บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
2.02
+0.02 (+1.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13696 out_tok=2404 at=2026-07-25T12:44:20 -->
# BTS กำไรสุทธิ Q2/65 หดตัว 61% รับรายได้ก่อสร้างลดฮวบ แต่ธุรกิจ MIX โตแรงหนุน
## รายได้รวมวูบ 44% เหตุโครงการก่อสร้างใกล้เสร็จ แต่ธุรกิจ MIX เติบโตโดดเด่น ชดเชยผลกระทบได้บางส่วน
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565/66 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 65) มีรายได้รวม 5,282 ล้านบาท ลดลง 44.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ในช่วงท้ายของการพัฒนา ทำให้รายได้จากการให้บริการรับเหมาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับไม่มีการบันทึกกำไรจากการขายที่ดินเหมือนปีก่อน อย่างไรก็ตาม การลดลงดังกล่าวถูกชดเชยบางส่วนด้วยรายได้ที่แข็งแกร่งจากธุรกิจ MIX ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการควบรวมกิจการ Fanslink และรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจการชำระเงิน ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 536 ล้านบาท หดตัว 61.2% YoY
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ BTS ในไตรมาส 1 ปี 2565/66 หดตัว 61.2% YoY มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจ MOVE** โดยเฉพาะรายได้จากงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองที่ลดลง 4 พันล้านบาท และรายได้จากการติดตั้งงานระบบสำหรับโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวที่ลดลง 373 ล้านบาท เนื่องจากโครงการอยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้าง ประกอบกับไม่มีการบันทึกกำไรจากการขายที่ดิน 481 ล้านบาทเหมือนปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้ในธุรกิจ MOVE เกิดจากลักษณะของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่เมื่อใกล้แล้วเสร็จ รายได้จากการก่อสร้างจะลดลงตามลำดับ ในขณะที่รายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) แม้จะเพิ่มขึ้น 6.7% YoY แต่ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้ก่อสร้างได้ทั้งหมด นอกจากนี้ การที่ไม่มีกำไรจากการขายที่ดินเหมือนปีก่อนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิ
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ MIX มีการเติบโตที่โดดเด่น โดยรายได้เพิ่มขึ้น 66.8% YoY เป็น 1,097 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการ Fanslink เต็มไตรมาส และการฟื้นตัวของธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน รวมถึงธุรกิจบริการดิจิทัลที่เติบโตขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิหดตัว คือ **รายได้จากงานก่อสร้างที่ลดลง** ซึ่งเป็นไปตามวงจรของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่ใกล้แล้วเสร็จ และ **การไม่มีกำไรจากการขายที่ดิน** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นไม่สม่ำเสมอ ดังนั้น ปัจจัยเหล่านี้จึงมีลักษณะเป็นครั้งคราวและไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องในลักษณะเดียวกันในไตรมาสถัดไป
ในทางกลับกัน ธุรกิจ MIX ที่เติบโตได้ดีจากการควบรวมกิจการและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คาดว่าจะยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 5,282 ล้านบาท ลดลง 44.3% YoY** สาเหตุหลักจากรายได้งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าที่ลดลง
* **กำไรสุทธิ 536 ล้านบาท ลดลง 61.2% YoY** จากผลกระทบของรายได้ก่อสร้างที่ลดลงและไม่มีกำไรจากการขายที่ดิน
* **ธุรกิจ MIX เติบโตโดดเด่น รายได้ 1,097 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.8% YoY** จากการควบรวม Fanslink และการฟื้นตัวของธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน
* **ธุรกิจ MOVE รายได้ลดลง 61.2% YoY** เป็น 2,704 ล้านบาท จากงานก่อสร้างที่ใกล้แล้วเสร็จ แต่รายได้ O&M เพิ่มขึ้น 6.7%
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปรับดีขึ้น** เป็น 35.4% จาก 20.0% YoY
* **ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง** ด้วยอัตราส่วนหนี้สินที่ปรับปรุงแล้วที่ 1.47 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
BTS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565/66 มีรายได้รวม 5,282 ล้านบาท ลดลง 44.3% YoY ขณะที่ต้นทุนธุรกิจลดลง 58% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,397 ล้านบาท ลดลง 10.4% YoY แต่อัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 20.0% เป็น 35.4% YoY กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 536 ล้านบาท ลดลง 61.2% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 14.6% เป็น 10.1%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของจำนวนเที่ยวเดินทางรถไฟฟ้า (Ridership)** คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้จากธุรกิจ MOVE โดยเฉพาะส่วน O&M และส่วนแบ่งกำไรจาก BTSGIF
* **การเติบโตของธุรกิจ MIX** จากการควบรวม Fanslink, การฟื้นตัวของสื่อโฆษณานอกบ้าน และธุรกิจบริการดิจิทัล รวมถึงการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่
* **การขยายตัวของธุรกิจประกันชีวิต Rabbit Life** ที่ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม 3M ของกลุ่ม
* **การเปิดให้บริการเต็มสายของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง** ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนการดำเนินงาน
* **ความล่าช้าในการเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง** อาจส่งผลกระทบต่อประมาณการรายได้และผลตอบแทน
* **การแข่งขันด้านราคาในธุรกิจจัดจำหน่าย** เช่น กรณีของ Kerry อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทร่วม
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยมหภาค** อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมการดำเนินธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าและกำหนดการเปิดให้บริการของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง
* แนวโน้มการฟื้นตัวของจำนวนเที่ยวเดินทางรถไฟฟ้า (Ridership) และผลกระทบต่อธุรกิจ MOVE และ MIX
* ผลการดำเนินงานของธุรกิจ MIX โดยเฉพาะการเติบโตของสื่อโฆษณานอกบ้านและธุรกิจการจัดจำหน่าย
* ความสามารถของ Rabbit Life ในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดตามเป้าหมาย
* ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อต่อต้นทุนการดำเนินงานและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* การบริหารจัดการหนี้สินและสภาพคล่องของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจ MOVE:** รายได้จากการดำเนินงานลดลง 61.2% YoY เป็น 2,704 ล้านบาท โดยรายได้งานก่อสร้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่รายได้ O&M เพิ่มขึ้น 6.7% YoY และดอกเบี้ยรับเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 17.8% YoY ส่วนแบ่งกำไรจาก BTSGIF เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของค่าโดยสารและจำนวนเที่ยวเดินทาง
* **ธุรกิจ MIX:** รายได้เติบโต 66.8% YoY เป็น 1,097 ล้านบาท จากการควบรวม Fanslink เต็มไตรมาส และการฟื้นตัวของธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน (OOH) และธุรกิจบริการดิจิทัล อย่างไรก็ตาม มีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก Kerry 176 ล้านบาท
* **ธุรกิจ MATCH:** รายได้ลดลง 11.9% YoY เป็น 151 ล้านบาท จากการลดลงของรายได้ก่อสร้าง แต่มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก U City จำนวน 308 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจโรงแรมและประกันชีวิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 65 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 253,804 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.8% จาก 31 มี.ค. 65 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเพิ่มขึ้น 6,315 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 2.4% เป็น 165,613 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.4% เป็น 88,191 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินที่ปรับปรุงแล้วต่อทุนอยู่ที่ 1.47 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิใช้ไป 1,917 ล้านบาท จากการจ่ายดอกเบี้ยและเงินลงทุนในโครงการรถไฟฟ้า เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,834 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินและโครงการรถไฟฟ้า เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน 3,375 ล้านบาท มาจากการออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนและการรับเงินจากการเพิ่มทุนของ VGI
## สรุปท้าย
BTS ในไตรมาส 1 ปี 2565/66 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้งานก่อสร้างที่ลดลงตามวัฏจักรโครงการ และไม่มีรายการกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน ทำให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจ MIX และการฟื้นตัวของธุรกิจ MOVE รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น และฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง โดยบริษัทฯ คาดการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะช่วยหนุนผลประกอบการในภาพรวม โดยเฉพาะการกลับมาของจำนวนเที่ยวเดินทางรถไฟฟ้า และการเติบโตของธุรกิจ MIX และ MATCH ที่มีศักยภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTS ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
28,960.47
ล้านบาท
↓ 0.1% YoY
กำไรขั้นต้น
12,718.50
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
43.92
%
กำไรสุทธิ
-1,151.82
ล้านบาท
↓ 154.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.98
%
D/E Ratio
2.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
28,960
↓ -0.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,719
↓ -0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,152
↓ -154.4%
YoY
D/E Ratio
2.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.22
ROE (%)
-1.98
ROA (%)
2.25
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+36,516
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-45,525
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท