บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.54
0.03 (5.26%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5237 out_tok=2404 at=2026-07-25T10:00:17 -->
# BLAND ขาดทุนสุทธิ Q3/2566 เพิ่มขึ้น 27.9% รับผลกระทบต้นทุน-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## ฝ่ายจัดการชี้รายได้โอนที่ดินลด-ค่าเช่าอิมแพ็คกำไรหด แม้รายได้รวมโตเล็กน้อย
บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BLAND รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 (สิ้นสุด 30 กันยายน 2566) มีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท หรือ 27.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 43 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายรวมจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ BLAND มีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2566 มาจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ประกอบกับการโอนที่ดินที่ลดลง** แม้ว่ารายได้รวมจะมีการเติบโตเล็กน้อยก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอยู่ที่ 69.0% ลดลงจาก 73.2% ในปีก่อน คิดเป็นการลดลง 4.2% สาเหตุหลักมาจากสัดส่วนการโอนที่ดินซึ่งมีอัตรากำไรสูงลดลง และสัดส่วนการโอนคอนโดมิเนียมซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้นแต่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นจากการขายโดยรวมลดลง 3 ล้านบาท
2. **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:**
* **อิมแพ็ค (IMPACT):** แม้รายได้ค่าเช่าและค่าบริการของอิมแพ็คจะเพิ่มขึ้น 2.9% เป็น 891 ล้านบาท แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 30.6% เป็น 28.1% (ลดลง 2.5%) เนื่องจากต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากส่วนนี้ลดลง 15 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 215 ล้านบาท เป็น 292 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 77 ล้านบาท) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการ
* **ค่าใช้จ่ายต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นจาก 24 ล้านบาท เป็น 36 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท)
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้:** เพิ่มขึ้น 7 ล้านบาท จากการดำเนินธุรกิจปกติ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ระบุ **มีโอกาสที่แรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะยังคงอยู่** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และต้นทุนค่าเช่า-ค่าบริการที่สูงขึ้นของอิมแพ็ค อย่างไรก็ตาม การโอนที่ดินที่มีสัดส่วนลดลงอาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามว่าจะมีโครงการใหม่เข้ามาทดแทนหรือไม่ ส่วนรายได้จากอิมแพ็คมีแนวโน้มเติบโตตามสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย แต่การบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นกุญแจสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ไตรมาส 3 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.9% YoY
* **รายได้จากการขายทรงตัว:** อยู่ที่ 142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% YoY โดยมีการโอนคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นชดเชยที่ดินที่ลดลง
* **รายได้อิมแพ็คเติบโต:** รายได้ค่าเช่าและค่าบริการจากอิมแพ็คเพิ่มขึ้น 2.9% เป็น 891 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 73.2% เป็น 69.0% และจากอิมแพ็คจาก 30.6% เป็น 28.1%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารพุ่งสูง:** เพิ่มขึ้น 77 ล้านบาท YoY เป็น 292 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการโอนคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท ชดเชยการโอนที่ดินที่ลดลง 4 ล้านบาท และมีรายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 4.2% เนื่องจากสัดส่วนการโอนที่ดินลดลงและคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น ประกอบกับรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้นแต่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 3 ล้านบาท
ในส่วนของอิมแพ็ค มีรายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 2.9% เป็น 891 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของสถานการณ์โควิด-19 แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลง 2.5% เนื่องจากต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 15 ล้านบาท
เมื่อรวมผลกระทบจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 77 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 7 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566/2567 บริษัทขาดทุนสุทธิ 121 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 10.9% เป็น 275 ล้านบาท และรายได้อิมแพ็คเพิ่มขึ้น 11.4% เป็น 1,694 ล้านบาท แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดัน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอิมแพ็ค:** รายได้ค่าเช่าและค่าบริการจากอิมแพ็คมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามการกลับมาจัดกิจกรรมต่างๆ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **การโอนคอนโดมิเนียม:** การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการโอนคอนโดมิเนียมอาจเป็นสัญญาณของการรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่อาศัย
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรและผลประกอบการ
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการโอนโครงการ:** การลดลงของสัดส่วนการโอนที่ดินซึ่งมีอัตรากำไรสูง อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** มีผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสนี้
* **คดีความ:** มีผลขาดทุนจากการถูกฟ้องร้องคดีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนของอิมแพ็ค:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** เพื่อทดแทนการโอนที่ดินที่ลดลง และสร้างการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** เนื่องจากค่าใช้จ่ายต้นทุนทางการเงินปรับตัวสูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของการดำเนินงานด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัทมีการโอนที่ดินลดลง 4 ล้านบาท แต่มีการโอนคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท ทำให้รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 2.9% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 4.2% เป็น 69.0% ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการโอนโครงการ โดยที่ดินมีสัดส่วนในการโอนลดลง และคอนโดมิเนียมมีสัดส่วนในการโอนเพิ่มขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปคอนโดมิเนียมจะมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าที่ดิน นอกจากนี้ รายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้นก็มีส่วนทำให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง
สำหรับธุรกิจอิมแพ็ค (IMPACT) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักในการให้บริการพื้นที่งานแสดงสินค้า ศูนย์ประชุม อาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจโรงแรม มีรายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 2.9% เป็น 891 ล้านบาท สะท้อนถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากส่วนนี้ลดลง 2.5% เป็น 28.1% เนื่องจากต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 15 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น ยอดหนี้สินรวม (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566 และเพิ่มขึ้น 19 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566/2567 ซึ่งอาจสะท้อนถึงภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## สรุปท้าย
BLAND เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่พุ่งสูงขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่ารายได้จากการขายและรายได้จากธุรกิจอิมแพ็คจะมีการเติบโตเล็กน้อยก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงการสร้างรายได้จากโครงการที่มีอัตรากำไรสูงจะเป็นสิ่งสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BLAND ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
4,613.61
ล้านบาท
↓ 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น
2,044.70
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.32
%
กำไรสุทธิ
659.52
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.30
%
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,614
↓ -11.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,045
↓ -2.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
660
↑ + 0.5%
YoY
D/E Ratio
0.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BLAND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
1.34
ROA (%)
2.80
Book Value/หุ้น
2.85
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BLAND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,641
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-654
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BLAND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
1,641.28
-10.82%
|
1,840.36
|
— |
321.99
-38.80%
|
526.16
-30.35%
|
755.43
-80.43%
|
3,859.21
-33.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-653.98
+100.79%
|
-325.71
|
— |
-1,649.64
-673.19%
|
287.80
-62.07%
|
758.81
-145.39%
|
-1,671.90
+269.45%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-865.87
+10.79%
|
-781.52
|
— |
-1,032.30
+51.14%
|
-682.99
-10.11%
|
-759.83
-74.71%
|
-3,004.91
-35.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-223.56
-161.79%
|
361.83
|
— |
-2,686.68
+2,535.55%
|
-101.94
-113.51%
|
754.41
-192.27%
|
-817.60
-225.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
2,202.32
+19.66%
|
1,840.50
+19.69%
|
— |
4,224.44
-2.36%
|
4,326.38
+21.12%
|
3,571.97
-18.63%
|
4,389.57
+17.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,978.76
-10.15%
|
2,202.32
+19.66%
|
— |
1,537.76
-63.60%
|
4,224.44
-2.36%
|
4,326.38
+21.12%
|
3,571.97
-18.63%
|