บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
2.02
+0.02 (+1.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17434 out_tok=2360 at=2026-07-25T12:14:14 -->
# BTS กำไรสุทธิ Q3/64 พลิกบวก 83% QoQ รับส่วนแบ่งกำไรยูซิตี้หนุน
## รายได้รวมหด 23% YoY แต่กำไรสุทธิโตแรง เหตุปัจจัยพิเศษจากเงินลงทุน
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564/65 (สิ้นสุด 31 ธ.ค. 64) มีรายได้รวม 9,193 ล้านบาท ลดลง 23.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 83% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ BTS พลิกกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาสนี้ คือ **การเปลี่ยนแปลงจากส่วนแบ่งขาดทุนเป็นส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) (U)** โดยในไตรมาส 3 ปี 2564/65 บริษัทฯ บันทึกส่วนแบ่งกำไรจาก U จำนวน 475 ล้านบาท เทียบกับส่วนแบ่งขาดทุน 1,289 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การพลิกกลับมามีกำไรของ U เกิดจาก 2 ปัจจัยหลักที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ คือ (1) **การบันทึกการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ลดลง** และ (2) **การบันทึกกำไรที่ยังไม่ได้รับรู้จากการลงทุนใน Jaymart** โดย U ในเดือนธันวาคม 2564 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ผลประกอบการของ U ดีขึ้น และส่งผลโดยตรงต่อส่วนแบ่งกำไรที่ BTS ได้รับ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า U อยู่ระหว่างการจำหน่ายทรัพย์สินในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยคาดว่าการขายธุรกิจกลุ่มโรงแรมเวียนนา เฮ้าส์ จะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2565 และตั้งเป้าจะทยอยจำหน่ายสินทรัพย์ที่เหลือให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2567 ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินจะนำไปลงทุนในธุรกิจบริการทางการเงินที่มีความยืดหยุ่นและสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่ง การปรับโครงสร้างธุรกิจและการลงทุนใหม่นี้ อาจส่งผลดีต่อผลประกอบการของ U และส่วนแบ่งกำไรที่ BTS จะได้รับในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 23.1% YoY** อยู่ที่ 9,193 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรจากการขายที่ดิน และรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง
* **กำไรสุทธิเติบโต 83% QoQ** อยู่ที่ 1,054 ล้านบาท จากการเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งขาดทุนเป็นส่วนแบ่งกำไรในเงินลงทุน U
* **ธุรกิจ MOVE รายได้ลดลง 20.6% YoY** เป็น 6,184 ล้านบาท จากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย และสายสีชมพู/เหลืองที่ใกล้แล้วเสร็จ แต่รายได้เดินรถและซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น 15%
* **ธุรกิจ MIX รายได้เติบโต 99.3% YoY** เป็น 1,493 ล้านบาท จากการรับรู้ผลการดำเนินงานของ Fanslink เต็มไตรมาส และการเติบโตของกลุ่มแรบบิท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 32.0% YoY** เป็น 865 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564/65 BTS มีรายได้รวม 9,193 ล้านบาท ลดลง 23.1% YoY เนื่องจากไม่มีการบันทึกกำไรจากการขายที่ดิน และรายได้งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้จากการบริการและการขาย รวมถึงรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน ต้นทุนรวมและค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6.0% YoY ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมพลิกจากขาดทุน 639 ล้านบาท เป็นกำไร 311 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเปลี่ยนแปลงใน U แม้ว่ากำไรจากรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนหักค่าเสื่อมราคา (Recurring EBITDA) จะลดลง 26.2% YoY แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้น 83% QoQ เป็น 1,054 ล้านบาท และลดลง 37.5% YoY เป็น 1,054 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.5%
## โอกาส
* **การเปิดให้บริการบางส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพูในปี 2565:** จะช่วยเพิ่มรายได้จากการเดินรถและซ่อมบำรุงในระยะต่อไป
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่และพันธมิตร:** การเข้าถือหุ้นใน Rocket Holdings, การลงทุนใน Jaymart และ Singer ของ U รวมถึงการร่วมทุนในธุรกิจเกม เป็นการขยายฐานธุรกิจและสร้างโอกาสในการเติบโต
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2565 จะขยายตัว 3.4% และการกลับมาของโครงการ Sandbox จะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบางธุรกิจ และอาจส่งผลต่อการเดินทางของผู้โดยสาร
* **ความผันผวนของต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันอัตรากำไร
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** โดยเฉพาะในธุรกิจ MIX และสื่อโฆษณา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าการเปิดให้บริการบางส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพูในปี 2565
* ผลการดำเนินงานของ U หลังจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและการลงทุนใหม่
* การรับรู้รายได้จากการควบรวมกิจการในธุรกิจ MIX โดยเฉพาะ Fanslink และการลงทุนใน Jaymart
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยที่อาจเปลี่ยนแปลง
* ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ต่อจำนวนผู้โดยสารและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจ MOVE:** รายได้จากการดำเนินงานลดลง 20.6% YoY เป็น 6,184 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายได้งานก่อสร้างที่ลดลงตามการใกล้แล้วเสร็จของโครงการ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น 15% YoY เป็น 1,529 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ และการเพิ่มขึ้นตามสัญญาของค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงส่วนต่อขยายเดิมและใต้ EBITDA margin ของ MOVE ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 33.2% จาก 25.7% YoY เนื่องจากอัตรากำไรของงานก่อสร้างที่ลดลง และดอกเบี้ยรับที่เกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
**ธุรกิจ MIX:** รายได้จากการดำเนินงานเติบโตอย่างก้าวกระโดด 99.3% YoY เป็น 1,493 ล้านบาท จากการรับรู้ผลการดำเนินงานของ Fanslink เต็มไตรมาส และการเติบโตของกลุ่มแรบบิทในธุรกิจบริการดิจิทัล แม้ว่าธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านจะลดลง 6.3% YoY แต่ธุรกิจดิจิทัลเติบโต 31.4% YoY
**ธุรกิจ MATCH:** รายได้ลดลง 22.3% YoY เป็น 152 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้จากการก่อสร้างของบริษัท เอชเอชที คอนสตรัคชั่น จำกัด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 14.9% เป็น 243,641 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทร่วม (U, Jaymart) และลูกหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 20.6% เป็น 163,994 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและหุ้นกู้ระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.8% เป็น 79,647 ล้านบาท โดยมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 6.6%
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานใช้ไป 12,819 ล้านบาท จากการบันทึกกำไรก่อนภาษี แต่ถูกหักลบด้วยการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้ภายใต้สัญญากับหน่วยงานของรัฐ และเงินลงทุนสำหรับค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง กระแสเงินสดจากการลงทุนใช้ไป 15,921 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในบริษัทร่วม และเงินลงทุนสำหรับค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า กระแสเงินสดจากการจัดหาเงินได้สุทธิ 28,791 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและหุ้นกู้ระยะยาว
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ BTS ในไตรมาส 3 ปี 2564/65 คือการพลิกกลับมามีส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน U ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงผลการดำเนินงานภายในของ U เอง แม้รายได้รวมจะยังคงได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าที่ใกล้แล้วเสร็จ และการขายที่ดินที่ไม่มีรายการเกิดขึ้นซ้ำ การเติบโตของธุรกิจ MIX และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การเปิดให้บริการบางส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพูในปีนี้ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และความผันผวนทางเศรษฐกิจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BTS ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
28,960.47
ล้านบาท
↓ 0.1% YoY
กำไรขั้นต้น
12,718.50
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
43.92
%
กำไรสุทธิ
-1,151.82
ล้านบาท
↓ 154.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.98
%
D/E Ratio
2.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
28,960
↓ -0.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,719
↓ -0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,152
↓ -154.4%
YoY
D/E Ratio
2.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BTS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.22
ROE (%)
-1.98
ROA (%)
2.25
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BTS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+36,516
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-45,525
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท