บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.54
0.03 (5.26%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5153 out_tok=2218 at=2026-07-25T11:36:24 -->
# BLAND ขาดทุนสุทธิลดลง 85% ใน Q3/65 รับอานิสงส์อิมแพ็คฟื้นตัวแรง
## รายได้อิมแพ็คพุ่ง 166% หนุนกำไรขั้นต้นโตเด่น ขณะรายได้ขายอสังหาฯ ทรงตัว
บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BLAND รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565/2566 (สิ้นสุด 30 กันยายน 2565) โดยมีขาดทุนสุทธิในส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 85.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจอิมแพ็ค โดยเฉพาะรายได้ค่าเช่าและบริการที่เติบโตสูง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BLAND ในไตรมาส 3 ปี 2565/2566 พลิกจากขาดทุนสุทธิจำนวน 290 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิเพียง 43 ล้านบาท คือ **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอิมแพ็ค** ซึ่งชดเชยผลประกอบการของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ทรงตัว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจอิมแพ็ค:** รายได้จากค่าเช่าและบริการของอิมแพ็คพุ่งสูงขึ้นถึง 166.5% หรือ 541 ล้านบาท มาอยู่ที่ 866 ล้านบาท เป็นผลโดยตรงจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้สามารถจัดกิจกรรมต่างๆ ได้เต็มรูปแบบ ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจหลักทั้ง 3 ส่วน คือ พื้นที่งานแสดงสินค้า ศูนย์ประชุม และธุรกิจโรงแรม กลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจาก 14.2% เป็น 30.6% หรือเพิ่มขึ้น 16.4% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มขึ้น 16.0% หรือ 19 ล้านบาท เป็น 138 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากทาวน์เฮ้าส์ที่เพิ่มขึ้น 5 ล้านบาท และรายได้ค่าเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 73.2% การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนการโอนระหว่างคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮ้าส์ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.1%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจอิมแพ็ค เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการจัดกิจกรรมต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้และกำไรของอิมแพ็ค อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องพึ่งพากำลังซื้อและสภาวะตลาดโดยรวม ซึ่งอาจมีความผันผวนมากกว่า
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 85.2%:** จาก 290 ล้านบาท ใน Q3/64 เป็นขาดทุนสุทธิ 43 ล้านบาท ใน Q3/65
* **รายได้อิมแพ็คพุ่ง 166.5%:** รายได้ค่าเช่าและบริการของอิมแพ็คเพิ่มขึ้น 541 ล้านบาท เป็น 866 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นอิมแพ็คดีขึ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 14.2% เป็น 30.6%
* **รายได้ขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่ม 16.0%:** อยู่ที่ 138 ล้านบาท โดยมีทาวน์เฮ้าส์เป็นแรงหนุนหลัก
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น:** จาก 2 ล้านบาท เป็น 27 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง:** จาก 271 ล้านบาท เป็น 215 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565/2566 บริษัทและบริษัทย่อยรายงานขาดทุนสุทธิในส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 43 ล้านบาท ลดลง 267 ล้านบาท หรือ 85.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 290 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 138 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.0% จาก 119 ล้านบาท ในขณะที่รายได้ค่าเช่าและค่าบริการของอิมแพ็คเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 166.5% เป็น 866 ล้านบาท จาก 325 ล้านบาท ในปีก่อน
อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอยู่ที่ 73.2% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากค่าเช่าและบริการของอิมแพ็คเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นจาก 14.2% เป็น 30.6%
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 25 ล้านบาท เป็น 27 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 56 ล้านบาท เป็น 215 ล้านบาท ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 19 ล้านบาท เป็น 77 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอิมแพ็ค:** การกลับมาจัดกิจกรรมต่างๆ ได้เต็มรูปแบบหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้และกำไรของอิมแพ็ค
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการ:** การบริหารจัดการพื้นที่และบริการต่างๆ ของอิมแพ็คมีแนวโน้มที่ดีขึ้น
* **การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์:** แม้จะยังทรงตัว แต่การมีโครงการที่ดินและทาวน์เฮ้าส์ที่สามารถโอนได้เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** กำลังซื้อและสภาวะตลาดอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนโครงการ
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้และกำไรของธุรกิจอิมแพ็คในไตรมาสถัดไป
* การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ (คอนโดมิเนียม vs ทาวน์เฮ้าส์)
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2565/2566 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ BLAND มีรายได้จากการขาย 138 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการโอนทาวน์เฮ้าส์ที่เพิ่มขึ้น 5 ล้านบาท และรายได้ค่าเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การโอนที่ดินและคอนโดมิเนียมลดลง 2 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายทรงตัวอยู่ที่ 73.2% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนโครงการที่ดี แต่การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการโอนระหว่างคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮ้าส์ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.1%
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565/2566 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 248 ล้านบาท ลดลง 12.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนที่ดินและคอนโดมิเนียมที่ลดลง แม้ว่าทาวน์เฮ้าส์จะเพิ่มขึ้นก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอยู่ที่ 75.8% เพิ่มขึ้น 6.1% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับสัดส่วนการโอนโครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 4 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565/2566 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการภาระหนี้สินทางการเงินที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
BLAND ในไตรมาส 3 ปี 2565/2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจอิมแพ็ค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดการขาดทุนสุทธิลงอย่างมาก จากการกลับมาจัดกิจกรรมได้เต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะตลาดที่ทรงตัว การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยประคองผลประกอบการ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจอิมแพ็ค และการปรับตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในระยะต่อไป รวมถึงผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BLAND ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
4,613.61
ล้านบาท
↓ 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น
2,044.70
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.32
%
กำไรสุทธิ
659.52
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.30
%
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,614
↓ -11.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,045
↓ -2.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
660
↑ + 0.5%
YoY
D/E Ratio
0.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BLAND
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
1.34
ROA (%)
2.80
Book Value/หุ้น
2.85
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BLAND
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,641
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-654
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BLAND
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
1,641.28
-10.82%
|
1,840.36
|
— |
321.99
-38.80%
|
526.16
-30.35%
|
755.43
-80.43%
|
3,859.21
-33.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-653.98
+100.79%
|
-325.71
|
— |
-1,649.64
-673.19%
|
287.80
-62.07%
|
758.81
-145.39%
|
-1,671.90
+269.45%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-865.87
+10.79%
|
-781.52
|
— |
-1,032.30
+51.14%
|
-682.99
-10.11%
|
-759.83
-74.71%
|
-3,004.91
-35.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-223.56
-161.79%
|
361.83
|
— |
-2,686.68
+2,535.55%
|
-101.94
-113.51%
|
754.41
-192.27%
|
-817.60
-225.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
2,202.32
+19.66%
|
1,840.50
+19.69%
|
— |
4,224.44
-2.36%
|
4,326.38
+21.12%
|
3,571.97
-18.63%
|
4,389.57
+17.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,978.76
-10.15%
|
2,202.32
+19.66%
|
— |
1,537.76
-63.60%
|
4,224.44
-2.36%
|
4,326.38
+21.12%
|
3,571.97
-18.63%
|