บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
6.90
0.05 (0.72%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนรายได้ ประมาณ 85% มาจากสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน
บริษัทฯมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและสินค้า คงเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ
การปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงาน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565
โครงการขยายกําลังการผลิต สําหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เป็นไปตามแผนงาน
โครงการลงทุนซ่อมแซมเตาหลอมแก้วที่ 1 ของโรงงานอยุธยาที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 โดยคาดว่าจะเริ่มดําเนินการซ่อมแซมประมาณไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และคาดการณ์ผลิตเชิง พาณิชย์ประมาณไตรมาสที่ 2 ปี 2566
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9064 out_tok=2622 at=2026-07-25T11:13:44 -->
# BGC กำไรสุทธิโต 1% YoY ในปี 2564 รับรายได้รวมเพิ่ม 5% แม้ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมโต 5% YoY หนุนกำไรสุทธิปี 2564 เพิ่ม 1% เป็น 523 ล้านบาท ท่ามกลางต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น
บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 12,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เท่ากับ 523 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BGC ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 5% YoY** ซึ่งสามารถชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้บางส่วน ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโตได้เล็กน้อย 1% YoY แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมจะลดลง 40 bps YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจาก **กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่น** ที่เพิ่มขึ้นถึง 17% YoY จากปริมาณและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาด นอกจากนี้ รายได้จากการส่งออกของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วยังเพิ่มขึ้น 8% YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการในหลายประเทศ
อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 7% YoY** โดยเฉพาะต้นทุนขายที่เป็นเงินสด เป็นปัจจัยกดดันสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น 38.1% YoY และต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ เช่น กระดาษ และ HDPE & PET ที่ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แม้ว่าต้นทุนเศษแก้วและ Soda Ash จะลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและสินค้าคงคลัง และมีการปรับเพิ่มสัดส่วนการใช้เศษแก้ว รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ในงวดสิบสองเดือน แต่แรงกดดันจากราคาพลังงานและวัตถุดิบที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ อาจส่งผลดีต่อความต้องการผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์แก้วและการส่งออก แต่ก็ต้องพิจารณาถึงผลกระทบจากสายพันธุ์ใหม่ๆ ของ COVID-19 ด้วย
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 5% YoY** แตะ 12,387 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ปี 2564 เพิ่มขึ้น 1% YoY** อยู่ที่ 523 ล้านบาท
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นเติบโตโดดเด่น 17% YoY** จากปริมาณและราคาขายที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 7% YoY** โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น 38.1% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง 40 bps YoY** อยู่ที่ 16.9%
* **มีการลงทุนขยายกำลังการผลิต** ทั้งในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วและบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสิบสองเดือนปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 12,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นที่เพิ่มขึ้น 17% YoY และการส่งออกของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วที่เพิ่มขึ้น 8% YoY อย่างไรก็ตาม รายได้จากกลุ่มธุรกิจพลังงานลดลง 14% YoY เนื่องจากความเข้มของแสงที่ลดลงตามฤดูกาลและการจำกัดปริมาณการซื้อไฟฟ้าในเวียดนาม
ในส่วนของกำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 2,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 6% YoY จากปริมาณและราคาขายรวมถึงประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น แม้ต้นทุนพลังงานจะสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ได้ปรับเพิ่มสัดส่วนการใช้เศษแก้วและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในขณะที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นมีกำไรขั้นต้นลดลง 34% YoY และกลุ่มธุรกิจพลังงานลดลง 31% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นและรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าที่ลดลงตามลำดับ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 1,368 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน ค่าขนส่งภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนราคาพลังงาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ COVID-19
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดสิบสองเดือนปี 2564 อยู่ที่ 555 ล้านบาท ลดลง 4% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาพลังงาน ต้นทุนวัตถุดิบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์อื่น:** การขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) และการเข้าซื้อกิจการ BVP และ BGP สนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร (Total Packaging Solutions)
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** ส่งผลดีต่อความต้องการผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์แก้ว โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่ม
* **การส่งออก:** การผ่อนคลายมาตรการในหลายประเทศช่วยหนุนการส่งออกบรรจุภัณฑ์แก้ว
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** การปรับเพิ่มสัดส่วนการใช้เศษแก้วและเทคโนโลยีในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการสินค้าบางประเภท
* **การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขายและโลจิสติกส์
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบ:** เช่น การจำกัดปริมาณการซื้อไฟฟ้าในเวียดนาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาพลังงานและวัตถุดิบในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่น
* ความคืบหน้าของโครงการลงทุนเตาหลอมแก้วที่ 2 และการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน
* การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตเพื่อชดเชยแรงกดดันด้านราคา
* แนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์แก้วทั้งในและต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการขยายกำลังการผลิตและการลงทุนในเตาหลอมแก้วที่ 2 ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้และการลงทุนขยายกำลังการผลิตสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคำสั่งซื้อในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่าต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น 38.1% YoY, ต้นทุนกระดาษมีแนวโน้มสูงขึ้น, ต้นทุน HDPE & PET ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุนเศษแก้วลดลง 2.5% YoY และ Soda Ash ลดลง 18% YoY
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง 40 bps YoY อยู่ที่ 16.9% แต่กลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วมี GPM ดีขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต
* **ส่งออก:** รายได้จากการส่งออกกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วเพิ่มขึ้น 8% YoY
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** วงจรเงินสดเพิ่มขึ้น 14.4 วัน โดยมีสาเหตุหลักจากระยะเวลาสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 18,708 ล้านบาท ลดลง 3% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่กิจการที่เกี่ยวข้อง และส่วนของลูกหนี้ที่ลดลง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 13,219 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากธนาคารเพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 5,489 ล้านบาท ลดลง 19% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการบันทึกบัญชีภายใต้การควบคุมเดียวกันของ BVP และ BGP ตามมาตรฐานบัญชี
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 2.4 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.9 เท่าในปี 2563 แต่ยังคงอยู่ภายใต้เงื่อนไขของวงเงินกู้หลักที่ 3 เท่า
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 2,129 ล้านบาท มาจากกำไรจากการดำเนินงาน 612 ล้านบาท รายการที่ไม่ใช่เงินสด 1,817 ล้านบาท และการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียนลดลง 299 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 2,039 ล้านบาท เป็นการจ่ายเพื่อซื้อเงินลงทุนใน BVP และ BGP
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 102 ล้านบาท เป็นการจ่ายเพื่อคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
BGC สามารถรักษาการเติบโตของรายได้ในปี 2564 ได้ที่ 5% YoY โดยมีแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นที่เติบโตโดดเด่น แม้จะเผชิญกับต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงเล็กน้อย และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้นเพียง 1% YoY อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
-6,179.55
ล้านบาท
↓ 19635.1% YoY
กำไรขั้นต้น
488.02
ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.90
%
กำไรสุทธิ
-84.34
ล้านบาท
↓ 362.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.36
%
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-6,180
↓ -19635.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
488
↓ -8.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-84
↓ -362.2%
YoY
D/E Ratio
2.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
1.72
ROA (%)
1.69
Book Value/หุ้น
7.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-622
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+412
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-621.98
-73.11%
|
-2,312.77
-920.48%
|
281.88
-111.90%
|
-2,369.55
+70.82%
|
-1,387.13
-344.48%
|
567.39
-1.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
412.39
-76.00%
|
1,718.21
-34.78%
|
2,634.66
-357.15%
|
-1,024.55
-179.72%
|
1,285.24
-432.67%
|
-386.34
-61.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
509.66
-23.66%
|
667.65
-123.43%
|
-2,849.52
-194.09%
|
3,028.55
+2,239.01%
|
129.48
-140.33%
|
-321.08
-162.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
300.08
+310.56%
|
73.09
+493.74%
|
12.31
-88.96%
|
111.54
+304.57%
|
27.57
-117.15%
|
-160.77
-285.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.31
-3.90%
|
127.28
-33.06%
|
190.14
+34.80%
|
141.05
-42.96%
|
247.29
-5.79%
|
262.48
+81.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
808.70
+561.19%
|
122.31
-3.90%
|
127.28
-33.06%
|
190.14
+34.80%
|
141.05
-33.39%
|
211.77
-19.32%
|