บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
2.02
+0.02 (+1.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14607 out_tok=3050 at=2026-07-27T08:40:44 -->
# BTS กำไรสุทธิพุ่ง 212% รับรายได้เดินรถ-ซ่อมบำรุงหนุน แม้รายได้รวมหดตัว
## รายได้รวม Q1/64 ลดลง 11% แต่กำไรสุทธิโตแรง 212% จากการบริหารต้นทุนและส่วนแบ่งขาดทุนที่ลดลง
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2564/65 มีกำไรสุทธิ 1,383 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 212% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ 9,553 ล้านบาท ลดลง 11% โดยปัจจัยหลักมาจากการบันทึกรายได้จากการให้บริการติดตั้งงานระบบและการจัดหารถไฟฟ้าขบวนใหม่สำหรับโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวที่ลดลง เนื่องจากอยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบส่งผลให้รายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงเติบโตอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ BTS ในไตรมาส 1 ปี 2564/65 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน** ประกอบกับการ **เติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง** ซึ่งช่วยชดเชยรายได้รวมที่ลดลงจากการรับเหมางานระบบรถไฟฟ้าที่ชะลอตัว โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 212% YoY เป็น 1,383 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิจากรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำ (Recurring Net Profit) เติบโต 121% YoY เป็น 1,020 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนหลักมาจาก **ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทยูซิตี้ (U)** ซึ่งเป็นบริษัทร่วม โดยในไตรมาสนี้รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนเพียง 39 ล้านบาท เทียบกับ 399 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยสนับสนุนคือการฟื้นตัวของรายได้โรงแรมในต่างประเทศ กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์บางส่วน และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ **บริษัท MACO** ซึ่งเคยรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน ก็พลิกกลับมาเป็นส่วนแบ่งกำไร 25 ล้านบาท จากเดิมที่ขาดทุน 90 ล้านบาท
ในขณะเดียวกัน **รายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงภายใต้ธุรกิจ MOVE เพิ่มขึ้น 35% YoY เป็น 1,557 ล้านบาท** เนื่องจากการเปิดให้บริการส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 และการปรับเพิ่มค่าจ้างตามสัญญา นอกจากนี้ **ธุรกิจ MIX** ซึ่งประกอบด้วยสื่อโฆษณานอกบ้านและบริการดิจิทัล มีรายได้เติบโต 34% YoY เป็น 658 ล้านบาท จากการเติบโตของแคมเปญการจองสื่อล่วงหน้าและบริการดิจิทัล
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยกดดัน** การเติบโตของรายได้เดินรถและซ่อมบำรุงคาดว่าจะต่อเนื่องจากการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของส่วนต่อขยายสายสีเขียว อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้จากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองจะล่าช้ากว่าแผน โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการบางส่วนช่วงต้นปี 2565 และเต็มรูปแบบภายในปี 2565 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการรับเหมาในระยะสั้น ส่วนผลการดำเนินงานของยูซิตี้ที่ฟื้นตัวขึ้นอาจเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องจับตาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 212% YoY:** อยู่ที่ 1,383 ล้านบาท จาก 443 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิจากรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำโต 121% YoY:** อยู่ที่ 1,020 ล้านบาท จาก 461 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 11% YoY:** อยู่ที่ 9,553 ล้านบาท จาก 10,770 ล้านบาท สาเหตุหลักจากงานรับเหมาติดตั้งระบบรถไฟฟ้า
* **รายได้เดินรถและซ่อมบำรุงเพิ่ม 35% YoY:** อยู่ที่ 1,557 ล้านบาท จากการเปิดให้บริการส่วนต่อขยายสายสีเขียวเต็มรูปแบบ
* **ธุรกิจ MIX เติบโต 34% YoY:** รายได้อยู่ที่ 658 ล้านบาท จากการเติบโตของสื่อโฆษณาและบริการดิจิทัล
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 479 ล้านบาท เหลือ 19 ล้านบาท โดยเฉพาะจาก U City และ MACO
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2564/65 BTS มีรายได้รวม 9,553 ล้านบาท ลดลง 11% YoY โดยรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 7,805 ล้านบาท ลดลง 20% YoY สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจ MOVE ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบันทึกรายได้จากการให้บริการติดตั้งงานระบบและการจัดหารถไฟฟ้าขบวนใหม่สำหรับโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวที่ลดลง เนื่องจากอยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม การลดลงนี้ถูกชดเชยบางส่วนด้วยรายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น 35% และรายได้จากธุรกิจ MIX ที่เพิ่มขึ้น 34%
ต้นทุนรวมและค่าใช้จ่ายรวมลดลง 21.5% YoY เป็น 7,051 ล้านบาท ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทที่เกี่ยวข้องกันลดลงอย่างมากจาก 479 ล้านบาท เหลือ 19 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Recurring EBITDA) เพิ่มขึ้น 52% YoY เป็น 2,312 ล้านบาท
กำไรสุทธิหลังหักภาษีจากรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำเพิ่มขึ้น 121% YoY เป็น 1,020 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 212% YoY เป็น 1,383 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 4.1% เป็น 14.5%
## โอกาส
* **การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของส่วนต่อขยายสายสีเขียว:** ส่งผลดีต่อรายได้จากการเดินรถและซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง
* **การเติบโตของธุรกิจ MIX:** สื่อโฆษณานอกบ้านและบริการดิจิทัลมีแนวโน้มเติบโตได้ดี โดยเฉพาะการใช้แพ็คเกจระยะยาวและบริการดิจิทัล
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม:** การบริหารจัดการสภาพคล่องและการปรับโครงสร้างการลงทุนของ U City อาจช่วยให้พร้อมรับโอกาสในอนาคต
* **โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่:** ความคืบหน้าของโครงการสนามบินอู่ตะเภา และโครงการทางหลวงพิเศษ M6 และ M81 ที่คาดว่าจะลงนามสัญญาได้ภายใน Q3/64
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมและพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า
* **ความล่าช้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง:** การปิดแคมป์คนงานก่อสร้างส่งผลให้การเปิดให้บริการบางส่วนล่าช้ากว่าแผน ซึ่งอาจกระทบต่อรายได้จากการก่อสร้าง
* **ความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ:** การบริหารจัดการวิกฤติโควิด-19 ของภาครัฐ และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ถูกปรับลดคาดการณ์ อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการดำเนินธุรกิจ
* **ภาระหนี้สิน:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว เพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง:** การเลื่อนกำหนดการเปิดให้บริการจะส่งผลต่อประมาณการรายได้
* **ผลการดำเนินงานของ U City และ MACO:** การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจะช่วยหนุนกำไรจากเงินลงทุน
* **การเติบโตของธุรกิจ MIX:** โดยเฉพาะการขยายธุรกิจอี-คอมเมิร์ซผ่าน Fanslink และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินผ่าน Rabbit Cash
* **การลงนามสัญญาโครงการ M6 และ M81:** จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจ MOVE ในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่อาจเปลี่ยนแปลง และการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจ MOVE:** รายได้จากการดำเนินงานลดลง 22% YoY เป็น 6,976 ล้านบาท โดยรายได้จากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวลดลงอย่างมากถึง 86% เนื่องจากอยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม รายได้จากการเดินรถและซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น 35% YoY เป็น 1,557 ล้านบาท จากการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ และการปรับเพิ่มค่าจ้างตามสัญญา แม้จำนวนเที่ยวการเดินทางในรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลักลดลง 12.2% จากผลกระทบโควิด-19 แต่ถูกชดเชยด้วยอัตราค่าโดยสารเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 1.2% MOVE EBITDA margin ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 29.7% จาก 20.3% ในปีก่อน
**ธุรกิจ MIX:** รายได้เติบโต 34% YoY เป็น 658 ล้านบาท โดยสื่อโฆษณานอกบ้านเพิ่มขึ้น 42% จากการเสนอแพ็คเกจพิเศษและเริ่มรับรู้รายได้จากสื่อสตรีทเฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจบริการดิจิทัลเติบโต 24% จากค่าคอมมิชชั่นและ Lead generation ภายใต้กลุ่มแรบบิท ต้นทุนเพิ่มขึ้นตามรายได้
**ธุรกิจ MATCH:** รายได้ลดลง 44% YoY เป็น 171 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้จากการก่อสร้างของบริษัท เอชเอชที คอนสตรัคชั่น จำกัด
## ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 225,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทร่วม (U City) และต้นทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง หนี้สินรวมอยู่ที่ 149,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงิน เพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.64 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.39 เท่าในไตรมาสก่อน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิใช้ไป 3,536 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง และการจัดหารถไฟฟ้าสำหรับส่วนต่อขยายสายสีเขียว กระแสเงินสดจากการลงทุนสุทธิใช้ไป 4,447 ล้านบาท มาจากการลงทุนในบริษัทร่วม (U City) และสินทรัพย์ทางการเงิน แต่มีเงินสดรับจากการขายเงินลงทุนใน FTD และการชำระคืนเงินกู้ยืมจาก U City กระแสเงินสดจากการจัดหาเงินสุทธิ 11,507 ล้านบาท มาจากการรับเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งถูกหักลบด้วยการชำระคืนหุ้นกู้
## สรุปท้าย
BTS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2564/65 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด 212% YoY เป็น 1,383 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะ U City และ MACO ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากการเดินรถและซ่อมบำรุงจากส่วนต่อขยายสายสีเขียว และธุรกิจ MIX แม้รายได้รวมจะหดตัวลง 11% YoY จากงานรับเหมาที่ชะลอตัว แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีและปัจจัยบวกจากบริษัทร่วมช่วยหนุนผลกำไรให้โดดเด่น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความล่าช้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง และความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อการดำเนินงานในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTS ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
28,960.47
ล้านบาท
↓ 0.1% YoY
กำไรขั้นต้น
12,718.50
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
43.92
%
กำไรสุทธิ
-1,151.82
ล้านบาท
↓ 154.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.98
%
D/E Ratio
2.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
28,960
↓ -0.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,719
↓ -0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,152
↓ -154.4%
YoY
D/E Ratio
2.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.22
ROE (%)
-1.98
ROA (%)
2.25
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+36,516
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-45,525
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท