหลวงระหว่างเมือง M81 เปิดให้บริการ:** เป็นการเสริมความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค
* **โครงการสนามบินอู่ตะเภาได้รับหนังสือแจ้งเริ่มงาน:** เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงการ
* **การร่วมมือกับ BE Education Ltd. ก่อตั้งโรงเรียน:** Wycombe Abbey International School Bangkok เป็นการขยายธุรกิจสู่ภาคการศึกษา
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจล่าสุด:** การเข้าลงทุนใน RABBIT และ ROCTEC ช่วยเสริมการบูรณาการด้าน ESG
## ความเสี่ยง
* **การลงทุนที่สูงกว่าคาดและระดับภาระหนี้ทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยที่ TRIS ใช้ในการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น "ลบ"
* **แรงกดดันต่อ EBITDA จากผลการดำเนินงานของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูที่เติบโตช้ากว่าคาด:** เป็นอีกปัจจัยที่ TRIS นำมาพิจารณา
* **การไม่มีรายได้ดอกเบี้ยรับ:** ภายหลังการชำระหนี้คงค้างทั้งหมดของ กทม.
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** อาจส่งผลให้ภาคธุรกิจเพิ่มความระมัดระวังในการใช้จ่าย ซึ่งอาจกระทบต่อรายได้จากสื่อโฆษณา
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** เช่น นโยบายตั๋วร่วมและการปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสาร อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และผลกำไรในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพู:** การเติบโตของผู้โดยสารและรายได้จะเป็นปัจจัยสำคัญ
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** หลังจากมีการรวมงบการเงินของ RABBIT และ ROCTEC
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุนขนาดใหญ่:** เช่น โครงการสนามบินอู่ตะเภา
* **แนวโน้มการใช้จ่ายสื่อโฆษณา:** โดยเฉพาะในระบบขนส่งมวลชนและสื่อโฆษณานอกบ้าน
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย
* **การปฏิบัติตามเป้าหมาย ESG:** และการรักษาอันดับความน่าเชื่อถือ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจ MOVE (ระบบขนส่งมวลชนทางราง):**
* **รายได้จากการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M):** เพิ่มขึ้น 4.5% เป็น 7,597 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ O&M ของสายสีเขียวส่วนต่อขยายและสายสีทอง
* **รายได้ค่าโดยสารสายสีเหลืองและชมพู:** เพิ่มขึ้น 12.1% เป็น 1,241 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยรับ:** ลดลง 35.9% เป็น 3,092 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องกับงาน O&M ที่ กทม. ได้ชำระหนี้แล้ว
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวดีขึ้นเป็น 36.7% จาก 35.5% ในปีก่อน
**ธุรกิจ MIX (VGI):**
* **รายได้ VGI ลดลง 8.5%:** เป็น 4,652 ล้านบาท จากรายได้ที่ลดลงของทุกหน่วยธุรกิจ โดยเฉพาะสื่อโฆษณาที่ได้รับผลกระทบจากการไม่มีรายได้จากสื่อโฆษณาบริเวณตอม่อสถานีรถไฟฟ้า
* **ธุรกิจสื่อโฆษณา:** รายได้ลดลง 15.5% เป็น 1,897 ล้านบาท แต่อัตราการใช้สื่อประเภทอื่นปรับตัวดีขึ้น
* **ธุรกิจบริการดิจิทัล:** รายได้ลดลงเล็กน้อย 2.6% เป็น 1,709 ล้านบาท
* **ธุรกิจจัดจำหน่าย:** รายได้ลดลง 3.6% เป็น 1,046 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวดีขึ้นเป็น 36.0% จาก 35.0% ในปีก่อน
**ธุรกิจ MATCH (RABBIT, ROCTEC):**
* **รายได้ RABBIT เพิ่มขึ้น 42.3%:** เป็น 7,800 ล้านบาท จากการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีหลังการรวมงบการเงิน และการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริการทางการเงิน
* **รายได้ ROCTEC เพิ่มขึ้น 10.8%:** เป็น 3,400 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 38.3% จาก 31.9% ในปีก่อน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** เพิ่มขึ้นอย่างมาก 2,368.3% เป็น 775 ล้านบาท จากการกลับรายการค่าเผื่อเงินลงทุนหลังการจำหน่ายหุ้น JV19
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลงเล็กน้อย 0.1% เป็น 322,206 ล้านบาท จากการลดลงของลูกหนี้ภายใต้สัญญากับหน่วยงานรัฐและเงินสด แต่เพิ่มขึ้นจากสินทรัพย์ทางการเงิน ที่ดิน อาคาร และเงินลงทุนในบริษัทร่วม
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 2.6% เป็น 222,108 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ระยะยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 5.6% เป็น 100,098 ล้านบาท จากการลดลงของส่วนของผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลง 35.0% เป็น 19,812 ล้านบาท
* **เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 36,516 ล้านบาท โดยรวมเงินที่ได้รับจากการชำระหนี้ O&M จาก กทม.
* **เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน:** 45,525 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินและที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
* **เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน:** 1,522 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยจ่าย
## สรุปท้าย
แม้ว่า BTS Group จะมีรายได้รวมที่ทรงตัวและ Recurring EBITDA ที่เติบโตได้ดีจากการดำเนินงานในธุรกิจ MATCH แต่ผลประกอบการสุทธิกลับพลิกขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญจากรายการขาดทุนพิเศษจากการด้อยค่าเงินลงทุนใน JMART และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการรวมบริษัทย่อย ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสำคัญในปีนี้ อย่างไรก็ตาม การได้รับชำระหนี้ O&M จาก กทม. และการเติบโตของธุรกิจ MATCH เป็นสัญญาณบวกที่ต้องติดตาม ขณะที่ความเสี่ยงด้านภาระหนี้สินและผลการดำเนินงานของโครงการรถไฟฟ้าใหม่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTS ไตรมาส 4/2569
รายได้รวม
28,960.47
ล้านบาท
↓ 0.1% YoY
กำไรขั้นต้น
12,718.50
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
43.92
%
กำไรสุทธิ
-1,151.82
ล้านบาท
↓ 154.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.98
%
D/E Ratio
2.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
28,960
↓ -0.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,719
↓ -0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,152
↓ -154.4%
YoY
D/E Ratio
2.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.22
ROE (%)
-1.98
ROA (%)
2.25
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+36,516
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-45,525
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท