บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.54
0.03 (5.26%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3960 out_tok=2340 at=2026-07-27T08:38:08 -->
# BLAND ขาดทุนสุทธิลดลง 28.8% ใน Q2/2564 รับแรงหนุนรายได้อสังหาฯ และอิมแพ็ค
## รายได้อสังหาฯ โตดันผลประกอบการ ขณะที่อิมแพ็คฟื้นตัวแรง แต่กำไรขั้นต้นถูกกดดันจากต้นทุน
บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BLAND รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564/2565 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 64) โดยมีขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 28.8% หรือ 109 ล้านบาท มาอยู่ที่ 270 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 379 ล้านบาท การพลิกฟันนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจอิมแพ็ค แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BLAND ในไตรมาส 2 ปี 2564/2565 ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากธุรกิจอิมแพ็ค (IMPACT)
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักคือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 54 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 48.6%)** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการโอนที่ดินเพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท ประกอบกับ **รายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 122 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 271.1%)** จากธุรกิจอิมแพ็ค ปัจจัยเหล่านี้ช่วยชดเชยผลขาดทุนสุทธิที่ลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **รายได้อสังหาริมทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เกิดจากการโอนที่ดินและคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความคืบหน้าของโครงการและการรับรู้รายได้ตามกำหนด อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 10.2% เนื่องจากมีการโอนที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนาซึ่งมีอัตรากำไรไม่สูงนัก และการโอนคอนโดมิเนียมที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
* **รายได้อิมแพ็ค:** การฟื้นตัวของรายได้จากค่าเช่าและค่าบริการของอิมแพ็คเป็นผลมาจากการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้ธุรกิจหลักทั้ง 3 ส่วน ได้แก่ พื้นที่งานแสดงสินค้า ศูนย์ประชุม อาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจโรงแรม สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากส่วนนี้ลดลง 64.5% เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มขึ้น แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากการโอนที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนา อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ส่วนการฟื้นตัวของอิมแพ็ค แม้จะแข็งแกร่งในไตรมาสนี้ แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การที่ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น "เป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19" อาจบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวนี้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 28.8%:** ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 109 ล้านบาท มาอยู่ที่ 270 ล้านบาท จาก 379 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้จากการขายอสังหาฯ เพิ่ม 48.6%:** รายได้จากการขายอยู่ที่ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54 ล้านบาท จากการโอนที่ดินและคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้อิมแพ็คพุ่ง 271.1%:** รายได้ค่าเช่าและค่าบริการจากอิมแพ็คเพิ่มขึ้น 122 ล้านบาท มาอยู่ที่ 167 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง:** อยู่ที่ 67.3% จาก 77.5% ในปีก่อน เนื่องจากสัดส่วนการโอนที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนาเพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นอิมแพ็คลดลง:** อยู่ที่ -15.6% (ขาดทุนขั้นต้น) จาก 28.9% ในปีก่อน แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นตาม
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564/2565 อยู่ที่ 270 ล้านบาท ลดลง 109 ล้านบาท หรือ 28.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 379 ล้านบาท รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 48.6% เป็น 165 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการโอนที่ดินและคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ค่าเช่าและค่าบริการจากอิมแพ็คเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 271.1% เป็น 167 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงมาอยู่ที่ 67.3% และอัตรากำไรขั้นต้นจากอิมแพ็คติดลบที่ -15.6% ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการยังคงขาดทุน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอิมแพ็ค:** การกลับมาจัดกิจกรรมต่างๆ และการเปิดให้บริการโรงแรมของอิมแพ็ค สะท้อนถึงโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น หากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงคลี่คลาย
* **การรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์:** การโอนที่ดินและคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าของโครงการ และโอกาสในการรับรู้รายได้ตามแผน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมต่างๆ และการเดินทาง ซึ่งกระทบต่อรายได้ของอิมแพ็คโดยตรง
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและจากอิมแพ็คปรับลดลง อาจเป็นสัญญาณของแรงกดดันด้านต้นทุน หรือการปรับกลยุทธ์ด้านราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **ผลขาดทุนจากการถูกฟ้องร้องคดี:** การมีผลขาดทุนจากการถูกฟ้องร้องคดี 30 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตหรือไม่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการโอนที่ดินและคอนโดมิเนียมในไตรมาสถัดไป
* อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและจากธุรกิจอิมแพ็ค จะสามารถปรับตัวดีขึ้นได้หรือไม่
* ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อการดำเนินงานของอิมแพ็ค
* ความคืบหน้าและการบริหารจัดการคดีความที่บริษัทถูกฟ้องร้อง
* แผนการเปิดโครงการใหม่ๆ หรือการบริหารจัดการ Backlog (หากมีข้อมูล)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนและการรับรู้รายได้:** ในไตรมาส 2/2564 บริษัทมีการโอนที่ดินเพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 54 ล้านบาท คิดเป็น 48.6% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 77.5% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 67.3% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการโอนที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนาซึ่งมีอัตรากำไรไม่สูงนัก และการเพิ่มขึ้นของการโอนคอนโดมิเนียม
**รายได้ค่าเช่าและค่าบริการ:** ธุรกิจอิมแพ็คมีรายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 122 ล้านบาท หรือ 271.1% มาอยู่ที่ 167 ล้านบาท โดยมาจากธุรกิจหลักทั้ง 3 ส่วน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากส่วนนี้ติดลบที่ -15.6% เนื่องจากต้นทุนที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น
**ต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมาก 207 ล้านบาท เป็น 226 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนโดยรวมได้ ค่าใช้จ่ายต้นทุนทางการเงินลดลง 2 ล้านบาท เป็น 28 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น งบดุล หรือ งบกระแสเงินสด ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์ D/E Ratio หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงินได้
## สรุปท้าย
BLAND ในไตรมาส 2 ปี 2564/2565 สามารถลดการขาดทุนสุทธิลงได้ถึง 28.8% โดยมีแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจอิมแพ็คที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงทั้งในส่วนของอสังหาริมทรัพย์และอิมแพ็ค รวมถึงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BLAND ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
4,613.61
ล้านบาท
↓ 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น
2,044.70
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.32
%
กำไรสุทธิ
659.52
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.30
%
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,614
↓ -11.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,045
↓ -2.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
660
↑ + 0.5%
YoY
D/E Ratio
0.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BLAND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
1.34
ROA (%)
2.80
Book Value/หุ้น
2.85
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BLAND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,641
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-654
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BLAND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
1,641.28
-10.82%
|
1,840.36
|
— |
321.99
-38.80%
|
526.16
-30.35%
|
755.43
-80.43%
|
3,859.21
-33.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-653.98
+100.79%
|
-325.71
|
— |
-1,649.64
-673.19%
|
287.80
-62.07%
|
758.81
-145.39%
|
-1,671.90
+269.45%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-865.87
+10.79%
|
-781.52
|
— |
-1,032.30
+51.14%
|
-682.99
-10.11%
|
-759.83
-74.71%
|
-3,004.91
-35.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-223.56
-161.79%
|
361.83
|
— |
-2,686.68
+2,535.55%
|
-101.94
-113.51%
|
754.41
-192.27%
|
-817.60
-225.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
2,202.32
+19.66%
|
1,840.50
+19.69%
|
— |
4,224.44
-2.36%
|
4,326.38
+21.12%
|
3,571.97
-18.63%
|
4,389.57
+17.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,978.76
-10.15%
|
2,202.32
+19.66%
|
— |
1,537.76
-63.60%
|
4,224.44
-2.36%
|
4,326.38
+21.12%
|
3,571.97
-18.63%
|