บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.54
0.03 (5.26%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4802 out_tok=2711 at=2026-07-25T12:30:04 -->
# BLAND ขาดทุนสุทธิ Q3/2564 เพิ่มขึ้น 56.8% รับผลกระทบโควิดฉุดรายได้อิมแพ็ค
## รายได้อสังหาฯ ทรงตัว แต่รายได้ค่าเช่า-บริการอิมแพ็ควูบหนัก ฉุดผลประกอบการรวม
บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BLAND รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564/2565 (สิ้นสุด 30 กันยายน 2564) มีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105 ล้านบาท หรือ 56.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 185 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ค่าเช่าและบริการของอิมแพ็คที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ทรงตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตราผลขาดทุนสุทธิของ BLAND ในไตรมาส 2 ปี 2564/2565 เพิ่มขึ้น 56.8% มาจาก **รายได้ค่าเช่าและค่าบริการของอิมแพ็คที่ลดลงอย่างมากถึง 48.3%** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นของอิมแพ็คอย่างรุนแรง แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะทรงตัว แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจอิมแพ็คได้ นอกจากนี้ ยังมี **ผลขาดทุนจากการถูกฟ้องร้องคดี** ที่เกิดขึ้นในปีนี้ แต่ไม่มีในปีปีก่อน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้และกำไรขั้นต้นของอิมแพ็ค:** สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้ค่าเช่าและบริการของอิมแพ็คลดลง 304 ล้านบาท (48.3%) มาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลัก 3 ส่วน ได้แก่ การให้บริการพื้นที่งานแสดงสินค้า ศูนย์ประชุม และธุรกิจโรงแรม ทำให้กำไรขั้นต้นจากส่วนนี้ลดลงถึง 146 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 30.5% ในปีก่อน เหลือเพียง 14.2% ในปีนี้
**รายได้และกำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์:** แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โดยรวมจะลดลง 28 ล้านบาท (19.0%) โดยคอนโดมิเนียมลดลง 13 ล้านบาท แต่มีการโอนที่ดินเพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 67.3% เป็น 73.1% เนื่องจากมีการโอนที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนาซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงนักเพิ่มขึ้น และสัดส่วนการโอนคอนโดมิเนียมที่มีอัตรากำไรสูงลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 12 ล้านบาท
**รายการพิเศษ:** ในไตรมาสนี้มีผลขาดทุนจากการถูกฟ้องร้องคดีจำนวน 64 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่มีในปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19:** ผลกระทบต่อธุรกิจอิมแพ็คส่วนใหญ่เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และมีลักษณะเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลกระทบจะขึ้นอยู่กับการควบคุมการแพร่ระบาดและมาตรการภาครัฐต่อการจัดกิจกรรมต่างๆ ส่วนผลขาดทุนจากการถูกฟ้องร้องคดีนั้น เป็นรายการพิเศษที่อาจไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต แต่ต้องรอความชัดเจน
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 56.8%:** ในไตรมาส 2 ปี 2564/2565 ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 290 ล้านบาท จาก 185 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้อสังหาฯ ลดลง 19.0%:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 119 ล้านบาท ลดลงจาก 147 ล้านบาทในปีก่อน โดยคอนโดมิเนียมลดลง แต่มีการโอนที่ดินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **อิมแพ็ครายได้วูบ 48.3%:** รายได้ค่าเช่าและบริการจากอิมแพ็คอยู่ที่ 325 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 629 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19
* **กำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 73.1% จาก 67.3% ในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นอิมแพ็คหดตัวรุนแรง:** อัตรากำไรขั้นต้นจากค่าเช่าและบริการของอิมแพ็คลดลงจาก 30.5% เหลือ 14.2%
* **มีผลขาดทุนจากการฟ้องร้อง:** เกิดผลขาดทุนจากการถูกฟ้องร้องคดี 64 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ ซึ่งไม่มีในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564/2565 บริษัทและบริษัทย่อยรายงานขาดทุนสุทธิในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105 ล้านบาท หรือ 56.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 185 ล้านบาท
รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 28 ล้านบาท คิดเป็น 19.0% โดยมีการโอนที่ดินเพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท คอนโดมิเนียมลดลง 13 ล้านบาท และมีรายได้ค่าเช่าและค่าบริการลดลง 19 ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 73.1% จาก 67.3% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการโอนที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนาที่มีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงนักเพิ่มขึ้น และสัดส่วนการโอนคอนโดมิเนียมลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 12 ล้านบาท
ในส่วนของอิมแพ็ค รายได้จากค่าเช่าและค่าบริการลดลง 304 ล้านบาท หรือ 48.3% เป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากค่าเช่าและบริการลดลงอย่างมากจาก 30.5% เหลือ 14.2% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 146 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 1 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท มีผลขาดทุนจากการถูกฟ้องร้องคดี 64 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายต้นทุนทางการเงินลดลง 1 ล้านบาท
สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2564/2565 บริษัทและบริษัทย่อยรายงานขาดทุนสุทธิ 559 ล้านบาท ลดลง 5 ล้านบาท หรือ 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 564 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 26 ล้านบาท (10.1%) แต่กำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 2.0% เนื่องจากสัดส่วนการโอนที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนาเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากอิมแพ็คลดลง 182 ล้านบาท (27.0%) และกำไรขั้นต้นจากอิมแพ็คลดลง 185 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอิมแพ็ค:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ จะเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นตัวของรายได้และกำไรจากธุรกิจอิมแพ็ค
* **การโอนอสังหาริมทรัพย์:** การโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาสนี้ อาจเป็นสัญญาณของการเริ่มกลับมาของกิจกรรมการโอนในโครงการอสังหาริมทรัพย์
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19 ที่ยืดเยื้อ:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการควบคุมต่างๆ ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอิมแพ็คและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
* **ผลขาดทุนจากการฟ้องร้องคดี:** การมีผลขาดทุนจากการถูกฟ้องร้องคดีเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยตรง
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้อิมแพ็ค:** จับตาดูว่ารายได้ค่าเช่าและบริการของอิมแพ็คจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้เร็วเพียงใดหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **การโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์:** ติดตามความคืบหน้าและมูลค่าการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าคดีความ:** หากมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลขาดทุนจากการฟ้องร้องคดี จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินผลประกอบการ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้รายได้จะลดลง แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะส่งผลต่ออัตรากำไรสุทธิ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนโครงการ:** ในไตรมาส 2 ปี 2564/2565 มีการโอนที่ดินเพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมลดลง 13 ล้านบาท โดยรวมรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 19.0%
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นเป็น 73.1% จาก 67.3% ในปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการโอนที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนาที่มีอัตรากำไรไม่สูงนักเพิ่มขึ้น และสัดส่วนการโอนคอนโดมิเนียมลดลง
* **รายได้ค่าเช่าและบริการ:** รายได้ส่วนนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 48.3% จากผลกระทบโควิด-19 ต่อธุรกิจอิมแพ็ค
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น ยอดหนี้สินรวม (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายต้นทุนทางการเงินที่ลดลงเล็กน้อย
## สรุปท้าย
BLAND ในไตรมาส 2 ปี 2564/2565 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจหลักมาจากรายได้ค่าเช่าและบริการของอิมแพ็คที่ลดลงอย่างรุนแรงจากผลกระทบของโควิด-19 ประกอบกับมีผลขาดทุนจากการถูกฟ้องร้องคดีเข้ามาซ้ำเติม แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีการโอนที่ดินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากอิมแพ็คได้ ความเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ที่สถานการณ์โควิด-19 ที่ยืดเยื้อ ซึ่งต้องจับตาการฟื้นตัวของธุรกิจอิมแพ็คและแนวโน้มการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BLAND ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
4,613.61
ล้านบาท
↓ 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น
2,044.70
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.32
%
กำไรสุทธิ
659.52
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.30
%
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,614
↓ -11.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,045
↓ -2.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
660
↑ + 0.5%
YoY
D/E Ratio
0.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BLAND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
1.34
ROA (%)
2.80
Book Value/หุ้น
2.85
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BLAND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,641
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-654
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BLAND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
1,641.28
-10.82%
|
1,840.36
|
— |
321.99
-38.80%
|
526.16
-30.35%
|
755.43
-80.43%
|
3,859.21
-33.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-653.98
+100.79%
|
-325.71
|
— |
-1,649.64
-673.19%
|
287.80
-62.07%
|
758.81
-145.39%
|
-1,671.90
+269.45%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-865.87
+10.79%
|
-781.52
|
— |
-1,032.30
+51.14%
|
-682.99
-10.11%
|
-759.83
-74.71%
|
-3,004.91
-35.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-223.56
-161.79%
|
361.83
|
— |
-2,686.68
+2,535.55%
|
-101.94
-113.51%
|
754.41
-192.27%
|
-817.60
-225.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
2,202.32
+19.66%
|
1,840.50
+19.69%
|
— |
4,224.44
-2.36%
|
4,326.38
+21.12%
|
3,571.97
-18.63%
|
4,389.57
+17.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,978.76
-10.15%
|
2,202.32
+19.66%
|
— |
1,537.76
-63.60%
|
4,224.44
-2.36%
|
4,326.38
+21.12%
|
3,571.97
-18.63%
|