บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
2.02
+0.02 (+1.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17212 out_tok=2863 at=2026-07-25T12:32:57 -->
# BTS Q3/2564 กำไรสุทธิหด 25% รับผลกระทบงานก่อสร้างชะงัก-ต้นทุนการเงินพุ่ง
## รายได้รวมวูบ 31% ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลืองล่าช้า เหตุปิดแคมป์คนงาน ขณะที่ธุรกิจ MIX เติบโตดี
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564/65 (สิ้นสุด 30 ก.ย. 64) มีรายได้รวม 6,863 ล้านบาท ลดลง 31.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 576 ล้านบาท ลดลง 24.7% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจ MIX เติบโตโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ BTS ในไตรมาส 2 ปี 2564/65 ปรับตัวลดลง 24.7% YoY มาอยู่ที่ 576 ล้านบาท มาจาก **การลดลงของรายได้จากการให้บริการรับเหมางานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง** ซึ่งเป็นผลกระทบจากการปิดแคมป์คนงานก่อสร้างชั่วคราว ประกอบกับการ **เพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน** จากการออกหุ้นกู้ใหม่และเงินกู้โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้งานก่อสร้างลดลง:** คำสั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้างชั่วคราวในเดือนกรกฎาคม 2564 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การดำเนินงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองล่าช้า ทำให้การรับรู้รายได้ในส่วนนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 3,825 ล้านบาท YoY
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** บริษัทฯ มีการออกหุ้นกู้ใหม่มูลค่า 13,000 ล้านบาทเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 และมีการเบิกเงินกู้ยืมสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 229 ล้านบาท YoY ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยบางส่วน ได้แก่ **รายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น 20%** จากการเปิดให้บริการส่วนต่อขยายสายสีเขียวเต็มรูปแบบ และ **รายได้จากธุรกิจ MIX เติบโต 30%** จากการเติบโตของกลุ่มแรบบิทและการควบรวมงบการเงินของบริษัท แฟนสลิ้งค์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่มีปัจจัยบวกเข้ามาช่วย:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง และการเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 คาดว่าจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและจำนวนผู้โดยสารในระบบขนส่งมวลชน อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองจะยังคงได้รับผลกระทบไปจนกว่าจะสามารถกลับมาดำเนินงานได้เต็มที่ ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้ใหม่นั้นจะส่งผลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 31.3% YoY:** อยู่ที่ 6,863 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายได้งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองที่ลดลง
* **กำไรสุทธิลดลง 24.7% YoY:** อยู่ที่ 576 ล้านบาท เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินเป็นหลัก แม้ว่าส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจะลดลง
* **ธุรกิจ MOVE รายได้ลดลง 43.5% YoY:** โดยเฉพาะรายได้งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่รายได้จากการเดินรถและซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น 19.8%
* **ธุรกิจ MIX เติบโตโดดเด่น 30% YoY:** รายได้อยู่ที่ 959 ล้านบาท จากการเติบโตของกลุ่มแรบบิทและการควบรวมบริษัท แฟนสลิ้งค์ คอมมูนิเคชั่น
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 37.7% YoY:** เป็นผลจากการออกหุ้นกู้ใหม่ 13,000 ล้านบาท และเงินกู้โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564/65 บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) รายงานรายได้รวม 6,863 ล้านบาท ลดลง 31.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการรับเหมางานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปิดแคมป์คนงานก่อสร้างชั่วคราวในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 รวมถึงรายได้จากการให้บริการติดตั้งงานระบบและการจัดหารถไฟฟ้าขบวนใหม่สำหรับโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวที่ลดลงเนื่องจากอยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้รวมบางส่วนถูกชดเชยด้วยรายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น 20% และรายได้จากธุรกิจ MIX ที่เพิ่มขึ้น 30%
ต้นทุนรวมและค่าใช้จ่ายรวมลดลง 38.8% YoY เป็น 4,854 ล้านบาท ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลงเล็กน้อย 6 ล้านบาท YoY เป็น 236 ล้านบาท โดยมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของยูซิตี้และ MACO แต่ส่วนแบ่งขาดทุนจาก BTSGIF เพิ่มขึ้น
กำไรจากรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่ายดอกเบี้ย และภาษี (Recurring EBITDA) อยู่ที่ 1,975 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 37.7% YoY เป็น 838 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ใหม่ 13,000 ล้านบาท และเงินกู้โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง
ส่งผลให้กำไรสุทธิหลังหักภาษีจากรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำลดลง 24.0% YoY เป็น 571 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ลดลง 24.7% YoY เป็น 576 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 8.4%
## โอกาส
* **การเปิดประเทศและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ:** คาดว่าจะส่งผลดีต่อจำนวนผู้โดยสารในระบบขนส่งมวลชนทางรางของธุรกิจ MOVE
* **โปรโมชั่นใหม่ "Ride - Earn Points - Get Free Trips":** เพื่อกระตุ้นการเดินทางและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้โดยสารรถไฟฟ้า BTS
* **การลงนามสัญญาโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (M6 และ M81):** เป็นก้าวสำคัญของธุรกิจ MOVE ในการขยายธุรกิจนอกเหนือจากระบบขนส่งมวลชนทางราง
* **การเติบโตของธุรกิจ MIX:** จากการควบรวมงบการเงินของ Fanslink และการลงทุนใน Jaymart จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจดิจิทัลและ Omni-Channel
* **การปรับทิศทางธุรกิจของ U City:** มุ่งเน้นธุรกิจบริการทางการเงินที่มีความยืดหยุ่นและผลตอบแทนดีกว่า
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าของโครงการก่อสร้าง:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุมต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การออกหุ้นกู้และเงินกู้ใหม่จะส่งผลกระทบต่อภาระดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทฯ
* **การแข่งขันในธุรกิจ MIX:** โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจดิจิทัลและอี-คอมเมิร์ซ
* **ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของธุรกิจ MATCH:** โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่ U City เคยดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง และการกลับมาดำเนินงานได้เต็มที่
* ผลกระทบจากการเปิดประเทศต่อจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า BTS
* การเติบโตและ Synergy จากการลงทุนใหม่ๆ ในธุรกิจ MIX โดยเฉพาะ Fanslink และ Jaymart
* ทิศทางการดำเนินงานของ U City หลังปรับทิศทางสู่ธุรกิจบริการทางการเงิน
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจ MOVE:** รายได้จากการดำเนินงานลดลง 43.5% YoY เป็น 4,493 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองที่ลดลง 2.7 พันล้านบาท และรายได้จากการให้บริการติดตั้งงานระบบฯ โครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวลดลง 789 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น 19.8% เป็น 1,557 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 24.4% จาก 17.0% YoY
* **ธุรกิจ MIX:** รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 30% YoY เป็น 959 ล้านบาท จากการเติบโตของกลุ่มแรบบิทและการควบรวมงบการเงินของ Fanslink (2 เดือน) โดยธุรกิจดิจิทัลเติบโต 157.1% เป็น 665 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านลดลง 38.7%
* **ธุรกิจ MATCH:** รายได้ลดลง 59.2% YoY เป็น 92 ล้านบาท จากการลดลงของรายได้จากการก่อสร้างของบริษัท เอชเอชที คอนสตรัคชั่น จำกัด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 228,847 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% จากสิ้นปี 2563 โดยมีลูกหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระและต้นทุนโครงการรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น รวมถึงเงินลงทุนในบริษัทร่วม
หนี้สินรวมอยู่ที่ 152,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% จากสิ้นปี 2563 จากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้ระยะยาวและเงินกู้ยืมระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 76,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% จากสิ้นปี 2563
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2564/65 มีเงินสดใช้ไปสุทธิ 7,576 ล้านบาท จากการบันทึกกำไรก่อนภาษีหักด้วยรายการที่ไม่ใช่เงินสดและการลดลงสุทธิของเงินทุนหมุนเวียน กระแสเงินสดจากการลงทุนมีเงินสดใช้ไปสุทธิ 5,811 ล้านบาท จากการลงทุนในบริษัทร่วมและค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า ส่วนกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินมีเงินสดรับสุทธิ 15,459 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้ระยะยาวและเงินกู้ยืมระยะยาว
## สรุปท้าย
BTS ในไตรมาส 2 ปี 2564/65 เผชิญแรงกดดันจากรายได้งานก่อสร้างที่ลดลงและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจ MOVE ในส่วนการเดินรถและซ่อมบำรุง และการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจ MIX เป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป โดยเฉพาะการฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารในระบบขนส่งมวลชน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTS ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
28,960.47
ล้านบาท
↓ 0.1% YoY
กำไรขั้นต้น
12,718.50
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
43.92
%
กำไรสุทธิ
-1,151.82
ล้านบาท
↓ 154.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.98
%
D/E Ratio
2.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
28,960
↓ -0.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,719
↓ -0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,152
↓ -154.4%
YoY
D/E Ratio
2.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.22
ROE (%)
-1.98
ROA (%)
2.25
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+36,516
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-45,525
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท